 |
ผู้จัดการมรดกเป็นสิทธิเฉพาะตัว |
 |
|---|
ภายหลังเจ้าของทรัพย์มรดกถึงแก่กรรมแม้ว่าจะได้ทำพินัยกรรมไว้ให้แก่ทายาทแล้ว
ใช่ว่าจะไม่มีปัญหา ยิ่งมีทรัพย์สินเงินสดมาก หากผู้ทำพินัยกรรมไม่ละเอียดรอบคอบ
การร้องขอและคัดค้านแต่งตั้งผู้จัดการมรดกจะเกิดขึ้นหลังเสร็จสิ้นงานศพ
หลังจากนายประทิน ข้าราชการระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ถึงแก่กรรมลง
ทิ้งทรัพย์มรดกไว้ให้ทายาทโดยธรรมคือลูกๆ มีจำนวน 5 คน ภริยาเสียชีวิตก่อนหน้านี้แล้ว
ไม่น้อยกว่า 3 ปี นายประทินมีบ้านเดียวต่างไปจากข้าราชการระดับสูงบางคนนิยมมีหลายบ้าน
ปัญหาในเรื่องการร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกน่าจะไม่เกิดขึ้น
จนกระทั่งนายพงษ์น้องชายร้องศาลให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายประทินและนางประดับภริยา
แต่นายสมปองบุตรคนโตของนายประทินคัดค้านในฐานะทายาทและน้องๆ ทุกคนว่า
พินัยกรรมที่ผู้ร้องอ้างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ร้องจะอาศัยพินัยกรรมดังกล่าว
ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกได้อย่างไร ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้องและตั้งผู้คัดค้านที่ 1
ซึ่งเป็นบุตรของนายประทินและนางประดับ ผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกของบุพการี
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งแต่งตั้งนายพงษ์และนายสมปอง ผู้คัดค้านที่ 1 ร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดก
ของนายประทินและนางประดับ ให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ผู้คัดค้านที่ 1 ถึงที่ 5
อุทธรณ์ยืนยันคำคัดค้านดังกล่าวข้างต้น
มีเหตุการณ์ที่น่าสนใจเกิดขึ้นและมีประเด็นทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิของผู้ร้อง
ทั้งนี้ ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ผู้ร้องมรณะ พันตรีนักรบ บุตรชาย ขอเข้าเป็นคู่ความแทน
ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า การเป็นผู้จัดการมรดกเป็นสิทธิเฉพาะตัว
พันตรีนักรบไม่อาจจะขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนผู้ร้องได้ให้ยกคำร้องของพันตรีนักรบ
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้คัดค้านที่ 1 ถึงที่ 6 ผู้คัดค้านที่ 1 ถึงที่ 6 ฎีกา
คดีนี้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ระหว่างผู้ร้องและผู้คัดค้านต่างอ้างว่ามีสิทธิรับมรดกตามพินัยกรรมคนละฉบับ
ในที่สุดศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งตั้งให้ผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกัน
ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ผู้ร้องถึงแก่มรณะ จึงได้มีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะผู้ร้อง
การเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ร้องสิ้นสุดลง ไม่ใช่กรณีจะให้ผู้ใดเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้ร้องได้
เนื่องจากเป็นเรื่องเฉพาะตัวผู้ร้อง
ผลจึงเท่ากับมรดกของเจ้ามรดกดังกล่าวคงมีแต่เพียงผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกคนเดียวเท่านั้น
ซึ่งเป็นไปตามความประสงค์ของผู้คัดค้านที่ 1 ถึงที่ 5 ตามที่ได้ยื่นคำร้องคัดค้าน
และขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกไว้แต่ต้นนั่นเอง
คดีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยถึงพินัยกรรมฉบับที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง
หากมีข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในทรัพย์มรดกของเจ้ามรดกประการใดก็เป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก
ไม่ได้เกี่ยวกับการขอเป็นผู้จัดการมรดกในคดีนี้ของผู้คัดค้านที่ 1 ถึงที่ 5
ต้องการคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของผู้คัดค้านที่ 1 ถึงที่ 5 ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ข้อมูล : เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ 4745/2534
รศ.พิศิษฐ์ ชวาลาธวัช
(update 11 พฤษภาคม 2005)
[ ที่มา...
หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 09 เมษายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9891 ]
|