ขูดมดลูกก่อนตั้งครรภ์

ดิฉันมีคำถามที่อยากจะรบกวนถามคุณหมอดังนี้ค่ะ เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.43 ดิฉันได้ไปตรวจร่างกายที่คลินิกผู้มีบุตรยากที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เนื่องจากดิฉันหยุดกินยาเม็ดคุมกำเนิดมาหนึ่งปีครึ่งก็ยังไม่มีบุตร คุณหมอได้ทำการอัตร้าซาวนด์และตรวจภายในวินิจฉัยว่าเยื่อบุมดลูกหนาและมีพังผืด ให้ยาขูดมดลูก PRIMOLUT-N มากิน 20 เม็ด กินเช้า-เย็น หลังอาหารเป็นเวลา 10 วัน ตั้งแต่ 18 มิ.ย. - 27 มิ.ย. คุณหมอบอกว่ากินยาหมดประมาณ 3-7 วัน ประจำเดือนก็จะมา แต่ดิฉันรออยู่จน 12 วัน ประจำเดือนก็ยังไม่มา แต่มีอาการเจ็บคัดที่เต้านมมาก และปวดบริเวณท้องน้อยเป็นพักๆ แทนจึงไปซื้อเครื่องมือทดสอบการตั้งครรภ์มาตรวจเองที่บ้าน ปรากฏว่าตั้งครรภ์ ดิฉันจึงคำนวณด้วยตัวเองว่าอายุครรภ์น่าจะประมาณ 1 เดือน เพราะดิฉันมีเพศสัมพันธ์กับสามีช่วงวันที่ 8-12 มิ.ย. หลังจากนั้นไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กันอีก เนื่องจากสามีไปราชการต่างจังหวัด
วันที่ 8 ก.ค.43 ดิฉันจึงได้กลับไปพบคุณหมอที่คลินิกเดิมอีก เพราะดิฉันมีความกังวลว่ายาขูดมดลูกทีทดิฉันกินเข้าไปจะมีผลกับลูกในครรภ์ เพราะเป็นช่วงครรภ์อ่อนด้วย คุณหมอบอกว่าไม่ต้องตกใจ สมัยก่อนเขาใช้ยานี้เป็นยากันแท้ง (ไม่ทราบจริงหรือไม่คะ)

ดิฉันกลับบ้านด้วยความรู้สึกไม่สบายใจเลย ปัจจุบันตั้งครรภ์ได้ 6 เดือน คุณหมอที่ฝากครรภ์อัลตราซาวนด์ให้บอกว่าเด็กแข็งแรงดีและเป็นผู้หญิง ดิฉันยิ่งไม่สบายใจไปใหญ่เลย เนื่องจาก PRIMOLUT-N เป็นยาฮอร์โมนเพศหญิง กลัวจะมีผลกับลูกมากๆ คุณหมอที่ฝากครรภ์ไม่ได้ให้ความกระจ่างอะไรก็ยิ่งกังวลมาก จึงอยากจะเรียนถามคุณหมอว่า PRIMOLUT-N มีผลอย่างไรกับทารกในครรภ์บ้างคะ โดยเฉพาะช่วง 1 เดือนแรก ที่เขาว่ากันว่าพวกเพศสับสนเป็นเพราะได้รับยาฮอร์โมน ช่วงอยู่ในครรภ์หรือไม่คะ เช่น พวกที่ดูภายนอกเป็นเพศหญิง แต่กลับมีลูกอัณฑะลูกเล็กๆ สองลูกอยู่ในช่องท้อง หรือเพศชายที่อัณฑะทำงานไม่สมบูรณ์ในตอนแรกเกิด จึงทำให้อวัยวะเพศภายนอกยังเป็นเพศหญิงอยู่ หวังว่าจะได้รับความกระจ่าง จากคุณหมอเร็วๆ นี้นะคะ

