|
|
|
กลัวผลข้างเคียงยาคุมกำเนิด
ดิฉันมีปัญหาจะถามคุณหมอดังนี้ ดิฉันอายุ 35 ปี ตั้งครรภ์บุตรคนที่สองได้ 7 เดือน
หลังคลอดต้องการคุมกำเนิดแต่ไม่อยากผ่าตัดทำหมัน เนื่องจากคิดว่าประมาณ 10 ปี (อายุ 45 ปี)
อาจจะหมดประจำเดือนแล้ว และสามีไม่ได้ทำงานอยู่ที่เดียวกัน จะมาก็ช่วงเสาร์-อาทิตย์ทุกสัปดาห์
อยากคุมกำเนิดมาก เพราะเห็นว่าสามารถอยู่ได้นานถึง 5 ปี แต่กลัวเรื่องประจำเดือนจะมากะปริกะปรอย
หรือมาไม่สม่ำเสมอ กลัวอ้วนและกลัวเป็นฝ้า หรือมะเร็งเนื่องจากยาเม็ดอายุนานมาก
รหัสสมาชิก 017-0068
|
|
|
หลังจากคลอดบุตรคนที่สองเรียบร้อยแล้ว คุณคงไม่อยากจะมีบุตรเพิ่มอีกแน่เพราะอายุก็เริ่มมากขึ้นแล้ว
ความจริงการทำหมันหลังคลอดในกรณีของคุณน่าจะเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด จะได้ไม่ต้องมาลำบาก
ในการคุมกำเนิดชั่วคราวด้วยวิธีต่างๆ ต่อไป แต่ในเมื่อคุณยืนยันที่จะไม่ทำหมัน ก็คงต้องเลือกวิธีใดวิธีหนึ่ง
ระหว่างการกินยาเม็ดคุมกำเนิด การฉีดยาคุมกำเนิด หรือการฝังยาคุมกำเนิดทั้ง 3 วิธี
เป็นวิธีคุมกำเนิดชนิดใช้ฮอร์โมนที่เป็นที่นิยมใช้ในบ้านเรา
|
|
|
ยาเม็ดคุมกำเนิดแต่ละเม็ดประกอบด้วยฮอร์โมน 2 ชนิด คือ เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน
ผสมกันอยู่ในสัดส่วนแตกต่างกันในแต่ละยี่ห้อ แต่ละแผงจะมีฮอร์โมน 21 เม็ด และจะมีช่วงเว้น
หรือเป็นเม็ดวิตามินผสมน้ำตาลแทรกมา 7 เม็ด คุณจะต้องกินยาคุมที่เป็นฮอร์โมนวันละเม็ดทุกวัน
จนครบ 21 เม็ด จากนั้นจึงค่อยกินวิตามินอีก 7 เม็ดที่เหลือ หรือจะเว้นช่วงไว้ 1 สัปดาห์ก็ได้
จากนั้นก็เริ่มแผงใหม่ตามวิธีเดิมไปเรื่อยๆ ข้อสำคัญก็คือจะต้องกินยาเม็ดคุมกำเนิดอย่างสม่ำเสมอ
ไม่ว่าในรอบเดือนนั้นจะมีเพศสัมพันธ์มากน้อยเท่าไรก็ตาม เพราะถ้าลืมแม้แต่เม็ดเดียว
ก็อาจเกิดการตั้งครรภ์หรือทำให้มีเลือดออกกะปริบกะปรอยได้ ข้อดีของยาเม็ดคุมกำเนิดก็คือ
มีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดสูง และจะช่วยคุมให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอและมีปริมาณน้อย
แต่ก็อาจจะทำให้มีอาการคลื่นไส้ ปวดศีรษะ และน้ำหนักตัวเพิ่มในบางรายได้
ส่วนยาฉีดคุมกำเนิดจะประกอบด้วยฮอร์โมนชนิดโปรเจสเตอโรนเพียงอย่างเดียว
เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ขี้ลืมไม่ชอบกินยาทุกวัน ก็สามารถเปลี่ยนมาเป็นฉีดยาเข็มละ 3 เดือน
ประสิทธิภาพก็ใกล้เคียงกับยาเม็ดคุมกำเนิด แต่จะไม่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน
ยาฉีดคุมกำเนิดจะช่วยทำให้เยื่อประจำเดือนแห้งและฝ่อไป ดังนั้นในขณะฉีดยาคุม
จึงจะไม่มีประจำเดือนให้เห็น แต่อาจจะมีเลือดออกกะปริบกะปรอยบ้างในเข็มแรกๆ
สำหรับยาฝังคุมกำเนิดก็เป็นฮอร์โมนชนิดเดียวกับยาฉีดคุมกำเนิด แต่ทำเป็นแท่งๆ
ฝังไว้ที่บริเวณท้องแขนแล้วค่อยๆ ปล่อยฮอร์โมนออกมา ยาฝังรุ่นแรกๆ จะทำเป็นแท่งๆ
ฝังคราวละ 6 แท่ง อยู่ได้นาน 5 ปี ปัจจุบันได้มีวิวัฒนาการลดจำนวนแท่งลงเหลือเพียงแท่งเดียว
แต่อยู่ได้นาน 3 ปี ทั้ง 3 วิธีเป็นฮอร์โมนคุมกำเนิด ดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะเกิดเลือดออกกะปริบกะปรอย
เป็นฝ้า หรือน้ำหนักตัวเพิ่มได้ แต่ไม่ทำให้เป็นมะเร็งหรอกครับ
คุณสนใจวิธีไหนก็เชิญเลือกได้ตามอัธยาศัย แต่ก่อนอื่นควรที่จะได้รับการตรวจร่างกาย
และตรวจภายในจากแพทย์เสียก่อนนะครับ จะได้แน่ใจว่าไม่มีข้อห้ามในการใช้ฮอร์โมนคุมกำเนิด
เช่น มีเนื้องอกมดลูก ความดันโลหิตสูง หรือมีความผิดปกติในการทำงานของตับ เป็นต้น
นอกจากทั้ง 3 วิธีข้างต้นก็ยังมีวิธีคุมกำเนิดที่ไม่ต้องใช้ฮอร์โมนอีกวิธีก็คือ
การใส่ห่วงคุมกำเนิด ใส่ง่ายมากและอายุการใช้งานนาน ใส่ครั้งเดียวก็สบายไปถึง 3 ปี
วิธีนี้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องอ้วน เป็นฝ้า หรือมะเร็ง ระหว่างที่ใส่ห่วงจะมีประจำเดือนมาตามปกติ
และประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดก็ใกล้เคียงกับการใช้ฮอร์โมนคุมกำเนิด
แต่ถ้าคุณไม่อยากวุ่นวายกับวิธีคุมกำเนิดชนิดต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น
ก็ยกภาระให้สามีใช้ถุงยางอนามัยแทนก็น่าจะสะดวกและปลอดภัยดีครับ
น.พ.วิชัย ชวาลไพบูลย์ |
|
|