|
 |
|
ร้องเรียนวินัยปัญหาครอบครัว |
|
 |
สามีเจ้าชู้มาก พอเลิกกับคนนั้น ก็ติดต่อกับคนนี้ ทุกครั้งที่คบกับผู้หญิงคนใหม่
สามีจะเริ่มไม่รับผิดชอบค่าใช้
|
จ่ายต่างๆ เพราะสะสมเงินไปปรนเปรอผู้หญิงจนกว่าผู้หญิงจะยอม
พี่ปลงได้บ้างแล้ว แต่ที่เบื่อคือ เขามักอารมณ์เสีย แล้วพาลมาหาเรื่องทะเลาะกับพี่เป็นประจำ
ขณะนี้ก็เริ่มติดพันผู้หญิงอีกคนแล้ว พี่รักลูกมาก ไม่อยากให้ลูกขาดพ่อ จึงพยายามทนและปลง
เพื่อจะได้ไม่ต้องเลิกหรือหย่ากัน
แต่ถามว่าเขียนมาหาน้องสุกัญญาต้องการอะไร สิ่งที่ต้องการ คืออยากให้สามี
ช่วยเหลือเรื่องการเงิน และค่าใช้จ่ายอย่างสม่ำเสมอ อยากจะปรึกษาคุณสุกัญญาว่า
หากพี่เลือกใช้วิธีไปพบหัวหน้าของสามี เพื่อให้ว่ากล่าวตักเตือนเรื่องชู้สาวหรือตัดเงินเดือน
มาช่วยเหลือทุกเดือน จะเป็นการรุนแรงหรือไม่ ? และจะเป็นสาเหตุให้สามีอ้างเป็นเหตุนำ
มาขอหย่ากับพี่ในภายหลัง ว่าทำให้เขาเสียชื่อเสียงได้หรือไม่ ?
ยินดี
สมัยก่อนดิฉันเคยทำงาน เกี่ยวข้องกับการให้ความช่วยเหลือผู้หญิงที่ได้รับความเดือดร้อน
จากการที่สามีไม่รับผิดชอบครอบครัว รวมทั้งการดำเนินการร้องเรียนทางวินัยให้ผู้บังคับบัญชา
ช่วยว่ากล่าวตักเตือน หรือดูแลครอบครัว ขั้นร้ายแรงก็คือ ขอให้คณะกรรมการสอบสวนความผิดด้วย
สำหรับหน่วยงานราชการต่างๆ ที่เราร้องเรียนไปในนามองค์กรผู้หญิง มักจะได้รับ
ความช่วยเหลือดูแลเป็นอย่างดี แต่ก็มีเหมือนกันที่หัวหน้าหรือผู้บังคับบัญชาระดับสูงไม่สนใจอ้างว่า
เป็นเรื่องส่วนตัว แต่หลายรายให้ความสำคัญในเรื่องสถาบันครอบครัวมาก จึงมีมาตรการแก้ไข
ให้แก่ผู้ร้องเรียน ตั้งแต่การกล่าวตักเตือนเบื้องต้น การตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง
และการลงโทษทางวินัยเป็นขั้นเป็นตอน ขั้นที่รุนแรงที่สุดคงเป็นการให้ออกจากราชการ
ผู้ที่ร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชา มิได้หวังผลที่จะให้คนของตัวเองออกจากงาน
เพราะนั่นหมายถึงครอบครัวอาจจะเดือดร้อนเพราะไม่มีรายได้ คงต้องการเพียงแต่
ให้ผู้บังคับบัญชาเห็นใจและมีมาตรการที่จะยับยั้งให้ลูกน้องเกรงกลัว และดูแลครอบครัว
เพิ่มขึ้นกว่าเดิม เท่าที่เคยพบทำมาต้องขอชมผู้บังคับบัญชาสายทหารที่ดูแลให้ความสำคัญ
ต่อปัญหาเหล่านี้
มีทหารคนหนึ่งภริยาร้องเรียนหลายอย่าง รวมทั้งเรื่องสามีไม่กลับบ้าน
แต่ไปอยู่บ้านผู้หญิงอื่น ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้
จนสามีต้องผืนใจกลับบ้านทุกวัน เพื่อมิให้ภริยามาร้องเรียนอีก นานวันเข้าผู้หญิงคนใหม่
ก็โกรธจนต้องเลิกกันไป สามีก็หวนกลับมารักครอบครัวเหมือนเดิม
หลายครั้งเช่นกันที่มีการร้องเรียน โดยภริยาไม่ต้องการหย่ากับสามี แต่ทำอย่างไร
ที่จะให้สามีส่งเสียค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรทุกเดือน และถ้าสามีทำงานบริษัทเอกชน
ระบบร้องเรียนทางวินัยไม่ค่อยมีความหมาย เพราะจะเจอปัญหาว่า เป็นเรื่องส่วนตัว
ไม่อาจไปก้าวก่ายได้ จึงต้องนำมาตรการฟ้องศาลขอให้สามีจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรทุกเดือน
(โดยไม่ต้องฟ้องหย่า) หลังจากนั้นก็นำคำพิพากษาที่ศาลสั่งให้จ่ายค่าเลี้ยงดูไปที่ฝ่ายบัญชี
