สามียอมให้ประณาม


คงไม่มีพ่อคนไหนที่มีความเป็นคนสมบูรณ์และมีความคิดเหมือนพ่อทั่วไปพึงมีต่อลูกของตัวเอง หากไม่มีความจำเป็นถึงขั้นที่ได้พยายามแล้วเพื่อพยุงรายได้น้อยนิดกับภาระรับผิดชอบบอกกับอดีตภริยา และแม่ของลูกว่าผมมีหนี้สินคุณมีรายได้เพียงพอที่จะเจือจุนลูกช่วยแก้ปัญหาให้ผมก่อนเถอะ ผมยอมให้คุณประณามว่าเป็นพ่อที่ไม่เอาไหน...? อยู่ร่วมกันไม่ได้จึงต้องหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากัน ฝ่ายชายนั้นจะต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูให้แก่ภริยาและทายาทถือว่าเป็นภาระผูกพันทั้งเหตุผลทางศีลธรรมและกฎหมาย

แต่ชีวิตนั้นใครจะเล่าจะบอกได้ว่าวันข้างหน้าฐานะทั้งสองฝ่ายอาจพลิกพัน ฝ่ายชายรายได้จำกัดขึ้น เพราะภาระผูกพันของการสร้างครอบครัวใหม่หรือมีเหตุอื่นใดเข้ามากระทบ ฝ่ายหญิงนั้นยังคงเรียกร้องตามสิทธิอยู่ หากทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเช่นนี้กฎหมายมีทางออกให้หรือไม่...?

รัชต์เกิดที่มหาชัยเป็นลูกสาวชาวประมง ครั้นแตกวัยสาวเข้าสู่ประตูวิวาห์กับเผอิญข้าราชการหนุ่ม สังกัดกระทรวงเกษตรฯ อยู่ด้วยกันมาแปดปีมีลูกสาวหนึ่งคน ความสัมพันธ์ระหว่างการเป็นสามีภริยาไม่ค่อยจะราบรื่นนัก เพราะฝ่ายชายมีแต่เงินเดือนฝ่ายหญิงไม่ได้ทำงานเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกชีวิตครอบครัวจึงเกิดปัญหา เผอิญหารายได้พิเศษด้วยการรับจ้างสอนพิเศษให้กับเด็กละแวกนั้นแต่เป็นรายได้น้อยนิดเหลือเกิน เมื่อเทียบกับภาระที่เพิ่มขึ้นทุกวันเป็นเงาตามตัว

ภริยาของเผอิญมักจะยกเป็นข้ออ้างเสมอว่าสามีคนอื่นทำมาหากินเก่งให้เสียใจที่เลือกคนผิด ถ้ารู้ว่าชีวิตต้องลำบากเหมือนวันนี้ตัดสินใจแต่งงานกับลูกชายคนขายกาแฟข้างบ้านไปแล้ว และมักจะพูดบ่อยๆ ครั้งขณะที่ทะเลาะกันจนเกินขีดที่เผอิญจะอดทนได้อีกต่อไป

ในที่สุดทั้งสองฝ่ายตัดสินใจแยกทางเดินชีวิตด้วยการจดทะเบียนหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยา มีข้อตกลงในสัญญาว่าเผอิญจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้แก่รัชต์ จำนวน 35 เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนตลอดไปทุกเดือน เผอิญได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่อีกหลายจังหวัด เขาส่งเงินให้กับอดีตภริยาตามจำนวนเดิมได้ บางเดือนไม่มีส่งและงดส่งเป็นเวลาล่วงเลยไม่น้อยกว่า 2 ปี

รัชต์ยื่นฟ้องศาลให้เผอิญจ่ายค่าเลี้ยงดูตามสัญญาที่ได้ตกลงกัน เผอิญรู้สึกละอายใจยิ่งนัก ที่ต้องตกเป็นจำเลยเขายื่นคำร้องว่าได้จ่ายค่าเลี้ยงชีพให้แก่โจทก์ไม่ต่ำกว่า 15 ปีต่อเนื่อง แต่เนื่องจากเขาต้องรับผิดชอบในฐานะนายประกันหนี้ทำให้รายได้ไม่พอจ่ายหนี้อื่นใด ขณะนี้ฐานะยากจนลงแม้บ้านอยู่อาศัยมีธุรกิจบริษัทประกันภัยจึงขอพึ่งบารมีศาลขอให้มีคำสั่งให้จำเลย งดชำระค่าเลี้ยงชีพแก่โจทก์

ที่สุดศาลวินิจฉัยว่า เมื่อดูพยานหลักฐานเชื่อว่าจำเลยมีเงินเดือนเหลือน้อยมาก มีภริยาและบุตรอีกหนึ่งคนซึ่งต้องอุปการะเลี้ยงดูให้การศึกษา นอกจากนี้ ยังมีหนี้สินค้ำประกันจำนวนถึงสามแสนบาท ไม่มีทรัพย์สินใด เหลือเวลารับราชการเพียง 4 ปี โจทก์ยอมรับว่ามีทรัพย์สินที่มารดายกให้แม้ติดจำนองธนาคารก็จริงอยู่ แต่มูลค่าทรัพย์สินสูงกว่าหนี้ มีรายได้จากธุรกิจต่างหากเห็นได้ว่ารายได้ทั้งโจทก์และจำเลยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ปัจจุบันจำเลยอยู่ในฐานะทางเศรษฐกิจด้อยกว่าโจทก์ ถึงเวลาสมควรที่จะสั่งแก้ไขในเรื่องค่าเลี้ยงชีพแล้ว จึงพิพากษาให้จำเลยงดจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้แก่โจทก์

ข้อมูล : เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ 4685/2540

รศ.พิศิษฐ์ ชวาลาธวัช



(update 5 มีนาคม 2005)
[ ที่มา... หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9842 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600