ทารกในครรภ์กับการดิ้น


เรื่องที่อยากให้คุณแม่ตั้งครรภ์ให้ความสำคัญและใส่ใจให้มากๆ ในการตั้งครรภ์ทุกครั้งนั่นก็คือปฏิกิริยาตอบสนองของทารกในครรภ์ หรือที่เรียกกันว่า “ทารกดิ้น” การดิ้นของทารกมีส่วนสำคัญอย่างมากในการชี้วัดสุขภาพ พัฒนาการการเติบโตของทารกไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ที่ทางคุณหมอได้กำหนดไว้ก็อาจเป็นไปได้ว่าทารกในครรภ์เกิดความผิดปกติขึ้น

ปัจจัยที่มีผลต่อการดิ้นของทารกในครรภ์ ได้แก่ ระดับกลูโคสในเลือดของแม่ สิ่งเร้าภายนอกที่มากระตุ้น เช่น แสง คลื่นเสียงความถี่สูง อิริยาบถของแม่ ระดับอารมณ์ของแม่ การดิ้นของทารกในครรภ์อยู่ในเกณฑ์ที่ดี แสดงว่าสุขภาพของทารกในครรภ์ยังดีอยู่ แต่ถ้าคุณแม่รู้สึกว่าทารกในครรภ์ดิ้นน้อยลงหรือลดลง นั่นเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องไปพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อตรวจดูว่าทารกในครรภ์มีสุขภาพเป็นอย่างไร และต้องให้การรักษาหรือไม่ ซึ่งการที่ทารกในครรภ์ดิ้นน้อยลงมักเกิดร่วมกับภาวะขาดออกซิเจนของทารกในครรภ์ ดังนั้นการบันทึกหรือนับการดิ้นของทารกในครรภ์จะช่วยในการค้นหาหรือแก้ไขภาวะที่อาจทำให้ทารกในครรภ์เสียชีวิตได้


การนับการดิ้นของทารกในครรภ์

ผู้ที่ตั้งครรภ์ควรเริ่มบันทึกการดิ้นของทารกเมื่อมีอายุครรภ์ประมาณ 32 สัปดาห์ขึ้นไป วีธีนับการดิ้นของทารกในครรภ์แนะนำให้ปฏิบัติดังนี้
1. บันทึกจำนวนครั้งที่ทารกในครรภ์ดิ้นหลังอาหารทันที 3 มื้อ ก็คือให้บันทึกการดิ้นของทารกในครรภ์หลังรับประทานอาหารเช้า กลางวันและเย็น นานประมาณ 1 ชั่วโมง และนับจำนวนครั้งที่นับได้ทั้ง 3 เวลามารวมกัน โดยถ้าพบว่า ใน 1 ชั่วโมงใดก็ตามทารกมีการดิ้นน้อยกว่า 4 ครั้ง ก็ให้บันทึกการดิ้นของทารกในครรภ์ต่อให้ครบ 6 ชั่วโมง และเมื่อรวมจำนวนครั้งที่ทารกดิ้นดิ้นทั้ง 3 เวลาแล้วพบว่ามีจำนวนน้อยกว่า 10 ครั้ง หรือพบว่าทารกดิ้นน้อยกว่า 4 ครั้งใน 6 ชั่วโมง แสดงว่าทารกในครรภ์ดิ้นน้อยลง

2. บันทึกจำนวนครั้งที่ทารกในครรภ์ดิ้นวันละ 1 ครั้ง การปฏิบัติคือ ให้คุณแม่บันทึกการดิ้นของทารกในครรภ์ในช่วงใดก็ได้ตามสะดวกวันละ 1 ครั้ง นาน 1 ชั่วโมง ถ้าพบว่าทารกดิ้นน้อยกว่า 4 ครั้งใน 1 ชั่วโมง ให้นับการดิ้นของทารกในครรภ์ต่อไปอีก 1 ชั่วโมง และถ้าทารกดิ้นน้อยกว่า 4 ครั้งในชั่วโมงต่อมาแสดงว่าทารกในครรภ์ดิ้นน้อยลง

3. บันทึกจำนวนครั้งที่ทารกในครรภ์ดิ้นให้ครบ 10 ครั้งใน 1 วัน คุณแม่บันทึกการดิ้นของทารกในครรภ์ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ไปจนครบ 10 ครั้ง ถ้านับครบ 10 ครั้งแสดงว่าทารกในครรภ์ปกติ คุณแม่ก็สามารถหยุดการนับการดิ้นของทารกในครรภ์ในวันนั้นได้ แต่ถ้าทั้งวันนับได้ไม่ครบ 10 ครั้ง แสดงว่าทารกในครรภ์ดิ้นน้อยลง


ลักษณะการดิ้นของทารกในครรภ์

คุณแม่ตั้งครรภ์มือใหม่อาจสงสัยว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกดิ้นแบบไหนถึงเรียกว่าลูกดิ้น จริงๆ แล้วการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยของทารก ถ้าคุณแม่รู้สึกได้ก็ใช่การดิ้นของลูกแล้วค่ะ ลักษณะการดิ้นของลูกที่แม่จะรู้สึกได้
1. การดิ้นเบาๆ
2. การดิ้นแรงๆ หรือการเตะ หรือการเคลื่อนไหวแบบกระตุก
3. การเคลื่อนแบบเป็นคลื่น
4. การกระตุกเป็นจังหวะหรือการสะอึก

สายสะดือย้อย

คุณแม่ตั้งครรภ์หลายๆ ราย คงเคยได้ยินกับภาวะฉุกเฉินทางสูติศาสตร์ที่เรียกว่า สายสะดือย้อย กันมาบ้าง เพราะหากเกิดขึ้น นั่นก็เท่ากับว่าอาจจะต้องสูญเสียอีกหนึ่งชีวิตน้อยๆ ในครรภ์ไปได้ สายสะดือย้อยจะเกิดระหว่างการตั้งครรภ์หรือการเจ็บครรภ์ เกิดขึ้นเมื่อสายสะดือยื่นมาต่ำกว่า หรือนำส่วนนำ (ส่วนหัว) ออกมา สถิติของอุบัติการณ์ของสายสะดือย้อยนั้นมีหลากหลาย แต่ในการศึกษาส่วนใหญ่พบว่าอยู่ระหว่างร้อยละ 0.14 และ 0.62 ของการคลอด สายสะดือย้อยมักเกิดร่วมกับการแตกของถุงน้ำคร่ำ หลังจากที่ถุงน้ำคร่ำแตกแล้วทารกจะเคลื่อนต่ำลงในอุ้งเชิงกรานและกดทับสายสะดือทำให้เลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงทารกลดลงหรือหายไป และทารกจะต้องคลอดโดยทันที


(update 9 กรกฎาคม 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 23 ฉบับที่ 265 กุมภาพันธ์ 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600