และตัดเงินตามจำนวนที่ศาลพิพากษาให้ภริยามารับทุกเดือน
มีหลายรายทีเดียวที่ตอนแรกสามีโกรธและอายมาก ที่ภริยามาร้องเรียนว่า
ไม่เลี้ยงดูลูก แต่ต้องจำยอมให้เงินทุกเดือน พอระยะเวลาผ่านไปเด็กได้เรียนหนังสือสูงๆ
เพราะแม่เรียกร้องสิทธิเหล่านี้ให้แก่ลูก แม้พ่อจะให้ด้วยความไม่เต็มใจในขณะนั้น
แต่ก็อดภูมิใจไม่ได้ หากเด็กได้เล่าเรียน เพราะส่วนหนึ่งมาจากเงินเดือนของตนเอง
ที่ถูกตัดไปให้ภริยามารับทุกเดือน
คำถามที่ว่าการร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชา จะเป็นสาเหตุให้สามีเสียชื่อเสียง
จนเป็นผลให้นำมาเป็นเหตุฟ้องหย่าตามกฎหมายหรือไม่นั้น การร้องเรียนทางวินัย
อาจจะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งโกรธ และนำมาอ้างเป็นเหตุฟ้องหย่าว่าเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์
ต่อการเป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรง ซึ่งฟ้องได้ แต่ผลที่ออกมาศาลมักจะยกฟ้อง
เพราะถือว่าการร้องเรียนทางวินัยเป็นการป้องกันสิทธิ ป้องกันส่วนได้เสีย ฯลฯ
ลองศึกษาดูแนวบรรทัดฐานที่ศาลวางไว้
ฎีกา 5347/2538 การเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรง หมายความว่า
การกระทำที่เป็นอุปสรรค หรือขัดขวางที่สามีและภริยา จะดำเนินชีวิตครอบครัวอย่างปกติสุข
หรือการกระทำที่เป็นอุปสรรค หรือขัดขวางต่อความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยา
เกี่ยวกับความเป็นอยู่ร่วมกัน อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่กาย หรือจิตใจของผู้สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง
ฉะนั้นการที่จำเลยผู้เป็นภริยามีหนังสือร้องเรียนรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา
ของโจทก์ผู้เป็นสามี เล่าประวัติตั้งแต่เริ่มแรกที่โจทก์จำเลยมีความสัมพันธ์กัน จนกระทั่ง
ได้จดทะเบียนสมรสกัน ตลอดจนความประพฤติของโจทก์กับหญิงอื่นใดระหว่างชีวิตสมรส
และเกี่ยวกับข้อความที่โจทก์ให้สัมภาษณ์ในหนังสือ.... ว่าปัจจุบันโจทก์สมรสกับนาง ด.
อันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามความจริง จึงเป็นการกล่าวป้องกันส่วนได้เสียของจำเลย
มิให้โจทก์แสดงต่อบุคคลภายนอกว่าจำเลยมิใช่ภริยาโจทก์ ไม่ถือว่าจำเลยกระทำการเป็นปฏิปักษ์
ต่อการเป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรง โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิฟ้องหย่าจำเลย
ฎีกา 4.65/2532 การที่จำเลยร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาของโจทก์ขอแบ่งเงินเดือน
เนื่องจากโจทก์ไม่ส่งเงินค่าเลี้ยงดูบุตรเลยนั้น การกระทำดังกล่าวเพื่อคุ้มครองสิทธิ
ที่จำเลยคิดว่าควรจะได้ จึงไม่ถือว่า เป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยา
กันอย่างร้ายแรง อันเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องหย่าได้
สุกัญญา รัตนนาคินทร์
(update 2 ตุลาคม 2001)
[ ที่มา...
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอังคารที่ 4-11 กันยายน พ.ศ. 2544]
|