ตั้งรับ ปรับชีวิตแบบ City Mom


ท่ามกลางสภาพสังคมเมืองของเราทุกวันนี้ แสวงหาสิ่งที่คิดว่านั่นคือความสุข แต่คุณแม่เคยสำรวจความรู้สึกของตัวเองบ้างไหมว่า สุขที่เราพบเจออยู่ทุกวัน ใช่ความสุขแท้จริงที่ชีวิตต้องการหรือไม่ แล้วความสุขที่แท้จริงในชีวิตเราคืออะไร หากตอนนี้ยังไม่มีคำตอบให้ตัวเองลองหันมาค้นหาความสุขที่แท้จริงของชีวิตแม่ยุคใหม่ไปพ้อม ๆ กันค่ะ


ดัชนีความสุข

ก่อนที่เราจะพุ่งเป้าเข้ามาที่คนในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะ มาดูภาพรวมความสุขของคนในประเทศกันก่อนดีกว่าค่ะ รับรองตัวเลขจะทำให้คุณตกใจไม่น้อยทีเดียว

จากผลการวิจัยเรื่องความสุขมวลรวม (Gross Domestic Happiness , GDH) ของคนไทย 18 จังหวัดทั่วประเทศ สำรวจล่าสุดระหว่างวันที่ 1 - 16 สิงหาคม 2551 โดยศุนย์วิจัยเอแบคโพลล์ พบว่า ค่าคะแนนความสุขมวลรวมของคนไทยลดลงจาก 6.30 คะแนน (เดือน เมษายน 2551) มาอยู่ที่ 6.08 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ตัวเลขที่ปรากฎนี้ถือว่าลดลงอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับการวิจัยในเดือนตุลาคม 2550 ที่ความสุขของคนไทยมีค่าคะแนนความสุขอยู่ที่ 6.90 คะแนน คนไทยสุขน้อยลงอย่างรวดเร็วในเวลาไม่ถึงปี

ขณะที่ความสุขมวลรวมลดลง ความทุกข์ของคนไทยก็เพิ่มสูงขึ้นจากเดือน กุมภาพันธ์ 2551 ความทุกข์ของคนไทยอยู่ที่ 4.39 คะแนน ล่าสุดในเดือน กรกฎาคม พบความทุกข์ของสาธารณชนเพิ่มขึ้นเป็น 5.29 คะแนน เลยทีเดียว

หากสังเกตจะเห็นว่า การที่คนไทยมีความสุขลงทุกข์มากขึ้น มักขึ้นอยู่กับสถานการณ์ต่าง ๆ รอบตัวด้วย อย่างช่วงนี้คนไทยกำลังเผชิญทั้งวิกฤติทางด้านเศรษฐกิจ และวิกฤติทางด้านการเมือง แม้จะไม่มีตัวเลขมาชี้วัด เราก็วัดโดยสัญชาตญาณได้ว่าความสุขลดลง เพราะสิ่งรอบตัวบั่นทอนภาวะทางจิตใจ แต่เราก็ต้องฝ่าวิกฤติเพื่อสมดุลใหม่ที่ทำให้ชีวิตมีความสุขมากขึ้นค่ะ


สุขแบบคนเมือง

คำว่า “ความสุข” เป็นคำที่นิยามได้ยากมากเลยนะคะ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะกำหนดรูปแบบความสุขของตัวเองว่าเป็นแบบไหน หรือประเมินจากอะไร เกียรติยศ ชื่อเสียง ทรัพย์สินเงินทอง จะเห็นว่าความสุขของแต่ละคนแตกต่างกัน แต่ก็ไม่ใช่ว่า “ชีวิตคนเมืองใหญ่อยู่แล้วทุกข์ย้ายหนีทั้งหมดเลยดีไหม” อย่าให้ถึงขั้นนั้นเลยนะคะ เราคงต้องอยู่ในเมืองใหญ่นี่แหละ แต่คุณแม่ต้องอยู่อย่างมีความสุข


