 |
ประโยชน์ของการเป็นโจทก์ร่วม |
 |
|---|
น้องชายของดิฉันถูกคนข้างบ้านฆ่าตาย ต่อมาจับคนฆ่าได้ และส่งฟ้อง ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 15 ปี ศาลอุทธรณ์ตัดสินลดเหลือ 10 ปี ตอนนี้สงสัยว่าคนฆ่าน้องชายดิฉันทำไมถึงไม่ติดคุก ทำไมพวกดิฉันถึงไม่รู้ว่าศาลอุทธรณ์ตัดสิน 10 ปี
น้องวัน
ตอบ : ถ้าลูกชายตาย ผู้เสียหายคดีนี้คือพ่อแม่ ลูกเมียที่ชอบด้วยกฎหมายของคนตาย ผู้เสียหายจะถูกเรียกไปศาลเมื่ออัยการฟ้องคดีแล้ว คดีนี้ได้ความว่า พ่อผู้ตายเสียชีวิต แม่จึงเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายที่มีสิทธิดำเนินคดีแทนผู้ตายได้ ประมวลกฎหมายตามวิธีพิจารณาความอาญากล่าวถึงบุคคลที่มีหน้าที่จัดการแทนผู้เสียหายคือ
มาตรา 5 บุคคลเหล่านี้จัดการแทนผู้เสียหายได้
(1) ผู้แทนโดยชอบธรรมคือผู้อนุบาล เฉพาะแต่ในความผิดซึ่งได้กระทำต่อผู้เยาว์ หรือผู้ไร้ความสามารถซึ่งอยู่ในความดูแล
(2) ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน สามีหรือภริยา เฉพาะแต่ในความผิดอาญาซึ่งผู้เสียหายถูกทำร้ายถึงตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจะจัดการเองได้
(3) ผู้จัดการหรือผู้แทนอื่นๆ ของนิติบุคคล เฉพาะความผิดซึ่งกระทำลงแก่นิติบุคคลนั้น
ดังนั้นแม่ของผู้ตาย จึงเป็นบุพการีตามมาตรา 5 (2) เข้าไปจัดการคดีแทนลุกชายที่ตายไปได้ และถือว่าเป็นผู้เสียหายดำเนินคดีได้ตามาตรา 28 ด้วย
มาตรา 28 บุคคลเหล่านี้มีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาล
(1) พนักงานอัยการ
(2) ผู้เสียหาย
สำหรับคดีนี้ มีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ดำเนินคดีเพราะความผิดฐานฆ่าคนตายก็เป็นผู้เสียหายจะต้องไปให้การกับศาลว่าผู้ตายเป็นลูก และถูกใครทำให้ตาย แต่แม่ของผู้ตายมีสิทธืยื่นคำร้องขอเป็นโจทก์ร่วมและสามารถตั้งทนายความเข้ามาดูแลคดีได้ ซึ่งกฎหมายให้สิทธิไว้
มาตรา 30 คดีอาญาใดซึ่งพนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว ผู้เสียหายจะยื่นคำร้องของเข้าร่วมเป็นโจทก์ในระยะใดระหว่างพิจารณาก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาคดีนั้นก็ได้ประโยชน์ของการยื่นคำร้องขอเป็นโจทก์ร่วม บางคดีมีพยานสำคัญที่พนักงานสอบสวนมิได้สอบสวนไว้ ถ้าไปบอกอัยการ อัยการจะไม่เสนอรายชื่อลงในบัญชีพยาน และไม่นำไปให้การเพิ่มเติม เพราะพนักงานสอบสวนไม่ได้สอบสวนไว้ ดังนั้น เมื่อศาลสั่งให้แม่ผู้ตายเป็นโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมสามารถนำพยานเข้าเบิกความต่อจากอัยการได้ เพื่อให้หลักฐานแน่นหนาขึ้น
ถ้าคดีที่พิจารณาไปแล้ว ศาลพิพากษายกฟ้อง หรือลงโทษน้อยกว่าที่ควร โจทก์ร่วมสามารถยื่นอุทธรณ์หรือยื่นฎีกาต่อศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาเพื่อให้ศาลศุงพิพากษาจำคุกหรือเพิ่มโทษได้
แต่ถ้าผู้เสียหายมิได้ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ถ้าศาลพิพากษายกฟ้องหรือลงโทษน้อย ผู้เสียหายไม่มีสิทธิยื่นอุทธรณ์หรือฎีกานั้นก็เป็นอำนาจของอัยการ จึงทำให้ผู้เสียหายบางคดีเสียใจและคลางแคลงใจไปในที่สุด
