ไม่ได้อยู่ไฟ

ตอนนี้ดิฉันท้องได้ 5 เดือนแล้วค่ะ เป็นท้องที่สอง ตอนท้องแรกก็งูๆ ปลาๆ ไป เพราะอยู่กันแค่ 2 คนกับสามี คลอดลูกคนแรกผ่าออกทางหน้าท้อง ไม่ได้อยู่ไฟหรือว่าทำอะไรเลยซักอย่าง ออกจากโรงพยาบาลวันที่ 4 ของการคลอด พอวันที่ 5 ก็ซักผ้า (ต้องตักน้ำคลองซัก) อาบน้ำเย็น ทำทุกอย่างเองหมดเลย ปัจจุบันลูกคนแรกอายุ 7 ขวบแล้ว แต่ดิฉันขี้โรคมาก ปวดหลังบ่อย คนแก่แถวบ้านเขาบอกว่าเป็นเพราะน้ำคาวปลาออกไม่หมด ค้างอยู่ตามกระดูกจริงหรือเปล่าค่ะ คลอดคราวนี้ดิฉันตั้งใจว่า จะทำให้ถูกต้องเลยจะได้ไม่ขี้โรค ทรมานมากเลยค่ะ

ประดิษฐ์ขวัญ สมบูรณ์ษา







ผมขอเรียกชื่อคุณสั้นๆ ว่าคุณขวัญก็แล้วกันนะครับ คุณขวัญคลอดลูกคนแรกเมื่อ 7 ปีที่แล้วโดยการผ่าคลอด หลังคลอดวันที่ 5 ก็ต้องทำงานบ้านแล้ว ต้องซักผ้าเองทุกอย่าง แถมยังต้องตักน้ำคลองมาซักผ้าอีกต่างหาก และผมก็มั่นใจว่า คุณขวัญคงจะต้องมีงานบ้าน งานครัว งานจิปาถะอื่นๆ อีกมากมายตามประสาแม่บ้านทั่วไป รวมทั้งงานเลี้ยงลูกอีกทุกวันติดต่อกันมา 7 ปีเต็ม อย่างนี้จะไม่ให้ปวดหลังยังไงเล่าครับ ลำพังแค่ก้มลงตักน้ำในคลองและนั่งซักผ้าก็เป็นสาเหตุให้ปวดหลังได้อยู่แล้ว เนื่องจากกล้ามเนื้อหลังต้องทำงานหนัก รวมทั้งท่านั่งในขณะซักผ้า อาจจะไม่เหมาะทำให้ปวดหลังได้ ผมขอรับรองว่าไม่เกี่ยวข้องกับน้ำคาวปลาอย่างแน่นอน
น้ำคาวปลาก็คือน้ำเลือดหรือน้ำเหลืองที่ซึมมาจากแผลบริเวณที่รกเกาะในโพรงมดลูก พอหลังคลอดรกก็ลอกหลุดจากผนังมดลูก บริเวณนี้จะมีเลือดซึมๆ ออกมาคล้ายๆ รอยถลอกของผิวหนังนั่นเอง ปกติเลือดที่ซึมออกมาจะค่อยๆ จางลงประมาณ 1 สัปดาห์ ก็จะเปลี่ยนจากเลือดสีแดง เป็นน้ำเหลืองสีเหลืองจางๆ พอแผลหายสนิทน้ำคาวปลาก็จะหยุดไป ปกติหลังคลอดจะมีน้ำคาวปลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ แต่ถ้าเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มดลูกจะมีการบีบตัวดีขึ้น มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น น้ำคาวปลาก็จะหมดเร็วขึ้น

สำหรับในรายที่ผ่าตัดทำคลอด น้ำคาวปลาจะมีน้อยกว่าการคลอดเอง เนื่องจากคุณหมอจะใช้ผ้าเช็ดในโพรงมดลูกทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกที่จะหลุดออกมาเป็นน้ำคาวปลา ถูกเช็ดหลุดไปหมดตั้งแต่แรกแล้ว จะเห็นว่าไม่มีทางที่น้ำคาวปลาจะไปตกค้างตามกระดูก หรือออกไม่หมดหรอกครับ ถ้ายังมีเหลืออยู่น้ำคาวปลาก็จะไหลออกไปทางปากมดลูกจนหมด

การที่น้ำคาวปลามาน้อยและหมดเร็วเป็นสิ่งที่ดีทำให้ร่างกายไม่เสียเลือดมากเกินไป เพราะร่างกายต้องสูญเสียเลือดในระหว่างการคลอดเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว แต่ยังมีคนเป็นจำนวนมากที่เข้าใจผิด คิดว่าน้ำคาวปลาเป็นของเสียที่ตกค้างอยู่ในร่างกาย จะต้องขับออกมาให้หมด ก็เลยหาวิธีให้มีน้ำคาวปลาออกมาเยอะๆ เช่น กินยาขับน้ำคาวปลาหรือยาดองทั้งหลาย ผลก็คือมีคุณแม่หลายรายต้องถูกหามส่งโรงพยาบาล เพราะตกเลือด หรือบางรายถึงกับช็อกจากการเสียเลือดมากเกินไป

น.พ.วิชัย ชวาลไพบูลย์




(update 11 มกราคม 2003]
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก  ปีที่ 19 ฉบับที่ 221 มิถุนายน 2544 ]



[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600