นี่แหละชีวิต City Mom

ลองมาดูกันหน่อยไหมคะว่า คุณแม่เองมีความสุขในชีวิตลดลงจากสิ่งเหล่านี้หรือเปล่า


ชีวิตด่วนไม่มีเวลา

คงไม่มีใครปฏิเสธว่าชีวิตของคนเมืองวุ่นวาย ยุ่งยาก และซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ เพราะว่าเรามีวัตถุมากมายเข้ามาในชีวิต ความเรียบง่ายที่เคยมีก็หายไป ตัวอย่างที่เห็นชัดเลยคืด เรื่องของการเดินทาง ถ้าคุณแม่อยู่ต่างจังหวัดระยะทางแค่ใกล้ ๆ ไม่กี่กิโลเมตร ใช้เวลสเดินทางไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก็สามารถอยู้ดูแลลูกได้นานขึ้น หรือตอนเที่ยงจะกลับไปกินข้าวที่บ้าน ป้อนข้าวลูกแล้วค่อยกลับไปทำงานต่อก็ยังได้ แต่พออยู่ในเมืองใหญ่ แค่ออกจากบ้านทุกอย่างก็เป็นเงิน การเดินทางในระยะทางใกล้ ๆ ก็เสียเวลาไปหลายชั่วโมง เพราะไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้เลยว่ารถจะติดมากน้อยแค่ไหน การใช้ชีวิตแบบนีทำให้ความเรียบง่ายในชีวิตหายไปกลายเป็นความเครียดและกดดันพอกพูนอยู่ในตัว

Modern Mom's Solution
มีสติ ช้าลง

เป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยให้คุณแม่ได้ใช้ชีวิตอย่างมีสติ เราจะรู้จักพอประมาณหรือประเมินสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้โดยอัตโนมัติ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือที่เรารู้จักดีในนามปากกา ว.วชิรเมธี แนะนำการฝึกสติด้วยวิธีง่าย ๆ ไว้ว่า “ทำอะไรให้ช้าลง พูดให้ช้าลง คิดให้ช้าลง ตัดสินใจให้ช้าลง กินให้ช้าลง เดิน นั่ง นอนอให้ช้าลง ทุกครั้งที่ทำอะไรช้าลง เราจะเห็นสิ่งต่าง ๆ ที่กำลังทำอยู่ได้ชัดเจนมากขึ้น เหมือนกับเวลาที่ขับรถชลอช้าลงจะเห็นวิวข้างทางชัดขึ้น ตรงกันข้ามกับเร็วไปเสียทุกอย่าง บางครั้งจะทำให้เราผิดพลาดและไม่สามารถกู้คืนได้”

เมื่อคุณแม่ใช้ชีวิตอย่างมีสติจะพบว่าคนเราไม่จำเป็นต้องเร่งรีบเสมอไป เพราะการทำอะไรช้า ๆ อย่างมีสติจะช่วยให้เราเกิดปัญญา ปัญญาที่ที่จะแก้ไขปัญหาทางออกให้กับชีวิตที่วุ่นวายยุ่งเหยิงนี้ และท่สำคัญการทำอะไรช้าแต่มั่นคงนี้จะถูกถ่ายทอดไปยังลูกด้วยค่ะ เพราะเขาจะสัมผัสและรับเอาวิธีการใช้ชีวิตแบบที่เขาถูกคุณแม่ปฏิบัติด้วยนี้ไปใช้ในอนาคต

