|
|
|
ไม่อยากแท้งอีก ทำอย่างไรดี
ดิฉันมีปัญหาเรียนถามคุณหมอดังนี้ค่ะ
1. ดิฉันมีบุตรแล้ว 1 คน แต่เมื่อประมาณเกือบปีดิฉันตั้งครรภ์อีกครั้ง
ฝากครรภ์แล้ว ฉีดยากันแท้งแล้ว แต่ทำไมถึงหลุดค่ะ
|
|
|
2. ตั้งแต่แท้งบุตร ดิฉันปวดท้องมากขณะมีรอบเดือน
ทั้งที่ก่อนหน้าไม่เคยเป็นมาก่อน ต้องกินยาระงับปวดประจำ เป็นเพราะเหตุใดคะ
ควรแก้ไขอย่างไร มีผลข้างเคียงไหมคะ (ตอนแท้งขูดมดลูกด้วยค่ะ)
3. ในความเป็นจริงการขูดมดลูกบ่อยๆ หลังการแท้งจะทำให้มดลูกบาง
มีบุตรยาก จริงไหมคะ
4. ดิฉันตั้งครรภ์แล้วแท้งบ่อยๆ ไม่ทราบจะทำอย่างไร
เพราะอยากมีอีกคนหนึ่งเป็นเพื่อนกัน ควรทำอย่างไรคะ
ทั้งที่ฉีดและกินยากันแท้งก็ยังหลุดอีก ดิฉันอายุ 34 ปี
หากมีบุตรจะมีปัญหาอะไรตามมาไหมคะ และเด็กจะได้รับผลกระทบหรือไม่
แม่น้ำหอม
|
 |
|
1. จากประวัติที่กล่าวมาคุณเพิ่งแท้งไป 1 ครั้ง ซึ่งไม่น่าจะเรียกว่าแท้งบ่อย
เพราะธรรมดาหญิงตั้งครรภ์ทั่วไปที่ตั้งครรภ์ 10 คนจะมีคนแท้งสัก 1 คน
|
|
|
ก่อนตอบคำถามของคุณใคร่ขออธิบายถึงสาเหตุการแท้งบ่อย
ซึ่งมีปัจจัยหลายอย่างคือ
- ความผิดปกติของโครโมโซม ซึ่งพบประมาณร้อยละ 50 ของการแท้งทั้งหมด
- ความผิดปกติทางกายภาพของอวัยวะสืบพันธุ์ เช่น มีผนังของมดลูกขวางกลาง
หรือมดลูกผิดรูปร่าง เนื้องอกของมดลูก
- ความผิดปกติของฮอร์โมน เช่น โรคเบาหวาน ไทรอยด์ หรือยาให้ฮอร์โมนไม่พอ
- การติดเชื้อต่างๆ เช่น เชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือพยาธิบางอย่าง
- การผิดปกติของระบบอิมมูน
- สาเหตุอื่นๆ เช่น ความเครียด ความผิดปกติของรก โรคบางอย่างของมารดา
การออกกำลังกายรุนแรงไป การมีเพศสัมพันธ์ และสุดท้ายคือสาเหตุของเพศชายเอง
ส่วนการฉีดยากันแท้งเป็นการฉีดฮอร์โมนที่สร้างจากรก
ถ้าสาเหตุเนื่องจากการขาดฮอร์โมนนี้ก็จะได้ผล แสดงว่าน่าจะเป็นสาเหตุอื่นๆ
ดังกล่าวข้างต้น คุณควรปรึกษาแพทย์ของคุณดู
2. การปวดประจำเดือนคงไม่ใช่เนื่องจากการแท้ง
แต่อาจเนื่องมาจากมีเยื่อบุมดลูกงอกเข้าไปในเนื้อมดลูก
หรือหลุดออกไปนอกมดลูกไปอยู่ในอุ้งเชิงกรานหรือรังไข่
การรับประทานยาระงับปวดไม่น่ามีอันตรายอะไรเพราะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ
และเดือนหนึ่งรับประทานไม่กี่วัน คุณน่าจะปรึกษาสูติแพทย์จะดีกว่า
3. การขูดมดลูกบ่อยๆ ส่วนมากไม่มีผลให้มดลูกบาง
นอกจากบางรายอาจทำให้ผนังภายในของมดลูกติดกัน ทำให้ไม่มีช่องว่างของโพรงมดลูก
ส่งผลให้มีบุตรไม่ได้เนื่องจากเชื้ออสุจิไม่สามารถเข้าไปผสมกับไข่
และถึงแม้ผสมแล้วก็ไม่มีที่ให้ไข่ที่ผสมแล้วเกาะติด
4. ควรรีบไปปรึกษาสูติแพทย์ที่ชำนาญเฉพาะการรักษาผู้มีบุตรยากจะดีกว่า
เพราะคุณอายุก็ 34 ปีแล้ว ถ้าช้าโอกาสจะลดลงเรื่อยๆ
หากเกิดการตั้งครรภ์คุณควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
ปัญหาของมารดาก็อาจมากกว่าวัย 20-30 ปีเล็กน้อย ส่วนทารกก็เช่นกันคือ
อาจเสี่ยงต่อความผิดปกติของโครโมโซมมากกว่าปกติเล็กน้อย เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงครับ
เพราะแพทย์สามารถตรวจพบได้แต่เนิ่นๆ
ศ.(คลินิกเกียรติคุณ)นพ.จิรศักดิ์ มนัสสากร |
|
|