 |
ทะเบียนสมรส |
 |
|---|
ถามที่ 1 - ดิฉันจดทะเบียนสมรสกับสามี ปี พ.ศ.2538 แต่เลิกกับแฟนแล้ว จะแต่งงานใหม่ ทะเบียนเก่าจะมีปัญหาหรือเปล่า ทนายในกรุงเทพฯ บอกว่าไม่ต้องหย่า จริงไหม
จากคุณน้องนาง
ถามที่ 2 - ผมจดทะเบียนสมรสกับภรรยาปี พ.ศ.2534 แต่แยกทางกันอยู่มานานแล้วต่อมาก็ไปได้หญิงอีกคนหนึ่งเป็นภรรยา ซึ่งเธอก็มีทะเบียนสมรสกับสามีอยู่แล้ว แต่แยกทางกันมานาน ต่อมาสามีเธอขู่เธอว่าจะฟ้องผม ผมจะทำยังไงดีครับ
จากคุณหนุ่ม (น้อย) เมืองอหังกา
ถามที่ 3 - ดิฉันจดทะเบียนสมรสกับสามี ไม่มีลูก ต่อมาสามีไปอยู่ต่างจังหวัดไปมีเมียใหม่มีลูกหนึ่งคน สามีมาเล่าให้ฟังว่าเขามีคนใหม่ ขออนุญาตไปหาลูกสัปดาห์ละครั้ง ดิฉันขอให้สามีเลิกกับภรรยาใหม่ สามีก็บอกว่าความจริงไม่ได้รักเขาหรอก รักดิฉัน แต่สงสารลูก อยากไปหาลูก ดิฉันไม่อยากให้เขาไป ดิฉันจะฟ้องผู้หญิงคนนั้นได้ไหม เพราะเขาทำให้ฉันเสียชื่อเสียง
จากคุณสาวน้อย
สามีภรรยาชอบด้วยกฎหมายต้องปฏิบัติตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 1458 การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อชายหญิงยินยอมเป็นสามีภริยากัน และต้องแสดงการยินยอมนั้นให้ปรากฏโดยเปิดเผยต่อหน้านายทะเบียนบันทึกความยินยอมนั้นไว้ด้วย
เมื่อชายหญิงจดทะเบียนสมรสแล้ว หญิงเปลี่ยนบัตรประชาชนใช้คำนำหน้าว่า นาง แต่ผู้ชายไม่ต้องเปลี่ยนคำนำหน้า เพราะกฎหมายไม่ได้บัญญัติไว้ ทำให้หญิงเป็นฝ่ายที่ได้เสียเปรียบ เพราะหญิงมีสามีต้องแจ้งสถานะความเป็นภรรยาต่อสาธารณชนหญิงจำนวนมากที่ต้องถือทะเบียนสมรสไว้เฉยๆ แต่สามีทอดทิ้ง ทิ้งร้าง ไม่ส่งเสียเลี้ยงภรรยา ซึ่งเป็นหน้าที่ตามศีลธรรมและกฎหมายก็บัญญัติไว้
มาตรา 1461 สามีภริยาต้องอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา
สามีภริยาต้องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูกันตามความสามารถและฐานะของตน
ถ้าสามีไม่ส่งเสียเลี้ยงดูภรรยา ภรรยาสามารถฟ้องร้องได้ หญิงที่ลำบากสามีไม่เลี้ยง เธอไม่มีปัจจัยที่จะไปดำเนินคดีหรอก มีค่าใช้จ่ายส่วนตัวและค่าใช้จ่ายการดำเนินคดี เวลาที่ยาวนาน บางคนฟ้องคดีชนะคดีแต่ก็ไม่อาจบังคับคดีได้ เพราะยุ่งยาก ต้องไปหาทรัพย์ไม่รู้ว่าจะไปยึดทรัพย์อะไรมาขายทอดตลาด ที่สำคัญไม่มีกฎหมายใดลงโทษสามีที่ส่งเสียค่าเลี้ยงดู
เมื่อกฎหมายไม่บังคับให้ผู้ชายบอกสถานะ สามี ทำให้ชายบางคนไปมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่น เป็นเรื่องเป็นราวฟ้องร้องกันมากมาย หญิงคนใหม่บางคนไม่รู้ว่าชายมีภรรยาแล้ว ผู้หญิงหลายคนต้องตกเป็นภรรยาแม้จดทะเบียนสมรส แต่ก็เป็นทะเบียนซ้อนก็มี
จากคำถามที่ 1 สาวน้อยต้องไปจดทะเบียนหย่าค่ะ ถ้าตามสามีไม่ได้ก็ต้องไปฟ้องศาลให้ศาลมีคำพิพากษา เป็นไปตาม
มาตรา 1501 การสมรสย่อมสิ้นสุดลงด้วยความตาย การหย่า หรือศาลพิพากษาให้เพิกถอน
ถ้าไม่ไปจดทะเบียนหย่า วันใดสามีที่จดทะเบียนอย่างคำถามที่สอง คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งอาจฟ้องร้องเรียกค่าทดแทนได้
