คนไทยทุกคน มีหน้าที่ต้องรู้กฏหมายไทย
หมวดนี้ จะนำเสนอบทความเกี่ยวกับ กฏกหมายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน
ที่คุณต้องรู้ เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตอย่างปกติสุข
[ http://ite.nectec.or.th/~elib/index.html ]

[ คัดลอกจาก คลินิกกฏหมาย จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2542]
law clinic

ตำรวจไม่รับแจ้งความ[สามีทำร้ายร่างกาย]



ดิฉันถูกสามีทำร้ายร่างกายเป็นประจำไป แจ้งความครั้งใดตำรวจก็ไม่รับแจ้งบอกว่า เป็นเรื่องของผัวเมีย เดี๋ยวก็ดีกันทำให้เสียเวลารับแจ้งความ จนสามีดิฉันได้ใจ มีปัญหาครั้งใด ก็ลงมือทำร้ายเสมอมา และท้าทายดิฉันว่า เก่งจริงให้ตำรวจจับเขาเข้าคุกให้ได้

ดิฉันอยากทราบจริง ๆ ว่าการทำร้ายร่างกายระหว่างสามีภริยานั้นไม่มีความผิดใดๆ เลยหรือ หรือจะเป็นความผิดก็ต่อเมื่อสามีต้องทำร้ายดิฉันให้ตายคามือเขาไปก่อน หรือดิฉันต้องฆ่าเขาตายเพื่อไม่ให้เขาทำร้ายดิฉันอีก กฎหมายจึงจะลงมือมาจัดการได้ ดิฉันหนีเขาไปอยู่กับญาติเขาก็ไปตามเอาตัวมาใครก็ไม่กล้าช่วย ทำให้ดิฉันอับอายผู้คนและทรมานที่สุด

สุรัสวดี ผู้โชคร้าย


ความผิดทางอาญาระหว่างสามีภริยที่เป็นความผิดแต่กฎหมายจะยกเว้นโทษให้จะเป็นความผิดที่สามีหรือภริยากระทำต่อกันในเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์สิน เช่น ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอก ทำให้เสียทรัพย์หรือบุกรุก โดยต้องไม่ทำให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจและไม่ได้ใช้อาวุธ

แต่สำหรับความผิดทางอาญาการทำร้ายร่างกายนั้น ไม่มีข้อยกเว้นว่าผู้ที่ทำร้ายและผู้ที่ถูกทำร้ายหากเป็นสามีภริยาแล้ว กฎหมายจะยกเว้นให้ไม่ต้องรับโทษ การทำร้ายผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นสามีหรือภริยากันหรือไม่ ทุกคนก็อยู่ภายใต้กฎหมายอาญาเหมือนกัน คือ ความเป็นสามีภริยาไม่ได้ก่อให้เกิดสิทธิในเนื้อตัวร่างกายที่จะทำร้ายคู่สมรสของตนได้โดยไม่มีความผิด

ที่เราเห็นสามีภริยาตกลงยอมความกันที่สถานีตำรวจส่วนใหญ่เป็นเรื่องด่า ดูหมิ่นหรือทำร้ายแค่ฟกช้ำดำเขียว ซึ่งหากฝ่ายหนึ่งยอมรับผิดตำรวจก็แจ้งข้อหาว่า เป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายไม่เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจและลงโทษ โดยการเปรียบเทียบปรับให้จบกันไปในชั้นตำรวจหรือหากทำร้ายร่างกายได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจแต่ไม่เป็นอันตรายสาหัส ก็สามารถตกลงยอมความกันได้ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนไม่ว่าจะเป็นสามีภริยาหรือไม่ก็อาจตกลงยอมความกันได้

