 |
หนีแม่พรากลูก |
 |
|---|
แม้ว่าจะเจ็บปวดหัวใจอย่างรุนแรงที่ไม่อาจเป็นพ่อที่ชอบด้วยกฎหมายของลูก
แต่ความเป็นพ่อของลูกก็ไม่อาจทำใจได้ ถ้าจะต้องช่วงชิงลูกมาอยู่ในอ้อมกอดจากแม่ก็จำใจทำ
เพราะจิตสำนึกของความเป็นพ่อและความรักที่มีต่อลูก สิ่งที่น่าคิดมุมกลับการใช้วิธีการเยี่ยงนี้
จะไม่ก่อความเจ็บปวดให้แก่หัวใจของแม่ที่ชอบด้วยกฎหมายของลูกหรืออย่างไรกัน
ผู้ที่เป็นพ่อที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของลูกไม่อาจปฏิเสธได้ว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเธอคือแม่ของลูกที่คุณรักและหวงแหน
ณ วันนี้จะต้องใช้กำลัง กฎหมายและทุกวิธีการเพื่อช่วงชิวหัวใจของแม่คือ อดีตภริยาที่คุณรักให้เจ็บช้ำจิตใจอีกครั้งหนึ่ง
และอาจรุนแรงกว่าเดิมที่คุณไม่อาจจดทะเบียนสมรสมกับเธอได้
ความเป็นจริงของชีวิตในอดีตของชายหนุ่มหญิงสาวแม้ว่าไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับชีวิตคู่ใด
แต่ความเป็นจริงในสังคมนี้อาจเกิดขึ้นได้เสมอจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง
ทั้งนี้ เพราะมนุษย์มีกิเลสตัณหาและไม่อาจยับยั้งได้ด้วยคำว่า "พอ" แล้ว จึงมีอุทาหรณ์มาเล่าสู่กัน
หยกฟ้า คือ ชื่อของเธอ นักร้องเสียงเสน่ห์ในวงการบันเทิงไม่อาจที่จะทนอยู่กับ คำนวณ
พ่อค้าใหญ่นักธุรกิจที่มีชื่อในวงการสังคมด้วยเหตุที่คำนวณพ่อของลูกสาวที่เกิดขึ้นดูโลกภายนอก
จวบจนเข้าโรงเรียนอนุบาล และถามเธอว่า "ทำไมพ่อจึงไม่อยู่กับแม่"
หยกฟ้ายื่นคำขาดให้คำนวณจดทะเบียนสมรสและอยู่กับเธอเหมือนสามีภริยาทั่วไป
คำนวณผัดผ่อนและหลบหน้าหยกฟ้าไม่ยอมติดต่อและรับโทรศัพท์
ที่ซ้ำร้ายให้ลูกน้องไปรับลูกสาวหลังจากเลิกเรียนในวันหนึ่ง หยกฟ้าหัวใจแทบแตกสลาย
ได้แต่ขอร้องวิงวอนให้คืนลูกแก่เธอ เรื่องทำร้ายจิตใจเธอหลีกเลี่ยงไม่จดทะเบียนเธอพอทนได้
แต่การแย่งลูกจากเธอไปเองไม่อาจทนได้ คำนวณอ้างว่าเป็นลูกของเขาเช่นกัน
หยกฟ้าจึงตัดสินใจฟ้องศาล อ้างว่าคำนวณไม่ใช่บิดาชอบด้วยกฎหมายจึงไม่มีอำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์
ไม่เป็นผู้ใช้อำนวจมีสิทธิปกครองบุตรสาวของเธอ การกระทำเช่นนี้เป็นการกักบุตรผู้เยาว์ไว้จึงเป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจ
และเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ผู้เป็นมารดาของผู้เยาว์ย่อมมีสิทธิเรียกบุตรผู้เยาว์คืนจากจำเลยได้
จำเลยให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้องและพิพากษาว่าลูกชาวชื่อเด็กหญิง สุ เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของจำเลย
ให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนให้จำเลยเป็นบิดาชอบด้วยกฎหมายและให้ถอนอำนาจปกครองของโจทก์เสีย
โดยให้จำเลยเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองแทน
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำให้การจำเลย ส่วนฟ้องแย้งไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมให้จำเลยยกฟ้องเป็นคดีต่างหาก
และพิพากษาให้จำเลยส่งคืนเด็กหญิงสุดแก่โจทก์ สำหรับคำขอที่ให้ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับเด็กหญิงสุ
ซึ่งเป็นลูกสาวของจำเลยให้ยกเสีย
จำเลยต่อสู้คดีถึงที่สุด เพราะคิดว่านี่เป็นการแสดงออกซึ่งความเป็นพ่อย่อมมีอำนาจปกครองลูกของเขา
สุดท้ายศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า จำเลยและโจทก์มิใช่สามีภริยาชอบด้วยกฎหมาย
จำเลยจึงมิใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของบุตรผู้เยาว์ มิใช่เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ตามกฎหมาย
จึงเป็นบุคคลอื่นที่กักบุตรผู้เยาว์โดยไม่มีอำนาจ โจทก์จึงมีสิทธิเรียกบุตรผู้เยาว์คืนจากจำเลยได้
พิพากษาให้คืนเด็กหญิงสุแก่โจทก์ซึ่งเป็นแม่เสีย
ข้อมูล : เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ 3461/2541
รศ.พิศิษฐ์ ชวาลาธวัช
(update 5 มีนาคม 2005)
[ ที่มา...
หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9849 ]
|