คำพูดชวนหมดอารมณ์รัก


เซ็กซ์เป็นสีสันแห่งความรักที่จับต้องได้และเป็นเรื่องราวที่ควรจะดำเนินไปตามครรลองของมันโดยไม่มีอะไรขวางกั้น

กล่าวกันว่าเซ็กซ์นั้นเป็นความสุนทรีของมนุษย์ชาติ เป็นกระบวนการแสดงความรักด้วยภาษากาย ด้วยบทเพลงแห่งความพิศวาสที่จะจุดไฟรักให้คุโชนขึ้นในดวงใจของคู่รักโดยปราศจากอะไรมาขีดขั้น

เป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งกินใจเกินจะพรรณนาได้ และเมื่อเกิดความสุขสมร่วมกันแล้วก็จะเกิดสายใยแห่งความผูกพันที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ผ่านการเคลื่อนไหวทางกายที่ประสานสอดคล้องกันในท่วงทำนองแห่งความรักใคร่ที่สนิทสนมกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียว

แต่คำพูดบางคำก็ทำให้อารมณ์รักหมดลงได้เหมือนกัน
”จะทำอะไรก็เร็วๆ หน่อย ฉันจะรีบเข้านอน พรุ่งนี้มีงานต้องทำอีกมาก นี่ถ้าไม่เห็นว่าเป็นคนดีรักเดียวใจเดียวละก็ไม่ยอมหรอก น่าเบื่อจะตาย”

”ไม่อยากจะบอกว่าสวรรค์ฉันก็ไม่เคยถึง ดางดึงส์ฉันก็ไม่เคยได้สัมผัส คุณก็มีความสุขของคุณไปคนเดียว ส่วนฉันก็ต้องช่วยตัวเองตามทุกที ไม่รู้จะมีกันไปทำไม”

”เร็วๆ หน่อยคุณ เดี๋ยวลูกตื่น”

”ทำไมของคุณถึงได้หลวมแบบนี้นะ ออกลูกแค่สองคนเอง เห็นหมอบอกให้ออกกายบริหารขมิบก้นเป็นประจำ คุณคงไม่ได้ทำมั้ง ผมว่าไปให้หมอเขาผ่าตัดทำสาวดูจะดีกว่านะ”

”ทำไมกลิ่นแรงจังนะเธอ”
นั่นคงจะเป็นหนังตัวอย่างที่ช่วยทำให้ตาสว่างขึ้นว่าคำพูดอะไรไม่ควรพูดในระหว่างที่จะเริ่มกิจกรรมแห่งความรัก

เพราะคำพูดแบบนี้ทำให้หมดอารมณ์พิศวาสไปแทบจะทันที เนื่องจากว่าอารมณ์พิศวาสของคนเรานั้นมันละเอียดอ่อนมาก คำพูดอะไรที่เป็นการดูถูกดูหมิ่นในเรื่องที่ไวต่อความรู้สึกของทั้งสองคนไม่ควรจะมาพูดกัน รวมทั้งเรื่องที่ความเห็นไม่ตรงกันด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม

ก่อนจะร่วมรักกันควรพูดกันด้วยคำพูดที่ไพเราะหวานหู เพราะจะทำให้ซาบซึ้งในความรัก เป็นสายใยแห่งสัมพันธภาพที่สามารถสร้างได้ด้วยตัวคุณเอง

และเรื่องราวของคำพูดที่ทำให้หมดอารมณ์เซ็กซ์นั้นนอกจากจะทำให้อารมณ์ของการร่วมรักหมดไปแล้วยังเป็นจุดเริ่มต้นของความแตกแยกได้อีกด้วย ลองคิดดูว่าอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อคนสองคนที่เคยรักกันมาเกิดความรู้สึกแหนงหน่ายด้วยคำพูดระหว่างการร่วมรัก

สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือความอึดอัดคับข้องใจในคู่ของตนที่ไม่ตอบสนองต่อความต้องการของกันและกัน เป็นที่ทราบดีว่าอารมณ์พิศวาสของผู้หญิงนั้นจะเริ่มมาจากความรักที่คู่ของเธอมองให้อย่างจริงใจ ดังนั้นคำติเตียนหรือคำที่พูดถึงความบกพร่องทางกายและรูปร่าง รวมทั้งจุดสนใจร่วมกันจะทำร้ายจิตใจของเธอเป็นอย่างมาก

ผู้หญิงนั้นต้องการคำหวานและการกระทำที่แสดงว่าคู่ของเธอร่วมรักกับเธอเพราะรักเธอ แคร์เธอ และอยากให้เธอมีความสุข การชื่นชมในกันและกันจึงเป็นทางออกที่เรียบง่ายในการทำให้การร่วมรักเป็นไปตามครรลองของธรรมชาติอย่างปราศจากอะไรมาทำให้หมดอารมณ์