ป่วยง่าย เครียดบ่อย

เมืองใหญ่ รถติดควันรถเยอะ ตึกสูงเยอะกว่าต้นไม้สีเขียว ก็ส่งผลให้มลภาวะทั้งในอากาศและมลภาวะทางเยงมีมากกว่าตามชนบท และด้วยความเร่งรีบ ก็เลยฝากท้องไว้กับอาหารนอกบ้าน หนีไม่พ้นอาหารฟาสต์ฟูดหรืออาหารถุง ซึ่งอาหารเหล่านี้ คุณแม่ไม่สามารถมั่นใจได้เลยว่า ส่วนประกอบที่นำมาปรุงนั้นมีคุณภาพมากน้อยแค่ไหน น้ำมันที่ทอดใช้ซ้ำหรือไม่เรียกว่าชีวิตเสียงกับโรคภัยไข้เจ็บเพราะอาหารไปอีกครึ่งหนึ่ง นอกจากมลพิษที่เข้าสู่ร่างก่ายทั้งทางด้านการใช้ชีวิตประจำวันและอาหารการกินสูงแล้ว คนเมืองยังต้องเผชิญมลพิษทางใจสูงอีก เช่น การแข่งขันทางสื่อมวลชนที่เข้มข้นกว่าต่างจังหวัด คนเมืองจะได้รับสื่อที่เข้มข้น เร็ว และแรง จึงมีโอกาสที่จะตกเป็นทาสของการถูกชักนำสูง การแข่งขันด้านการงาน การใช้ชีวิต ฯลฯ ทำให้คุณแม่เครียดได้ง่าย เพราะฉะนั้นไม่มีข้อสงสัยเลยว่าเพราะอะไร คนเมืองส่วนใหญ่จึงเจ็บป่วยทั้งกายและใจ

Modern Mom's Solution
จริงจัง มีวินัย

รายละเอียดในการดูแลชีวิตและสุขภาพคิดว่าคุณแม่หลาย ๆ คนคงจะรู้ดีว่าต้องทำอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นหาเวลาออกกำลังกาย กินอาหารปลอดสารพิษ ลดการใช้ของต่างๆ ที่เต็มไปด้วยสารเคมี ฯลฯ อยู่ที่คุณแม่เองว่าจะจริงจังและเอาจริงกับเรื่องนี้แค่ไหน แม้ว่าจะต้องทำให้เปลี่ยนแปลง ลด ละ เลิก สิ่งที่คุ้นเคยในชีวิตไปบ้างเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น คุณแม่ไควรเพิ่มแต่ทางวัตถุที่บ่งบอกสถานะทางสังคมเท่านั้น แต่ควรหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพ ปรับวิถีชีวิตของตัวเองของคนในครอบครัวด้วยการเลือกรับสารเคมีและมลพิษให้น้อยลง เช่น เลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติจำพวกแชมพู เครื่องสำอาง น้ำยาทำความสะอาดในบ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงสารเคมี หรือใช้เวลาว่างวันเสาร์ - อาทิตย์ ทำอาหารกินเองบ้าง เป็นต้น ถึงแม้จะทำไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำเลยค่ะ นอกจากร่างกายจะแข็งแรงแล้ว ยังยืดเวลาที่อยู่กับลูกและสามีที่รักไปได้อีกนาน ๆ ด้วยค่ะ

พอดี พอดี

เป็นวิธีล้างมลพิษทางใจที่ท่าน ว.วชิรเมธี แนะนำว่า “ใครสะกดคำว่าพอดีได้เร็วเท่าไหร่ ชีวิตจะเข้าใกล้ความสมดุลเมื่อนั้น เพราะคนเมืองนั้น่าวนมากสะกดคำว่าพอดีไม่ค่อยเป็น จึงสูญเสียความสมดุลในชีวิต อยากให้คนที่อยู่ในเมืองย้อนกลับมาพิจารณาชีวิตว่า ถ้าสุดโต่งไปด้านใดด้านหนึ่งชีวิตมันเสียสมดุล ชีวิตที่เสียสมดุลนั้นเป็นชีวิตที่ไม่มีความสุข จะมีประโยชน์อะไรหากเรามุ่งแสวงหาบ้าน รถ เงินทอง ชื่อเสียง และมีพร้อมทุกสิ่งทุกอย่าง แต่วันหนึ่งเราได้ค้นพบว่า สุขภาพของเราไม่ดี จิตใจของเราข้างในขาดความอบอุ่บ เบาโหวง และขาดความมั่นคง นั่นสะท้อนให้รู้ว่า สิ่งที่เราหามาทั้งหมดนั้นไม่ใช่คำตอบของชีวิต” สิ่งที่คุณแม่ทุกคนต้องการคือสุขภาพที่แข็งแรงของทุกคนในครอบครัว และการได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันมากกว่า

