|
|
|
ตั้งครรภ์ทั้งๆ ที่มีรอบเดือน
ดิฉันเริ่มตั้งครรภ์ระยะเริ่มต้นประมาณ 1 เดือนกว่าๆ ตอนแรกก็ไม่แน่ใจ
เพราะระหว่างตั้งครรภ์นี้ดิฉันก็ยังมีรอบเดือนมาปกติ แต่พอไปตรวจคุณหมอบอกว่าตั้งครรภ์
ดิฉันแปลกใจมากเพราะผลจากการตรวจปัสสาวะปนเลือดโดยใช้กระดาษชนิดหนึ่งจุ่มลงไป
กระดาษนั้นมีการเปลี่ยนแปลงของสี แต่ที่หนักใจกว่านั้นดิฉันมีอาการปวดหัว หน้ามืด
คลื่นไส้ อาเจียนตลอดเวลา
|
|
|
ดิฉันสงสัยว่าจะเป็นการตั้งครรภ์ได้อย่างไรเมื่อรอบเดือนมาปกติ
และเด็กจะอาศัยอยู่ตรงส่วนไหนและเกิดมาได้อย่างไร เพราะดิฉันเข้าใจว่าการมีรอบเดือนของสตรีทั่วไป
หมายถึงไข่สุกโดยไม่มีการผสมกับเชื้ออสุจิ แต่ดิฉันตั้งครรภ์ทั้งๆ ที่มีรอบเดือน
ดิฉันขอเรียนถามว่าดิฉันควรจะเชื่อหรือไม่ และควรปฏิบัติตัวเตรียมพร้อมอย่างไร
และที่สำคัญดิฉันปวดท้องด้านขวามากแทบตลอดเวลาจนทนไม่ได้
คุณหมอบอกว่าต้องใช้ระยะสัก 3-4 เดือน ถึงจะทราบว่าท้องนอกมดลูกหรือเปล่า
กว่าจะถึงวันนั้น ดิฉันคงทนอาการปวดท้องนี้ไม่ไหวแน่ๆ เลยค่ะ
และหากท้องนอกมดลูกอยากให้คุณหมอแนะนำว่าควรทำอย่างไรในแต่ละขั้นตอน
เพื่อได้ทราบไว้เวลาคุณหมอแนะนำดิฉันจะได้โต้แย้งได้
ดิฉันขอให้ทางทีมงานกรุณาลงตอบในหนังสือเป็นการด่วนด้วยนะคะ
จะรออ่านคำตอบจากคุณหมอ เพราะตอนนี้ดิฉันเครียดมาก กลุ้มใจมากด้วยคะ
จรัสศรี แซ่ฉั่น
|
|
|
ปัญหาของคุณจรัสศรีพบได้ค่อนข้างบ่อยพอควรสำหรับคุณแม่ที่เพิ่งตั้งครรภ์เป็นครั้งแรก
ส่วนใหญ่จะมีความรู้สึกเหมือนๆ กันคือ เราตั้งครรภ์ได้อย่างไรก็ในเมื่อประจำเดือนยังมาทุกเดือนเลยนี่นา
สงสัยคุณหมอคงจะตรวจผิดมั้ง ก็เลยลองไปตรวจตามคลินิกหรือโรงพยาบาลแห่งอื่นอีก
ผลออกมาก็ยืนยันเช่นเดิมว่าตั้งครรภ์ จึงค่อยมาฝากครรภ์โดยที่ไม่ทราบเลยว่าอายุครรภ์เท่าไรแล้ว
เพราะคุณแม่ก็ยังยืนยันว่า ประจำเดือนมาตามปกติทุกเดือน
|
|
|
สำหรับในกรณีของคุณจรัสศรี ผมคิดว่าน่าจะเชื่อถือได้ว่าตั้งครรภ์จริง
เพราะมีอาการแพ้ท้องร่วมด้วย ก็อาการปวดหัว หน้ามืด คลื่นไส้อาเจียนตลอดเวลานั่นแหละครับ
คุณจรัสศรีเข้าใจถูกแแล้วที่ในแต่ละรอบเดือนเมื่อไข่สุกแล้วไม่ได้รับการปฏิสนธิกับเชื้ออสุจิ
เยื่อบุโพรงมดลูกก็จะไม่มีความจำเป็นต่อการฝังตัวของตัวอ่อนอีกต่อไป
จึงหลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือน แต่ถ้าเกิดการปฏิสนธิและตัวอ่อนสามารถฝังตัวเกิดการตั้งครรภ์ขึ้น
ฟองไข่ที่มีการตกไข่ในรอบเดือนนั้นก็จะเจริญเติบโตขยายขนาดและสร้างฮอร์โมนบำรุงเยื่อบุโพรงมดลูกให้หนา
และอุดมสมบูรณ์ไปด้วยเส้นเลือดเพื่อหล่อเลี้ยงตัวอ่อนต่อไป และเยื่อบุโพรงมดลูกจะยังคงเกาะติดผนังมดลูก