ที่เป็นปัญหาคือว่าส่วนใหญ่หากเป็นปัญหาครอบครัว ผู้มาร้องทุกข์มักต้องการให้ตำรวจรับแจ้งความไว้เบื้องต้น หรือเข้ามาช่วยเหลือไกล่เกลี่ยเพื่อไม่ให้ตนถูกทำร้ายอีก หากตกลงกันได้ก็โอเคจบกันหากตกลงกันไม่ได้ก็ต้องว่ากันต่อไป แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา พบว่าเมื่อภริยาถูกทำร้าย บ่อยครั้งที่ตำรวจมักไม่รับแจ้งความ โดยให้เหตุผลว่า เป็นเรื่องของผัวเมีย มีหลายรายที่เคยเล่าให้ฟังว่า ตำรวจไม่รับแจ้งความโดยบอกว่า หากมีทะเบียนสมรส ก็เอาผิดสามีไม่ได้ และรายใดที่ไม่มีทะเบียนสมรส ก็ให้เหตุผลว่าหากตกลงอยู่กินกัน ผู้หญิงก็เปรียบเหมือนทรัพย์สินของผู้ชายต้องทนกันไป ฯลฯ

แต่เดิมดิฉันก็คิดเช่นเดียวกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจคือ เห็นใจหากให้ตำรวจรับแจ้งความเรื่องเช่นนี้ไว้ทุกเรื่อง ตำรวจไม่เป็นอันทำงานอื่นแต่กลับกลายเป็นว่า เบื้องหลังที่ภริยาถูกปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือ ดิฉันแทบไม่เชื่อว่า เมื่อกลับมาถึงบ้านกลับถูกหนักกว่าเก่าจนเลิกความคิดที่จะแจ้งความอีก ทำให้ผู้หญิงหลายคนต้องเลิกคิดจะขอความช่วยเหลือจากใครอีก โดยต่างรอคอยเวลาว่า ถ้าสุดทนใครไม่ช่วยก็ช่วยตัวเองวัดดวงเอา สู้ได้ก็สู้ สู้ไม่ได้ก็ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง เราจึงพบเห็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ที่สามีภริยาทำร้ายกันรุนแรงหรือโมโหจนฆ่ากันตายในที่สุด เพราะไม่รู้จะขอความช่วยเหลือจากใคร

ในต่างประเทศจึงได้พยายามบัญญัติกฎหมายพิเศษขึ้นมาเพื่อกำหนดมาตรการในการที่จะสามารถแยกคู่สามีภริยาที่มีปัญหาการทำร้ายร่างกายออกไปชั่วขณะหนึ่ง หากแยกออกไปแล้วยังไม่สามารถที่จะห้ามได้อีกจึงจะมีมาตรการไม้ที่สอง ไม้ที่สามตามออกมาเพราะการปฏิเสธไม่ให้ความช่วยเหลือใด ๆ เท่ากับเป็นการสร้างความรุนแรงแก่ผู้หญิงเพิ่มขึ้น

สำหรับประเทศไทยเราเมื่อยังไม่มีกฎหมายพิเศษใด ๆ ออกมากำหนดมาตราบังคับ ไม่ให้อีกฝ่ายหนึ่ง ทำร้ายร่างกายอีกฝ่ายหนึ่งได้ ก็ต้องใช้กฎหมายอาญาไปก่อนนั่นคือ หากภริยาถูกสามีทำร้าย เมื่อเขาประสงค์จะดำเนินคดี ตำรวจก็ต้องรับแจ้งความไว้

แต่ปัญหาที่ตามมาคือ หากมีกรณีที่ตำรวจไม่รับแจ้งโดยไม่ให้เหตุผลใด ๆ นอกเหนือไปจากเหตุผลว่า เป็นเรื่องของผัวเมียทั้งๆ ที่เห็นชัดเจนอยู่ภริยาถูกสามีทำร้ายจนบาดเจ็บ และฝ่ายภรรยายังยืนกรานที่จะดำเนินคดีกับสามี จะมีวิธีการแก้ไขเยียวยาอย่างไร

แม้ว่าในขณะนี้เราจะมี พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ประกาศใช้มา 3 ปีแล้ว ซึ่งเป็นกฎหมายที่กำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนต่าง ๆ สำหรับดำเนินงานทางปกครอง เพื่อให้การดำเนินงาน เป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมาย มีประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายให้สามารถอำนวยความเป็นธรรมให้แก่ประชาชน เหตุที่กฎหมายฉบับนี้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับแจ้งคำร้องทุกข์เป็นทั้งเจ้าพนักงานฝ่ายการปกครอง และเป็นเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรม หากตำรวจรับแจ้งความ ก็คงจะไม่มีปัญหา เพราะแน่นอนย่อมเป็นกรณีที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

