คนไทยทุกคน มีหน้าที่ต้องรู้กฏหมายไทย
หมวดนี้ จะนำเสนอบทความเกี่ยวกับ กฏกหมายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน
ที่คุณต้องรู้ เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตอย่างปกติสุข
[ http://ite.nectec.or.th/~elib/index.html ]

[ คัดลอกจาก คลินิก กฏหมาย จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอังคารที่ 10 สิงหาคม 2542]
law clinic

สิทธิรับมรดก [2]


ผมมีปัญหาว่าผมแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง จดทะเบียนกันถูกต้องตามกฎหมาย มีบุตรด้วยกัน 1 คนอายุ 5 ขวบ หลังจากแต่งงานกันเรารวบรวมเงินซื้อสิ่งของเครื่องใช้และที่อยู่อาศัย มีบ้าน 1 หลัง ที่ดินปลูกบ้าน 1 แปลง เนื้อที่ 2 งาน, รถยนต์ปิกอัพ 1 คัน ตู้เสื้อผ้า 2 หลัง, โทรศัพท์ 1 เครื่อง ตู้เย็นและรถยนต์อย่างละ 1
ถ้าผมเสียชีวิตลง บิดา-มารดา ของผมที่ยังมีชีวิตอยู่จะได้ส่วนแบ่งในทรัพย์สินที่มีอยู่ตามที่แจงรายละเอียดไปหรือไม่ ถ้าได้จะได้อะไร ถ้าไม่ได้เพราะเหตุอะไร

ครูเส็งใหญ่ พิษณุโลก

ปัญหาที่ถามมาเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับกฎหมายครอบครัวและกฎหมายมรดก โดยประเด็นของปัญหาคือบุตรที่สมรสแล้ว หากบุตรนั้นเสียชีวิตและมีทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสด้วย บิดา-มารดาของบุตรที่ตายไปจะมีสิทธิ์รับมรดกของบุตรหรือไม่
ก่อนอื่นต้องดูกฎหมายครอบครัวก่อนเพราะขณะที่เสียชีวิต ผู้ตายมีคู่สมรสถูกต้องตามกฎหมายและบุตรที่เกิดจากสมรสดังกล่าว ตามกฎหมายครอบครัวนั้นเมื่อการสมรสสิ้นสุดลง ไม่ว่าด้วยการตาย การหย่า หรือศาลพิพากษา ถ้ามีสินสมรส สินสมรสต้องนำมาแบ่งคนละครึ่งระหว่างผู้ตายกับคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่

สินสมรสแบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ
  1. ทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส ทรัพย์สินทั้งหมดที่สามีหรือภริยาแต่ละฝ่ายทำมาหาได้ในระหว่างสมรสทั้งสิ้น โดยไม่ต้องคำนึงว่าฝ่ายใดได้มีส่วนร่วมในการทำมาหาได้นั้นหรือไม่ ทั้งนี้เพราะการสมรสเปรียบเสมือนการเข้าเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ จึงตกเป็นของเจ้าของร่วมกันทั้งสามีและภริยา
  2. ทรัพย์ที่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรมหรือการให้เป็นหนังสือ เมื่อพินัยกรรมหรือหนังสือยกให้ระบุว่าเป็นสินสมรส
  3. ทรัพย์สินที่เป็นดอกผลของสินส่วนตัว

ปกติดิฉันมักจะไม่ค่อยใช้คำภาษากฎหมายมากนัก เกรงว่า จะเข้าใจยากหรือไม่อยากอ่านต่อแต่ในกรณีนี้ทรัพย์สินที่กล่าวมาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นบ้าน, ที่ดิน, รถ2 คัน, ตู้เสื้อผ้า, โทรทัศน์, ตู้เย็น ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและของใช้ภายในบ้าน เป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส ถือเป็นสินสมรส จึงตกเป็นของผู้ตายและภริยาที่ยังมีชีวิตอยู่คนละครึ่งก่อน
ในส่วนของผู้ตาย (คือครึ่งที่ตกได้แก่ตนหลังจากแบ่งส่วนของภริยาไปแล้ว) จะกลายเป็นมรดกของผู้ตาย หากผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมระบุยกให้ใครโดยเฉพาะเจาะจงแล้ว มรดกของผู้ตายจะตกได้แก่ทายาทโดยธรรมตามกฎหมาย

ทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิรับมรดก จะเรียงลำดับตามความสำคัญดังนี้
  1. ผู้สืบสันดาน ได้แก่ ลูก, หลาน, เหลน, ลื้อ
  2. บิดามารดา
  3. พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
  4. พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน คือ พี่น้องพ่อเดียวกันคนละแม่ หรือพี่น้องแม่เดียวกันคนละพ่อ
  5. ปู่, ย่า, ตา, ยาย
  6. ลุง, ป้า, น้า, อา

หากทายาทลำดับแรกยังมีชีวิตอยู่ จะตัดสิทธิการรับมรดกของทายาทลำดับหลัง ยกเว้นทายาทลำดับที่ 1 และลำดับที่ 2 จะไม่ตัดกันเอง กล่าวคือ ถ้าผู้ตายมีทายาทลำดับที่ 1 และทายาทลำดับที่ 2 ทายาททั้งสองลำดับต่างมีสิทธิรับมรดกของผู้ตายได้เท่า ๆ กัน เพราะกฎหมายมรดกได้บัญญัติไว้ว่า หากบิดามารดายังมีชีวิตอยู่ ให้บิดามารดาได้ส่วนแบ่งเสมือนทายาทชั้นบุตร นอกจาก นี้ถ้ามีคู่สมรสและมีทายาทลำดับที่ 1 คู่สมรสจะมีสิทธิ์รับมรดกเสมือนทายาทชั้นบุตรเช่นเดียวกัน

ดังนั้นสรุปได้ว่า สำหรับกรณีที่ผู้ตายมีบุตร บิดา มารดา และคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ บุคคลเหล่านี้จะมีส่วนแบ่งในมรดกส่วนของผู้ตาย (คือครึ่งหนึ่งหลังจากแบ่งให้ภริยาตามกฎหมายครอบครัวแล้ว) จะสังเกตได้ว่า คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ของผู้ตายจะได้ส่วนแบ่งมากที่สุด คือครึ่งหนึ่งตามกฎหมายครอบครัวและแบ่งส่วนเท่า ๆ กันกับทายาทของผู้ตายในส่วนครึ่งที่เป็นมรดก ในกรณีนี้จึงตอบได้ว่าบิดามารดามีสิทธิ์ได้รับมรดกด้วย ส่วนจะแบ่งกันอย่างไรต้องมีผู้จัดการมรดกเข้ามาดำเนินการให้ ซึ่งอาจจะตกลงรับกันเป็นตัวทรัพย์ หรือทอนมาเป็นเงิน หรือขายนำเงินมาแบ่งกันตามส่วน หรือสละสิทธิก็แล้วแต่

สุกัญญา รัตนนาคินทร์


[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด
ห้องสมุด E-LIB[ hey.to/yimyam ][ pantip.com/ELIB ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]