ปรมาภรณ์ รัตนมุง








ต้องขอแสดงความยินดีด้วยที่คุณปรมาภรณ์โชคดีตั้งครรภ์ได้สมความตั้งใจ ที่บอกว่าโชคดี เพราะว่ายังไม่ได้ทำการตรวจรักษาหรือใช้วิธีไฮเทคเข้าช่วยก็ตั้งครรภ์ได้เอง ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะทีเดียว ถ้าตั้งครรภ์ช้ากว่านี้อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกเป็นหมื่นเป็นแสน บางคู่อาจเป็นล้านก็ได้ ความจริงคุณปรมาภรณ์ยังไม่ใช่คุณแม่ที่มีบุตรยากหรอกครับ ถึงแม้ว่าจะหยุดคุมกำเนิดมาเกิน 1 ปีแล้วก็ตาม เพราะสามีไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา คงเป็นเรื่องของจังหวะเวลาที่มีเพศสัมพันธ์ไม่ค่อยตรงกับช่วงไข่ตกมากกว่า คุณมีเพศสัมพันธ์กับสามีวันที่ 8-12 มิถุนายน หลังจากนั้นอีก 6 วันก็เริ่มกินยา Primolut-N ผมว่าที่ตั้งครรภ์ได้ก็อาจจะเหตุบังเอิญจากได้รับยา Primolut-N ในช่วงที่เหมาะสมก็ได้ ยา Primolut-N เป็นฮอร์โมน progestin ซึ่งก็คือฮอร์โมนพวกเดียวกับที่ฟองไข่ สร้างหลังจากตกไข่ไปแล้ว เพื่อช่วยบำรุงเยื่อบุโพรงมดลูกให้มีเลือดมาเลี้ยงมากขึ้น ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกมีอาหารและความสมบูรณ์เหมาะกับการฝังตัวของตัวอ่อน
ทางการแพทย์ใช้ยาตัวนี้มาเป็นยาเลื่อนประจำเดือนก็ได้ คือให้กินไปเรื่อยๆ เยื่อบุโพรงมดลูกก็จะมีความอุดมสมบูรณ์ไปเรื่อยๆ ก็จะไม่ลอกออกมาเป็นประจำเดือน หรือใช้เป็นยาขับประจำเดือนก็ได้ ก็ใช้แบบที่คุณปรมาภรณ์ใช้นั่นแหละครับ ให้กินไปเรื่อยๆ ซักระยะหนึ่ง หลอกให้เยื่อบุโพรงมดลูกตายใจว่ามีฮอร์โมนอุดมสมบูรณ์ พากันงอกงามกันใหญ่ แต่แล้วก็ให้หยุดยาทันที เยื่อบุโพรงมดลูกเคยได้ฮอร์โมนมาเยอะๆ พอขาดฮอร์โมนที่มาเลี้ยงทันทีก็เหมือนคนขาดอากาศ ผลก็คือเยื่อบุโพรงมดลูกตายหมด ก็เลยหลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือน

เห็นมั้ยครับว่ามนุษย์เรานี่หลอกลวงเก่งขนาดไหน หลอกได้แม้กระทั่งเยื่อบุโพรงมดลูก หรือเยื่อประจำเดือน ปกติการตั้งครรภ์จะเกิดขึ้นได้ต้องมีการผสมกันของตัวอสุจิและฟองไข่ ซึ่งจะมาเจอกันที่ท่อนำไข่หรือปีกมดลูก หลังจากนั้นตัวอ่อนจะใช้เวลาเดินทางจากท่อนำไข่ เข้าสู่โพรงมดลูกประมาณ 6 วัน เมื่อถึงโพรงมดลูกแล้ว ถ้าเยื่อบุโพรงมดลูกสมบูรณ์ดี ตัวอ่อนก็จะพยายามฝังตัวให้ติดแน่นกับผนังมดลูก ถ้าฝังสำเร็จก็เกิดการตั้งครรภ์ แต่ถ้าฝังไม่สำเร็จหรือเยื่อบุโพรงมดลูกสมบูรณ์ไม่เพียงพอตัวอ่อนก็จะฝ่อไป ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้

ผมลองคำนวณดูแล้ว คาดว่าตัวอ่อนของคุณปรมาภรณ์มาถึงโพรงมดลูก ขณะที่เยื่อบุโพรงมดลูกได้รับการบำรุงให้อุดมสมบูรณ์เต็มที่พอดีจากยา Primolut-N ก็เลยฝังตัวได้สำเร็จ เกิดการตั้งครรภ์ได้อย่างบังเอิญที่สุด เรียกว่าโชคดีจริงๆ เพราะจะรักษาเรื่องหนึ่ง แต่ผลที่ได้กลับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่ถูกใจคุณปรมาภรณ์แน่ๆ

ยาตัวนี้ไม่มีผลต่อการตั้งครรภ์หรอกครับ ยาฮอร์โมนที่คุณกังวลว่า อาจจะทำให้ลูกเกิดเพศกำกวม ดูไม่ออกว่าหญิงหรือชายเป็นฮอร์โมนชนิดอื่น ได้แก่กลุ่มฮอร์โมน Estrogen และ Testosterone อ่านคำตอบแล้ว หวังว่าคุณคงสบายใจขึ้นแล้วนะครับ

น.พ.วิชัย ชวาลไพบูลย์




(update 19 ธันวาคม 2003]
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก   ปีที่ 19 ฉบับที่ 219 เมษายน 2544 ]



[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600