|
ภัยผู้หญิงเป็นหนี้แบงก์ไม่รู้เนื้อรู้ตัว
คนเราอยู่มีชีวิตอยู่ดีๆ เพิ่งสำเร็จการศึกษา กำลังหางานทำ แต่อยู่บ้านก็ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจอะไร
หากมีงานทำได้ก็ดี แล้ววันหนึ่งอยู่ดีๆ ก็มีใบทวงหนี้จากธนาคารส่งมาทวงหนี้ 8 แสนบาท
คุณผู้หญิงรายนี้ถึงกับอ้ำอึ้งและร้องเรียนว่า เหตุไฉนเงินก็ไม่เคยได้ใช้สักเท่าไหร่
แต่ทำไมมีหนี้เกือบหนึ่งล้าน เธอเล่าว่า จบการศึกษามาไม่นาน สมัครงานหลายแห่ง
ส่งเอกสารสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ใบรับรองการศึกษาทั้งทางจดหมาย
และไปสมัครด้วยตัวเอง จนไม่รู้ว่าสมัครงานที่ไหนบ้าง วันหนึ่งมีจดหมายจาก
ธนาคารกรุงไทยส่งมาที่บ้าน เนื้อหาจดหมายระบุว่า เธอเป็นหนี้แบงก์ 8 แสนบาท
รวมดอกเบี้ยก็เกือบล้านบาท จากการนำโฉนดที่ดินไปจำนอง ทั้งที่ตัวเองไม่เคยเปิดบัญชี
กับธนาคารกรุงไทยเลย และไม่มีเงินจะไปซื้อที่ดินด้วย พออ่านจดหมายก็ตกใจ
พอติดต่อไปคุยกับทางแบงก์ เขาบอกว่ามีเอกสารของตัวดิฉันทุกอย่าง รวมทั้งเอกสารกู้เงิน
มีลายเซ็นดิฉันเซ็นกำกับ ซึ่งใครเป็นคนเซ็นก็ไม่รู้ ปลอมลายเซ็นของดิฉัน
แต่สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ดิฉันเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องทุกใบ
ซึ่งได้อธิบายให้แบงก์ทราบแล้ว ตอนนี้มีหมายศาลมาปิดให้ดิฉันติดต่อไปยังศาลแพ่ง
" เท่าที่คุยกับแบงก์ ทราบว่ามีคนที่เคยโดนแบบดิฉัน ที่ถูกแอบอ้างเอาชื่อ เอกสารไปกู้ยืม
ดิฉันไม่เข้าใจว่าแบงก์ทำงานกันอย่างไร จึงมีจุดบกพร่องขนาดนี้ หรือผู้บริหารมีส่วนในการโกงด้วย
จึงคิดว่าคงมีคนเอาเอกสารของดิฉันที่เคยส่งไปสมัครงานยังบริษัทต่างๆ มาใช้กู้เงิน
ถึงวันนี้คงต้องไปต่อสู้คดีในศาล โดยต้องหาหลักฐานไปแสดงว่าดิฉันไม่ได้กู้เงิน
ซึ่งความรู้ด้านกฎหมายก็ไม่มีสักเท่าไหร่ กลุ้มใจจริงๆ "
ทรัพย์สินก็ไม่ได้ เงินทองก็มีทางที่จะต้องเสียไม่รู้มากน้อยแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ
คุณผู้หญิงรายนี้เสียสุขภาพจิตอย่างมากกับปัญหาดังกล่าวที่ไม่ได้เป็นคนก่อ
งานนี้ใครพอมีข้อแนะนำช่วยเธอได้บ้าง โปรดติดต่อผ่านภัยผู้หญิง เพื่อชี้แนะด้วย
(update 30 พฤศจิกายน 2001)
[ ที่มา...
หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ประจำวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2544 ]
|