ต่อไปอีก 9 เดือน จนหลังคลอดแล้วจึงค่อยลอกหลุดออกมาพร้อมน้ำคาวปลา ด้วยเหตุนี้เวลาที่เริ่มตั้งครรภ์
ประจำเดือนจึงขาดหายไปตามธรรมชาติ แต่ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ส่วนของรกซึ่งมีหน้าที่นำอาหาร
และออกซิเจนมาเลี้ยงตัวอ่อน จะต้องพยายามแตกกิ่งก้านสาขาเจาะไชผนังมดลูกเพื่อยึดติดให้แน่นเพื่อไม่ให้แท้งออกมา
ดังนั้นในช่วงฝังตัวนี้จึงอาจมีเลือดที่ซึมออกจากผนังมดลูกที่ถูกรกเจาะไชออกมาให้เห็น
ทำให้คุณแม่เข้าใจผิดว่าเป็นประจำเดือนได้
ในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ อาจรู้สึกปวดหน่วงๆ บริเวณท้องน้อยได้
เนื่องจากมดลูกจะมีเลือดมาคั่งมากและเริ่มขยายตัวอย่างรวดเร็ว รวมทั้งรังไข่ข้างที่มีการตกไข่
ก็จะขยายตัวด้วยเช่นกัน แต่สำหรับคุณจรัสศรีรู้สึกจะมีอาการปวดท้องด้านขวามากผิดปกติ
และปวดเกือบตลอดเวลา อาจเกิดจากความผิดปกติอื่นๆ ก็ได้ เช่น ไส้ติ่งอักเสบ
เกิดการบิดที่ขั้วของถุงน้ำหรือเนื้องอกรังไข่ข้างขวา แท้งคุกคาม
รวมทั้งอาจเกิดการตั้งครรภ์ที่ปีกมดลูกข้างขวาก็ได้
การที่จะทราบว่าตั้งครรภ์ตามปกติหรือมีความผิดปกติร่วมด้วยหรือไม่
จำเป็นที่คุณจรัสศรีต้องได้รับการตรวจโดยละเอียดจากสูติแพทย์เท่านั้น
โดยเฉพาะการตั้งครรภ์นอกมดลูก ถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้มีการตกเลือดในช่องท้องจนเสียชีวิตได้
การตรวจแยกโรคเหล่านี้ไม่ยากและคงไม่ต้องรอถึง 3-4 เดือนหรอกครับ
ถึงคุณจรัสศรีจะตั้งครรภ์ได้แค่เดือนกว่าๆ ก็สามารถตรวจวินิจฉัยได้แล้ว
สำหรับการตั้งครรภ์นอกมดลูกส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นที่บริเวณปีกมดลูก
แพทย์จะตรวจภายในคลำพบก้อนที่บริเวณปีกมดลูกซึ่งกดเจ็บมาก
และถ้าใช้เครื่องอัลตร้าซาวนด์ตรวจก็จะไม่พบเด็กในโพรงมดลูก
แต่จะพบก้อนผิดปกติที่ปีกมดลูกและอาจมีน้ำเลือดในช่องท้องให้เห็น
ในกรณีที่ผลการตรวจไม่ชัดเจนเนื่องจากเป็นระยะแรกๆ ของความผิดปกติ
คุณหมออาจจะรอดูประมาณไม่เกิน 1 สัปดาห์เพื่อให้อาการชัดเจนขึ้น
หรืออาจจะใช้กล้องส่องเข้าไปดูในท้อง ก็จะสามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
คุณจรัสศรีได้ข้อมูลแล้วก็ควรรีบไปพบแพทย์นะครับ
ไม่ต้องไปโต้แย้งกับหมอหรอกครับ เพราะไม่เกิดผลดีต่อการรักษาแม้แต่น้อย
การตรวจวินิจฉัยมีหลายวิธีขึ้นกับแพทย์แต่ละคนจะใช้ดุลยพินิจเลือกแนวทาง
ในการดูแลรักษาของตัวเอง ถ้าคุณจรัสศรีพิจารณาดูแล้วไม่เห็นด้วย
กับวิธีการตรวจรักษาของแพทย์ที่ดูแลอยู่ ก็มีสิทธิอย่างเต็มที่ในการเปลี่ยนไป
ให้แพทย์อื่นดูแลรักษาได้ครับ
น.พ.วิชัย ชวาลไพบูลย์ |
|
|