คำถามในขณะนี้คือว่า การที่ตำรวจไม่รับแจ้งความ ถือว่าเป็นการออกคำสั่งทางปกครองหรือไม่ คำสั่งทางปกครองคืออะไร คำสั่งทางปกครองหมายความว่า "การใช้อำนาจตามกฎหมาย ของเจ้าหน้าที่ มีผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลในอันที่จะก่อเปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล"

เนื่องจากตาม พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ฉบับนี้มิให้ใช้บังคับแก่ "การดำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา" สิ่งที่ตามมาคือว่า แล้วขั้นตอนไหนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จะถือว่าเป็นการดำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ในต่างประเทศที่มีศาลปกครองนั้นเขาจะถือว่า ถ้าตำรวจรับแจ้งความร้องทุกข์ไปแล้ว จะถือว่าเป็นการดำเนินกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ไม่อาจจะนำวิธีการแก้ไขเยียวยาตาม พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้ได้ แต่ถ้าเขาแจ้งความและเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รับแจ้งความร้องทุกข์ ไม่ถือว่าเป็นการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

ดังนั้นการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รับแจ้งความจึงต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. วิธีการปฏิบัติราชการทางการปกครอง คือต้องให้เหตุผลว่าทำไมจึงไม่รับแจ้งความ โดยถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รับแจ้งความร้องทุกข์โดยออกคำสั่งต้องยืนยันคำสั่งนั้นเป็นหนังสือ เพราะคู่กรณีมีสิทธิขอตรวจดูเอกสารที่จำเป็นต้องรู้ เพื่อการโต้แย้ง หรือชี้แจ้ง หรือป้องกันสิทธิของตนได้ ว่าเหตุผลที่เจ้าหน้าที่ตำรวจให้นั้น หากคู่กรณีไม่เห็นด้วยในเหตุผลข้อใด เพราะในเหตุผลนั้นอย่างน้อยต้องประกอบด้วย "ข้อเท็จจริง อันสาระสำคัญ ข้อกฎหมายที่อ้างอิง ข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจ"

เท่าที่สอบถามในขณะนี้ ยังไม่มีปัญหาโต้แย้งเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รับแจ้งความ ที่ไม่ให้เหตุผลแห่งการไม่รับแจ้งความ ดังนั้นจึงเป็นปัญหาว่าการที่ตำรวจไม่รับแจ้งความ จะต้องให้เหตุผลแห่งคำสั่งดังกล่าว ที่ผู้ถูกกระทบสิทธิจะใช้สิทธิในการแก้ไขเยียวยาอุทธรณ์คำสั่งตาม พ.ร.บ.นี้ได้หรือไม่ หรือว่าจะถือเป็นกรณีของการดำเนินงานของกระบวนการยุติธรรม ที่ไม่ตกอยู่ภายใต้บังคับของ พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ที่ผู้ถูกกระทบสิทธิจะต้องยอมรับคำสั่งโดยไม่อาจเยียวยาแก้ไขการกระทำของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง โดยต้องไปฟ้องเป็นคดีอาญาเอาเองหรือไม่

ในไม่ช้าเราจะมีศาลปกครองเกิดขึ้นแล้ว จึงน่าจะมีคดีตัวอย่างจากกลุ่มองค์กรสตรีที่ผู้หญิงเดือดร้อน มาแจ้งความจำนงต้องการจะดำเนินคดีประเภทนี้ว่า สำหรับกรณีที่ภริยาถูกสามีทำร้ายร่างกายแล้วตำรวจไม่รับแจ้งความ โดยไม่ให้เหตุผลจะสามารถแก้ไขเยียวยาโดยใช้ พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ได้หรือไม่ เพื่อผู้หญิงทั้งหลายจะได้มีความมั่นใจในระดับหนึ่งว่า ขณะนี้ได้มีกฎหมายให้ความคุ้มครอง สิทธิในเนื้อตัวร่างกายของเรามากน้อยแค่ไหน

สุกัญญา รัตนนาคินทร์


[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด
ห้องสมุด E-LIB[ hey.to/yimyam ][ pantip.com/ELIB ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]