จัดสรร แบ่งเวลา

ถึงแม้การอยู่ในสังคมคนเมือง งานจะเป็นอีกเรื่องที่เราให้ความสำคัญมาก เพราะงานคือเงิร ทำให้เรามีทรัพย์สินมาดูแลตัวเองและครอบครัว แต่งานไม่ได้เป็นทั้งหมดของชีวิต ยิ่งคุณแม่ที่ต้องรับบทภรรยา แม่ และลูกไปด้วยพร้อม ๆ กัน ยิ่งต้องพยายามสร้างจุดสมดุลให้ได้ ไม่เช่นนั้นการให้น้ำหนักส่วนใดส่วนหนึ่งมากเกินไป จนหลงลืมบทบาทหน้าที่อื่น อาจจะทำให้เกิดปัญหาตามมาทีหลังได้ ท่าน ว.วชิรเมธี เตือนสติไว้ว่า หลักที่จะอยู่ในเมืองใหญ่ได้อย่างมีความสุขคือ “คนสำราญ...งานสำเร็จ คนสำราญก็คือต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดี งานสำเร็จก็คือทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณภาพของงานกับคุณภาพของชีวิตต้องมาบรรจบกัน” ถ้าทำได้อย่างนี้เมื่อไหร่คุณแม่ก็จะสามารถอยู่ในเมืองใหญ่ได้อย่างมีความสุข

สมองปลาทอง

ยุคนี้ต้องยอมรับว่าเป็นยุคที่เทคโนโลยีเจริญมาก ๆ ทำให้คนเราใช้ศักยภาพของตัวเองที่มีอยู่น้อยลง ยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจนขึ้นคือโทรศัพท์ ทุกวันนี้เราไม่ต้องจดบันทึกหรือจำเบอร์โทรศัพท์กันแล้ว แม้แต่คนที่โทรหากันเป็นประจำคุณแม่ก็ยังใช้เวลานึกอยู่นาน หรือนึกไม่ออกเลย เพราะเราใช้ให้โทรศัพท์จำแทน เบอร์ใครก็บันทึกเอาไว้ในโทรศัพท์ บางทียังใช้ตัวเลือกโทรด่วน เช่น เพื่อนสนิทกด 1 สามีกด 2 ลูกกด 3 พ่อแม่ที่ต่างจังหวัดกด 4 เพียงแค่กดครั้งเดียวหมายเลขโทรศัพท์ 8 หลัก ที่บันทึกไว้ก็จะโทรออกไปยังหมายเลขปลายทางทันที หรือแม้แต่การคำนวณเลขเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เมื่อก่อนไม่มีเครื่องคิดเลข เราก็ใช้วิธีการบวกลบในใจที่ร่ำเรียนมาได้ แต่ทุกวันนี้โทรศัพท์มีตัวเลือกการใช้งานนี้ไว้รองรับ

Modern Mom's Solution
บริหารสมองบ้าง

การที่เราเอาความสามารถเดิมที่เรามีไปฝากไว้กับเทคโนโลยีทั้งหมด วันไหนที่เทคโนโลยีทำงานไม่มีประสสิทธิภาพขึ้นมา ชีวิตของเราจะเกิดความยุ่งเหยิงขึ้นมาทันที เรียกว่าพอเทคโนโลยีเสียเรากลายเป็นคนโง่ทันควัน ซึ่งจริง ๆ แล้ว คุณแม่สามารถใช้และพัฒนาศักยภาพของหู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ ของตัวเองด้วยการฝึกจำ เช่น จำเบอร์โทรศัพท์สามี จำวันเกิดคนในครอบครัวและเพื่อนสนิท บวกลบเลขง่ายๆ ด้วยตัวเอง แต่ถ้ากลัวลืมก็ใช้วิธีจดบันทึกเตือนความจำ

