|
|
|
เป็นพาหะทาลัสซีเมีย
ดิฉันมีปัญหาจะสอบถามเรื่องการตรวจเลือดทาลัสซีเมีย ดิฉันอายุ 35 ปี
เมื่อตอนตั้งครรภ์บุตรคนแรกปี 42 ได้ตรวจเลือดทาลัสซีเมีย
ผลเลือดแพทย์สูติที่ฝากที่พิเศษไว้บอกว่าเป็นพาหะของโรค
เนื่องจากผล A2 ขึ้นมากกว่าปกติเล็กน้อย ส่วนผลตรวจเลือดของสามีเป็นพาหะแน่นอน
เนื่องจากผล A2 ขึ้นมากชัดเจน ดังนั้นแพทย์ที่ดิฉันไปฝากครรภ์ได้เขียนหนังสือส่งตัว
ให้ไปตรวจเด็กในครรภ์ว่าเป็นทาลัสซีเมียหรือไม่ แพทย์ที่รพ.จุฬาได้ตรวจ CVS
เอาชิ้นรกบางส่วนไปตรวจ DNA และตรวจ DNA ของพ่อและแม่ด้วย
ผลของลูกปกติ ส่วนผล DNA ของแม่ แพทย์ที่ตรวจ DNA บอกว่าปกติ
ดิฉันได้นำผลตรวจมาพบแพทย์ที่ฝากครรภ์ไว้ และบอกว่าผลตรวจของดิฉันก็ปกติ
แต่แพทย์ที่ดิฉันฝากครรภ์ไว้บอกว่าของคุณเป็นพาหะแน่นอน ไม่เชื่อไปถามแพทย์คนอื่นก็ได้
ทำให้ดิฉันไม่ทราบว่าจะเชื่อใคร (สับสน) ดิฉันได้ส่งผลตรวจเลือดมาให้ดูด้วย
|
|
|
ดิฉันต้องการมีบุตรคนที่ 2 จึงกลัวว่าบุตรจะเป็นทาลัสซีเมีย เนื่องจากมีภาวะเสี่ยง
และไม่ทราบว่าต้องตรวจน้ำคร่ำหรือไม่หากตั้งครรภ์อายุเกิน 35 ปี ถ้าตั้งครรภ์บุตรคนที่ 2
เป็นทาลัสซีเมีย จะทำแท้งได้หรือไม่ ใครเป็นคนทำ (แพทย์รพ.ที่ฝากครรภ์หรือเปล่า)
จิรพัฒน์ จิตรมั่น
|
|
|
ผมได้ปรึกษาศาสตราจารย์นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคเลือดเกี่ยวกับปัญหาของคุณ
ซึ่งท่านได้ดูผลเลือดทั้งหมดแล้ว คุณไม่มีโรคเลือดทาลัสซีเมีย ส่วนสามีของคุณเป็น
หรือถ้าเป็นเช่นนี้แล้วบุตรของคุณมีโอกาสเป็นโรคเหมือนคุณพ่อ 50 เปอร์เซ็นต์
จากที่กล่าวมานี้บุตรของคุณอย่างก็เป็นเหมือนพ่อเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องทำแท้ง
|
|
|
ส่วนเรื่องการเจาะน้ำคร่ำเมื่ออายุเกิน 35 ปีนั้น เพื่อตรวจดูเกี่ยวกับทารกจะเป็นโรคปัญญาอ่อน
(Down's syndrome) หรือไม่ คือถ้าคุณอายุ 35 ปี โอกาสบุตรจะเป็นโรคปัญญาอ่อนหนึ่งต่อ 350 คน
ถ้าอายุมากขึ้นโอกาสเสี่ยงก็มากขึ้น โดยเฉพาะถ้าอายุ 40 ปีโอกาสมีลูกปัญญาอ่อนหนึ่งต่อ 100
จากที่กล่าวมานี้คงทำให้คุณสบายใจและหายสับสนได้แล้วนะครับ
ศ.(คลินิก) นพ.จิรศักดิ์ มนัสสากร |
|
|