ผู้หญิงหลายคนที่ต้องทนทุกข์เพราะสามีทอดทิ้งไป มักถามว่า แล้วถ้าตามสามีไม่ได้ไม่รู้อยู่ที่ไหน ไม่มีกฎหมายบอกหรือว่า หากแยกกันอยู่เกินกว่า 3 ปีแล้ว ให้ถือว่าเป็นการหย่าอัตโนมัติ
จากคำถามที่ 2 เมื่อไม่ไปจดทะเบียนหย่า จะเกิดปัญหา คู่สมรสอ้างสิทธิทะเบียนสมรส ไปฟ้องร้องเอากับคนที่มาทำละเมิดกับคู่สมรสเขาได้
ได้แนะนำให้ตัวผู้ถามไปจดทะเบียนหย่ากับภรรยาเดิมเสีย และแนะนำให้ภรรยาที่มีทะเบียนสมรสกับสามีเดิมให้ไปจดทะเบียนหย่าด้วย
จากคำถามที่ 3 อ่านคำถามแล้วจะเห็นได้ว่าชายที่เป็นสามีพยายามให้ภรรยารับรู้ว่ามีภรรยาใหม่และกล่าวร้ายภรรยาที่มีบุตรด้วยกันว่า มิได้รักเธอ แต่รักลูกที่เกิดมา ภรรยาบางคน เขาจะไม่ฟ้องผู้หญิงใหม่เธอจะฟ้องหย่าสามี เพราะสามีไม่ซื่อสัตย์ ถ้าไม่หย่าอีกหน่อยก็คงจะไปมีหญิงอื่นอีกก็ได้ เพราะ
มาตรา 1516 เหตุฟ้องหย่ามีดังต่อไปนี้
(1) สามีอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องหญิงอื่นฉันภริยาหรือภริยามีชู้อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
คนที่ผิดคือ สามี การเรียกค่าทดแทน ฟ้องได้ทั้งสามี และหญิงอื่น แต่ภรรยามักฟ้องหญิงที่สามีตนเองไปมีความสัมพันธ์ ซึ่งสามารถฟ้องได้
มาตรา 1523 เมื่อศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุตามมาตรา 1516 (1) ภริยาหรือสามีมีสิทธิได้รับค่าทดแทน จากสามีหรือภริยาและจากหญิงอื่นหรือชู้ แล้วแต่กรณี สามีจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินภริยาไปในทำนองชู้สาวก็ได้และภริยาจะเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผย เพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวก็ได้
ถ้าสามีหรือภริยายินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้อีกฝ่ายหนึ่งกระทำการตามมาตรา 1516 (1) หรือให้ผู้อื่นกระทำการตามวรรคสอง สามีหรือภริยานั้นจะเรียกค่าทดแทนไม่ได้
มาตรา 1529 สิทธิฟ้องร้องโดยอาศัยเหตุในมาตรา 1516 (1) (2) (3) หรือ (6) หรือ
มาตรา 1523 ย่อมระงับไปเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันผู้กล่าวอ้างรู้หรือควรรู้ความจริง ซึ่งตนอาจยกขึ้นกล่าวอ้าง
การฟ้องต้องฟ้องภายในหนึ่งปี แต่การไม่หย่าขาดกับสามี ผลร้ายอาจเกิดขึ้นได้ถ้าสามีไปสร้างหนี้สินมากมาย ไปมีหญิงอื่นคนใหม่อีกไม่รู้จบ ถ้าภรรยามีทะเบียนไปซื้อทรัพย์สิน ทรัพย์สินนั้นก็เป็นสินสมรสลองคิดให้ดีว่าจะหย่าขาดจากสามีเจ้าชู้ดี หรือจะเก็บรักษาสามีเอาไว้เพื่อเรียกร้องเอาสินสมรสทั้งที่เขาไม่เคยออกเงินแม้แต่บาทเดียว
หญิงมีสามีสามารถเรียกฟ้องค่าทดแทนจากหญิงอื่นได้ ภรรยาสามีไล่ฟ้องเรียกเอากับหญิงทุกคนที่สามีไปมีสัมพันธ์ด้วย แต่ท่านต้องเตรียมปัจจัยไว้ให้มากๆ นะคะ เพราะทุกคดีมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น ถ้าท่านชนะคดีท่านต้องได้เงินค่าทดแทน ระวังนะคะ สามีที่แสนดี จะกลับบ้านไปเอาสินสมรสไปจ่ายเป็นค่าทดแทนก็ได้คิดให้ดี.
มณีรัตน์ (มยุรี) ภัคดุรงค์
(update 14 สิงหาคม 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารหมอชาวบ้านปีที่ 29 ฉบับที่ 337 พฤษภาคม 2550]
|