ครอบครัว เอาไว้ก่อน

ส่วนใหญ่คุณพ่อคุณแม่ต้องออกไปทำงานตั้งแต่เช้าแล้วออกบ้านค่ำ ไม่ได้ขับรถไปส่งที่โรงเรียน หรือถ้ามีลูกเล็กก็ฝากไว้กับพี่เลี้ยงในบ้านบ้าง ในคอนดดบ้าง วันเสาร์-อาทิตย์คุณพ่อคุณแม่บางคนยังต้องหางานพิเศษทำ เพื่อเพิ่มรายได้ให้พอกับรายจ่ายในครอบครัว ทำงานหนักจนแทบไม่มีโอกาสกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน เวลาที่จะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขพ่อแม่ลูกพูดได้เลยว่าเหลือน้อยยิ่งกว่าน้อย นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องจ่ายให้กับสังคมเมืองของเรา

Modern Mom's Solution
ได้อย่าง เสียอย่าง

ครอบครัวเป็นส่วนที่มีความสำคัญกับชีวิตเรามากกว่าครึ่งก็ว่าได้ เพราะถึงเราจะรองรับปัญหาที่ถูกกระแทกมาจากนอกบ้านมากแค่ไหน แต่เมื่อกลับมาที่บ้านเราเป็นคนสำคัญของครอบครัว เห็นลูกมีความสุขก็ชื่นใจ เรื่องที่ถูกกระแทกมาจากนอกบ้านก็หมดไป พรุ่งนี้ก็พร้อมที่จะเริ่มใหม่...จริงไหมคะ เพราะฉะนั้นคุณแม่ต้องสร้างครอบครัว ให้เข้มแข็งค่ะ จัดสรรเวลาของเราเองสักนิด รู้จักบทบาทหน้าที่ของตัวเอง อยู่นอกบ้านจะเป็นหัวหน้างาน ผู้จัดการ หรือสวมหมวกหน้าที่อะไรก็ตาม เมื่อมาถึงบ้าน คุณแม่ก็ต้องเปลี่ยนหมวกมาเป็นคุณแม่และคุณภรรยา และอาจจะต้องจัดวันสำหรับครอบครัว บันทึกเข้าในตารางชีวิตเลยว่าวันครอบครัวนั้นจะไม่มีนัดกับใครนอกจากคนในครอบครัว หัวใจสำคัญของครอบครัวเข้มแข็งทุกคนในบ้านจะต้องมีความเข้าอกเข้าใจ มีความอบอุ่น และประคับประคองซึ่งกันและกัน

เงินไม่พอใช้

สิ้นเดือนทีไรเคยรู้สึกว่าทำไมเงินเดือนหมดไปอย่างรวดเร็วไหมคะ ทั้งที่รายได้รวมของครอบครัวเราก็มากโข เรียกว่าถ้าอยู่ต่างจังหวัด ครอบครัวเราถือว่ามีเงินเหลือกินเหลือใช้เลยหล่ะ นี่แหละค่ะที่เรียกว่า มีเงินเดือนสูงแต่คุณภาพชีวิตต่ำ คนเมืองหาเงินง่ายก็จริง แต่ซื้อของได้น้อยเพราะเงินเฟ้อ สมมติว่าครอบครัวคุณแม่มีรายได้ต่อเดือน 50,000 บาท อยู่เมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ ก็ต้องจ่ายค่าเช่าห้องหรือผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าอาหารวันละ 3 มื้อ รายจ่ายเกี่ยวกับลูก จ่ายประกันชีวิต ประกันรถยนต์ ฯลฯ เงิน 50,000 บาท อาจมีค่าเท่ากับเงิน 5,000 บาท ของคนต่างจังหวัดเท่านั้น

Modern Mom's Solution
คิดก่อนซื้อ

กระแสโฆษณา การตลาด ที่กระตุ้นความสนใจอยากซื้ออยากเป็นเจ้าของ ล้วนเป็นกลยุทธ์ดูดเงินในกระเป๋าของคุณแม่ได้อย่างดี เพราะฉะนั้นต้องคิดและมีสติก่อนตัดสินใจซื้อทุกครั้ง จำเป็นไหม มีแล้วหรือยัง คุ้มค่าไหม เพื่อจะได้เป็นการทบทวนตัวเองก่อนตัดสินใจจ่าย ที่สำคัญคุณแม่ต้องทำบัญชีการเงินของครอบครัวให้ดี อย่าคิดว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อเพราะตัวเลขที่ออกมาจะทำให้คุณแม่เห็นเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ไหลเข้า-ออกจากกระเป๋าของเราไปค่ะ

