5 อาการป่วยที่ไม่ควรไว้วางใจ

ยาหยี เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ พญ.นัยนา ณีศะนันท์


แม้บางครั้งลูกจะเจ็บป่วยเล็กน้อย และคุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลตัวเองได้ แต่ก็อย่าวางใจนะค่ะ ต้องเฝ้าระวังให้ดี เพราะโรคร้ายหลายชนิดเลยค่ะที่เริ่มต้นด้วยอาการเล็กๆ น้อยๆ นี่ล่ะ


1. ไข้ เป็นโรคยอดฮิตค่ะ ทั้งไข้ตัวร้อน และเป็นหวัดธรรมดา ข้อดีของอาการไข้ คือสัญญาณว่าร่างกายมีการสร้างปฏิกิริยาตอบสนองต่อเชื้อโรคที่เข้ามาจู่โจม

ส่วนข้อเสียคือถ้ามีไข้อย่างต่อเนื่อง แสดงว่าร่างกายมีการต่อสู้กับเชื้อโรค ส่วนจะได้ผลหรือไม่นั้นต้องรอดูอาการ ซึ่งภาวะติดเชื้อมักจะเริ่มจากการมีไข้ โดยเด็กเล็กที่พบได้บ่อยคือติดเชื้อไวรัสค่ะ
  • ไข้หวัดธรรมดา

    มักจะมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ไอ มีน้ำมูก บางคนอาจจะมีอาการท้องเสียร่วมด้วย แต่ถ้าลูกมีแต่อาการไข้อย่างเดียว ไม่มีอาการอื่นเลย ต้องเริ่มเอะใจแล้วว่าลูกอาจติดเชื้อไวรัส โดยเฉพาะไข้เลือดออกที่มีไข้สูง กินยาแก้ไข้แล้วทุก 4-6 ชั่วโมง ไข้ก็ยังไม่ลด

    ส่วนข้อเสียคือ ถ้าไข้สูงมากภายใน 24-48 ชั่วโมงแรก ต้องระวังภาวะชักจากไข้สูง แต่ป้องกันได้ด้วยการลดไข้ (เช็ดตัว) ถ้ายังมีไข้ต่อเนื่องนาน 48 ชั่วโมง หรือคุณแม่รู้สึกว่าลูกดูซึมมาก ไม่กินน้ำกินนมเลย ควรมาพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุค่ะ

    นอกจากนี้ต้องดูว่าลูกกินนมได้หรือไม่ และมีปัสสาวะปกติหรือเปล่า ถ้าปัสสาวะสีน้ำชาแสดงว่ากินน้ำไม่พอ ก็ให้กินน้ำเยอะๆ แล้วรักษาตามอาการค่ะ แต่ถ้าเย 2 วันไปแล้ว ยังไม่ดีขึ้นต้องรีบมาพบคุณหมอด่วนค่ะ

  • ไข้ที่ไม่ธรรมดา

    ลูกไม่สดชื่น ซึม มีไข้ กินนมกินน้ำไม่ได้เลย หรือกินได้น้อยมาก 2 วันผ่านไปอาการยังไม่ดีขึ้น ควรรีบพาไปพบคุณหมอ แต่ถ้าลูกร้องงอแง ไม่สบายตัวมาก ไม่ต้องรอจนครบ 48 ชั่วโมง หรือ 2 วัน ให้รีบพาไปพบคุณหมอเลยค่ะ เพราะลูกอาจเป็นปอดบวมได้
2. ชัก อาการชักจากไข้มักพบได้ในเด็กวัย 6 เดือน ถึง 5 ปี ในช่วง 24-48 ชั่วโมงหลังมีไข้ ซึ่งอาการชักนี้คุณพ่อคุณแม่เองก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าลูกมีไข้แล้วจะชักด้วยหรือไม่ ดังนั้นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำคือทำให้ไข้ลดลง ซึ่งมีอยู่ 2 วิธีด้วยกันคือ เช็ดตัวและกินยาลดไข้

แต่ถ้าลูกชัก ควรจับลูกนอนราบ ไม่ต้องเอาอะไรไปงัดแงะในช่องปากนะค่ะ เพราะอาจจะไปกระแทกเพดานหรือช่องปาก ทำให้เป็นแผลตามมาภายหลังคะ

ถ้าลูกมีอาการเกร็งกัดลิ้น ให้ใช้ผ้าผืนหนาๆ กันระหว่างฟันกับลิ้น จากนั้นเช็ดตัวลูกจนไข้ลดลง แล้วให้รีบพบคุณหมอที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดในทันทีค่ะ

3. อาเจียน เมื่อลูกเป็นไข้แล้วมีเสมหะ ถ้าเป็นเด็กเล็กเมื่อขับเสมหะไม่เป็น จะกำจัดโดยการไอแล้วอาเจียนออกมา ซึ่งก็เป็นข้อดีเพราะทำให้เสมหะไม่เข้าไปคั่งค้างอยู่ในหลอดลม แต่ถ้าลูกอาเจียนแบบที่จะกล่าวถึงนี้อาจจะไม่ใช่แค่หวัดก็ได้ค่ะ
1. อยู่ดีๆ ลูกก็อาเจียน และอาเจียนอยู่เรื่อย กินอะไรก็อาเจียน ไม่ต้องรอช้าค่ะ รีบพาไปพบคุณหมอ เพราะถ้าปล่อยไว้ลูกจะขาดน้ำและต้องสังเกตว่าลูกหยิบยาหรือสารอันตรายเข้าปากหรือไม่ และถ้าสงสัยว่าลูกหยิบยาหรือสารนั้นเข้าปาก ให้คุณแม่นำยาหรือสารนั้นมาพบแพทย์

