ไม่ยอมจดทะเบียนหย่า


คำอวยพรให้คู่บ่าวสาวครองรักครองเรือน มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองยังคงใช้กันอยู่ เมื่อผู้หลักผู้ใหญ่ได้กล่าวในวันสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายต่างสละชีวิตโสดเพื่ออยู่กันเป็นครอบครัวใหม่

วันนั้นเป็นวันมงคลตามประเพณีที่คนทั้งสองต่างให้คำมั่นสัญญาต่อหน้าแขกเหรื่อที่มาในงานมงคลสมรส ตราตรึงอยู่ในความทรงจำไปอีกนานแสนนาน หากคำอวยพรเปรียบเสมือนมนต์วิเศษได้อย่างใจคิด เราคงจะไม่ได้ยินคำว่า "หย่า" แม้ว่าจะเป็นคำสั้นๆ แต่ซ่อนข้อสงสัยและความเจ็บปวดที่สามีภริยาคู่นั้นไม่อยากจะเอื้อนเอ่ยให้ผู้ใดกล่าวถึง

นับวันการหย่าร้างไม่อาจยอมรับได้ว่าเป็นวันธรรมดา แต่ย่อมเป็นธรรมดาที่เกิดขึ้นกับชีวิตครอบครัวใดก็ได้ การหย่าร้างเป็นเพียงปลายเหตุของคนสองคนที่ครั้งหนึ่งเคยรักกัน ต้องมีอันเกลียดหน้าจนอยู่ด้วยกันไม่ได้ ปัญหาจึงอยู่ที่ต้นเหตุ และเหตุแห่งการฟ้องหย่ากฎหมายบัญญัติไว้หลายข้อ หากสามีหรือภริยาจะไว้อ้างเมื่อฟ้องหย่า จะไม่ขออรรถาธิบายในวันนี้

หากเริ่มต้นครองรักครองเรือนด้วยความไม่ประมาท อดทน (หลายคนบอกว่าอย่าให้ขยายเป็นทนอด) อดกลั้นและมีสติ ไม่ถือสาความต่างในนิสัย ความรุนแรงของความขัดแย้งจะบรรเทาและรับกันได้ สิ่งที่กล่าวย่อมเป็นเกราะคุ้มกันการหย่าได้

ประเด็นวันนี้ไม่ได้ฟ้องหย่าเพราะอ้างเหตุหย่าตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ แต่ภริยาจำเป็นต้องฟ้องศาลเพื่อให้สามีไปจดทะเบียนหย่าให้ เพราะทั้งสองฝ่ายได้ทำหนังสือยอมหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยาตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้ทำได้ด้วยความยินยอมของทั้งสองฝ่ายหรือโดยคำพิพากษาของศาล แต่ต้องทำเป็นหนังสือและมีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อยสองคน สามีไม่ยอมทำตามหนังสือที่ทำตามกฎหมายทุกประการ อ้างว่าเคยลงชื่อตามที่ถูกภริยาฟ้อง แต่กระดาษที่ได้ลงชื่อไว้เป็นกระดาษเปล่า

นางปณิดา ดารานักร้องนักแสดงเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายมนัสชัย ผู้กำกับฯภาพยนตร์มีชื่อว่าทั้งคู่เป็นสามีภริยาถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งสองทำหนังสือหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยาถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมาย สามีเกิดเปลี่ยนใจไม่ยอมไปจดทะเบียนหย่าให้ จึงฟ้องศาลขอให้บังคับสามีไปจดทะเบียนหย่าตามข้อความที่ตกลงกันไว้ในหนังสือที่ใช้เป็นข้ออ้างในการยื่นฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนหย่าให้โจทก์ภายใน 15 วัน ถ้าไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 213

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จำเลยได้ทำหนังสือหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากับโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.6 หรือไม่"

เรื่องนี้ โจทก์มีตัวโจทก์เบิกความว่าได้เขียนเอกสารดังกล่าวขึ้น ให้จำเลยอ่านเข้าใจและลงลายมือชื่อไว้ มีญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายลงชื่อเป็นพยานรู้เห็นและเบิกความสนับสนุน จำเลยมิได้ถามค้านพยานทั้งสามปากนี้ให้เห็นเป็นอย่างอื่น ส่วนจำเลยมีตัวจำเลยปากเดียว เบิกความว่าเคยลงลายมือชื่อในกระดาษเปล่า ไม่มีข้อความอื่นให้โจทก์ไป เข้าใจว่าโจทก์สมคบกับญาติฝ่ายโจทก์ไปเขียนข้อความตามเอกสารหมาย จ.6 ที่อ้างไว้ จำเลยไม่มีพยานหลักฐานอย่างอื่นมาสนับสนุนอีก

พิจารณาพยานหลักฐานของโจทก์เห็นว่ามีน้ำหนักและเหตุผลดีกว่าของจำเลย จึงเชื่อได้ว่าโจทก์จำเลยได้ทำหนังสือยินยอมหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากันไว้ตามเอกสารที่อ้างมาจริง ซึ่งเป็นการถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายบัญญัติ

แต่การหย่าโดยความยินยอมจะสมบูรณ์ต่อเมื่อสามีภริยาได้จดทะเบียนหย่าแล้วตามกฎหมาย เมื่อจำเลยไม่ยอมไปจดทะเบียนหย่าให้โจทก์เช่นนี้ โจทก์ย่อมมีสิทธินำคดีมาฟ้องขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนหย่าได้

ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน

ข้อมูล : เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ 3838/2528

รศ.พิศิษฐ์ ชวาลาธวัช



(update 8 กันยายน 2006)
[ ที่มา.. หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 02 กันยายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10402 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600