สำหรับคดีที่ปรึกษานี้ แม่ของผู้ตายมิได้ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม แม่ของผู้ตายจึงไม่มีสิทธ์อุทธรณ์ฎีกา ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง
คำถามที่ว่า ทำไมจำเลยจึงออกมาเดินนอกคุกได้ เพราะอาจเป็นไปได้ที่คดียกฟ้อง หรือจำเลยขอประกันตัวและศาลปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างฎีกา ซึ่งเป็นสิทธิของจำเลยสามารถประกันตัวได้ ตาม
มาตรา 106 คำร้องขอให้ปล่อยให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยชั่วคราวโดยไม่ต้องมีประกันหรือมีประกันและหลักประกัน ไม่ว่าผู้นั้นต้องควบคุมหรือขังตามหมายศาล ย่อมยื่นได้โดยผู้ต้องหาจำเลย หรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องดังนี้
(4) เมื่อศาลอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์แล้ว แม้ยังไม่มีการยื่นอุทธรณ์หรือฎีกา หรือมีการยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาแล้วยังไม่ได้ส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา ให้ยื่นต่อศาลชั้นต้นที่ชำระคดีนั้น
ในกรณีที่ศาลชั้นต้นเห็นสมควรให้ปล่อยตัวชั่วคราว ให้ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาต มิฉะนั้นให้ส่งคำร้องพร้อมสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์หรือศลาฎีกาเพื่อสั่งแล้วแต่กรณี
(5) เมื่อศาลส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาแล้ว จะยื่นต่อศาลชั้นต้นที่ชำระคดี หรือจะยื่นต่อศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา แล้วแต่กรณีก็ได้
ในกรณีที่ยื่นต่อศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรีบส่งคำร้องไปยังศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา เพื่อสั่งแล้วแต่กรณี การที่ศาลอนุญาตให้ประกันตัวและปล่อยตัวชั่วคราว จำเลยจะต้องไม่มีพฤติการณ์ตาม
มาตรา 108 ในการวินิจฉัยคำร้องให้ปล่อยชั่วคราว ให้พึงพิจารณา ข้อเหล่านี้ประกอบ
(1) ความหนักเบาแห่งข้อหา
(2) พยานหลักฐานที่นำมาสืบแล้วมีเพียงใด
(3) พฤติการณ์ต่างๆ แห่งคดีเป็นอย่างไร
(4) เชื่อถือผู้ร้องขอประกันหรือหลักประกันได้เพียงใด
(5) ผู้ต้องหาหรือจำเลยน่าจะหลบหนีหรือไม่
(6) ภัยอันตรายหรือความเสียหายที่จะเกิดจากการปล่อยชั่วคราวมีเพียงใดหรือไม่
(7) ในกรณีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยต้องขังตามหมายศาล ถ้ามีคำคัดคาดของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือโจทก์แล้วแต่กรณีศาลพึงรับประกอบการวินิจฉัยได้
ดิฉันได้แนะนำไปว่า ถ้ายังไม่แน่ใจว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาอย่างไร ให้น้องวันพาแม่ไปที่ศาลที่พิจารณาคดีตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อสอบถามความคืบหน้า เมื่อสอบถามแล้วปรากฏว่าจำเลยได้รับการประกัน แสดงว่าเขาอยู่นอกคุกได้ แต่ถ้าไปข่มขู่ครอบครัวของน้องวัน ให้แม่ไปยื่นคำร้องต่อศาลว่าจำเลยมีพฤติการณ์ข่มขู่จนทำให้ครอบครัวได้รับอันตราย ถ้าศาลเห็นว่าพฤติกรรมจำเลยเข้าข่ายมาตรา 108 ข้อหนึ่งข้อใด ศาลอาจจะสั่งถอนประกันกลับไปนอนในคุกต่อ.
มณีรัตน์ (มยุรี) ภัคดุรงค์
(update 2 มิถุนายน 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ 27 ฉบับที่ 317 กันยายน 2548 ]
|