ในขณะที่ฝ่ายชายนั้นอารมณ์พิศวาสของเขาเป็นตัวกระตุ้นให้อวัยวะเพศของเขาตื่นตัวขึ้นมาทำงาน เพราะฉะนั้นคำพูดอะไรที่เป็นการดูถูกดูหมิ่นในขนาดของเขา รวมทั้งความสามารถในการปฏิบัติการของเขาแล้ว จะทำให้เขาหมดอารมณ์จนอวัยวะของเขาหยุดการทำงานไปได้กลางคันเลยทีเดียว และจะทำให้เขาขาดความเชื่อมั่นในตนเอง หมดความมั่นใจในการปฏิบัติการ ผลสุดท้ายที่ตามมาก็คือเขาจะพยายามบ่ายเบี่ยงที่จะมีกิจกรรมกับเธอ

ใครๆ ก็ทราบดีว่ากามารมณ์เป็นรากฐานของชีวิตคู่ คู่ไหนที่สามารถร่วมรักกันอย่างมีความสุขมักจะมีชีวิตคู่ที่ราบรื่น เรื่องใหญ่ก็กลายเป็นเรื่องเล็ก เรื่องเล็กก็กลายเป็นไม่มีเรื่อง ในขณะที่คู่ที่ไม่มีความสุขสมจากการร่วมรัก มีกิจกรรมเหมือนการทำการบ้าน บางคู่ทำไปบ่นไป แบบนี้ไม่นานความรักก็ขาดความหวานในชีวิตคู่ ทำให้เกิดความระแวงแคลงใจกัน เรื่องเล็กก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องใหญ่ก็กลายเป็นเรื่องที่รอมชอมกันไม่ได้ และท้ายที่สุดก็จะต้องแยกจากกันก่อนเวลาอันควรด้วยคำอธิบายที่ยากแก่การเข้าใจที่ว่า “เราไปด้วยกันไม่ได้” แต่ไม่เคยมีใครอธิบายต่อว่าที่ไปด้วยกันไม่ได้นั้นเริ่มต้นมาจากอะไร

หลายคนอาจจะเถียงอยู่ในใจแต่เมื่อคุณเจอกับตนเองแล้วก็จะรู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร เพราะไม่มีใครสามารถโกหกคนอื่นได้ และไม่มีใครยอมบอกความจริงที่เกิดขึ้นแก่คนอื่นเช่นกัน

มักจะมีคำถามอยู่เสมอว่า แล้วใครเป็นคนเริ่มก่อน คำตอบที่เป็นทางการก็คือ แล้วแต่มุมมองว่าจะแบ่งแยกชายหญิงหรือไม่ ถ้าเป็นกลางจริงๆ ก็จะตอบว่าพอๆ กันนั่นแหละ เพียงแต่ว่าถ้าถามผู้หญิงก็จะบอกว่าผู้ชายเริ่มก่อน เมื่อถามผู้ชายก็จะบอกว่าผู้หญิงเริ่มก่อน เพราะคงจะไม่มีใครยอมรับว่าตัวเองเป็นคนผิด

เอาเป็นว่าใครที่รู้ตัวว่าเป็นคนเริ่มก่อนก็พยายามหาทางลดวาจาที่เป็นอาวุธทำให้คู่ของตนหมดอารมณ์ไปก่อนก็แล้วกัน ดีกว่ามาถกเถียงกันว่าใครเป็นคนชวนหาเรื่อง จริงไหมคุณ

เพราะถ้ามามัวแต่หาว่าใครผิดใครถูก ท้ายที่สุดจะไม่มีคนถูก เพราะไม่มีใครอยากเป็นคนผิด และผลสุดท้ายก็เลิกหรือหมดอารมณ์ร่วมรักกันจนบ้านแตกสาแหรกขาดนั่นไง

เขาว่าสัมพันธภาพของคนเรานั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก และสัมพันธภาพที่ละเอียดอ่อนนี้มักจะเปราะบางคนหลายต่อหลายคนไม่เข้าใจว่าคำพูดแค่บางคำเท่านี้ทำไมจึงไวต่อความรู้สึก โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่กำลังจะร่วมรักกันนั้น ถ้าปราศจากมธุรสวาจาแล้วละก็ความรักจักล่มสลายไปอย่างรวดเร็วชนิดที่มองตามไม่ทันเลยทีเดียว

สัมพันธภาพที่ยั่งยืนจึงเริ่มต้นด้วยความรัก อยากใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน มีสัมผัสแห่งรักที่อบอุ่นซาบซึ้งและประทับใจ ด้วยคำพูดที่ไพเราะหวานหูที่เรียกว่ามธุรสวาจา


(update 12 มีนาคม 2010)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 26 ฉบับที่ 312 มกราคม 2552 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600