2. อาเจียน มีไข้ร่วมกับท้องเสีย แสดงว่าติดเชื้อที่ระบบทางเดินอาหาร ต้องรีบพาไปพบคุณหมอเช่นกันค่ะ ถ้าอาเจียนพุ่ง เด็กซึมลงยิ่งต้องรีบพาไปโรงพยาบาล เพราะต้องระวังถึงปัญหาเกี่ยวกับระบบสมอง เช่น มีปัญหาความดันสมองเพิ่มขึ้น สาเหตุจากที่ได้รับอุบัติเหตุ หรือมีก้อนเนื้ออยู่ในสมอง เป็นต้น
ส่วนวิธีดูแลที่ถูกต้องนั้น ถ้าอาเจียนไม่มาก ให้ดื่มน้ำอุ่น หรือน้ำเกลือซอง หรือกินอาหารอุ่นๆ อย่างเช่น ข้าวต้ม เนื่องจากข้าวต้มเป็นน้ำแป้ง ง่ายต่อการดูดซึม และควรดื่มน้ำอุ่น ถ้าอาเจียนมากสามารถใช้น้ำเกลือแร่ชงให้ลูกดื่มได้

ถ้าปัสสาวะน้อยลง หรือไม่ปัสสาวะเลย ก็ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลเพราะนั่นอาจแสดงว่าลูกขาดน้ำได้


4.ไอ อาการไอ มักเกิดจากการติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด หลอดลมอักเสบ หรือปอดบวม เป็นต้น

คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลอาการเบื้องต้นด้วยการให้ยาแก้ไอขับเสมหะ หรือยาละลายเสมหะ ที่สำคัญคือควรให้ดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยให้เสมหะไม่เหนียว ใส่เสท้อผ้าให้ร่างกายอบอุ่น ถ้าลูกไอแล้วสามารถขับเสมหะออกมา อาการไอจะดีขึ้น ส่วนการใช้ยาลดน้ำมูกต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะในเด็กเล็ก 0-1 ปี ควรหลีกเลี่ยงค่ะ เพราะมีโอกาสทำให้เสมหะอุดตันทางเดินหายใจได้ง่าย

การดูแลเมื่อลูกมีอาการไอ ที่สำคัญคือ คุณพ่อคุณแม่ต้องยึดหลักว่า หากลูกไอมากจนนอนไม่ได้ กินไม่ได้ ดูเหนื่อย และไม่ค่อยเล่น อาจเกิดปัญหากับระบบทางเดินหายใจแบบรุนแรงได้ จึงไม่ควรรอช้ารีบพาไปพบคุณหมอเพื่อดูแลรักษาอย่างทันท่วงทีค่ะ


5. ท้องเสีย อาการท้องเสียในเด็กนั้น ดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาที่อาจพบได้บ่อย แต่ไม่ควรชะล่าใจ เพราะถ้ามีอาการเหล่านี้ควรพามาพบคุณหมอทันทีค่ะ (เพราะการท้องเสียรุนแรง อาจนำไปสู่ภาวะช็อกจากการขาดน้ำ หรือช็อกจากการติดเชื้อได้)
  • ถ่ายเป็นมูกปนเลือด+มีไข้

  • ถ่ายเป็นน้ำปริมาณมาก หรือถ่าย+อาเจียน ทำให้กินน้ำกินนมไม่ค่อยได้ เกิดอาการขาดน้ำอย่างรุนแรง ซึ่งอาจทำให้ช็อกได้

    อาการขาดน้ำ คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตจากการที่ลูกไม่ค่อยปัสสาวะ หรือปัสสาวะมีสีเข้ม ร้องไห้ไม่มีน้ำตา น้ำลายไม่ค่อยมี และปากแห้งมาก

  • ลูกซึมมาก ไม่เล่น ไม่กินน้ำและนม
ถ้าอาการท้องเสียไม่ได้รุนแรงมาก คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลรักษาเบื้องต้นที่บ้าน โดยให้กินน้ำเกลือแร่ซองทดแทน (ของเด็กนะคะ) ถ้ามีไข้ให้กินยาลดไข้ ถ้าท้องเสียเป็นน้ำ เป็นเนื้อเละ แต่ยังกินน้ำ กินนมพอได้ ปัสสาวะได้บ่อยและมีสีไม่เข้ม น้ำลายในปากชุ่มฉ่ำไม่แห้ง คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลรักษาเบื้องต้นที่บ้านเองได้ใน 2-3 วันแรกค่ะ ถ้ายังไม่ดีขึ้นพาไปพบคุณหมอและควรนำอุจจาระของลูกมาตรวจด้วยค่ะ


(update 17 เมษายน 2010)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 27 ฉบับที่ 313 กุมภาพันธ์ 2552 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600