ชีวิตหุ่นยนต์

ความละเมียดละไมในชีวิตที่หดหาย ทำให้ความเป็นหุ่นยนต์เริ่มเข้ามาครอบงำชีวิตคุณแม่ทั้งหลาย ลองวัดจากตัวเองก็ได้นะคะ นานแค่ไหนที่ครอบครัวเราไม่เคยเห็นแสงอาทิตย์อ่อนๆ ปลายไม้ นานแค่ไหนที่ไม่ได้ฟังเสียงนกร้อง นานแค่ไหนที่ไม่ได้นอนเปลเอเขนกอ่านหนังสือกวีนิพนธ์ นานแค่ไหนที่ไม่ได้ปั่นจักรยานรอบบึงใหญ่ ๆ ที่มีธรรมชาติแสนร่มรื่น ฯลฯ ยิ่งถ้าเป็นแม่ด้วยแล้ว โอกาสที่จะใช้ชีวิตละเมียดละไมยากเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว คนที่อยู่ในเมืองนั้นจะต้องสูญเสียความสุขเล็ก ๆ เยอะแยะมากมาย เพียงเพื่อให้ได้เงินทองมาซื้อความสุขที่คิดว่านั่นคือความสุขที่แท้จริง ท่าน ว.วชิรเมธี สนับสนุนคำกล่าวที่ผู้รู้หลายคนบอกว่า “กรุงเทพ หรือเมื่องใหญ่ ๆ เป็นที่ที่เหมาะแก่การหาเงิน แต่ไม่เหมาะที่จะเป็นเรือนตาย” คุณแม่ผู้อ่านล่ะคะ คิดอย่างไรกับประโยคนี้

Modern Mom's Solution
กลับคืนสู่ธรรมชาติ

เวลาพักร้อนสักทีคุณแม่วางแผนว่าจะไปไหนค่ะ ไม่ต้องบอกก็พอจะเดาได้ว่า ความสุขของการไปเที่ยวคือกลับไปอยู่กับป่าเขา หรือไปพักผ่อนตากอากาศอยู่ห้องหรือกระท่อมเล็ก ๆ ริมชายทะเลเพียงไม่กี่วัน หรือแม้แต่การที่คนเมืองเรียกร้องสวนสาธารณะที่จะเป็นปอดของคนเมือง ให้ได้พักผ่อนหย่อนใจตอนเย็นหรือวันหยุด ซึ่งนี่ก็เป็นลักษณะของการกลับสู่ธรรมชาติ เพราะธรรมชาติจะเติมเต็มความละเมียดละไมให้ชีวิตเติมพลังงานและเรียกความสุขให้กลับคืนมาได้ การที่ลูกได้สัมผัสธรรมชาติเป็นประจำ ก็จะช่วยให้เขาได้รับอากาศที่บริสุทธิ์ เรียนรู้ระบบนิเวศน์รอบตัว อีกทั้งเห็นความสำคัญของธรรมชาติอีกด้วยค่ะ

สุดท้ายแล้วคำตอบของการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ให้มีความสุข หัวใจสำคัญคงหนีไม่พ้นการจัดสมดุลชีวิตให้ได้นั่นล่ะค่ะ หากคุณแม่กำลังพบว่า ความสุขในชีวิตกำลังลดลง ลุกขึ้นมาจัดสรรตารางชีวิตกันสิคะ มาทำเส้นแบ่งระหว่าง ลูก งาน สามี และตัวเองเสียใหม่ ความสุขก็จะเขยิบใกล้เข้ามามากกว่าเดิม เมื่อเราสมดุลทั้งกายและใจ


(update 11 ธันวาคม 2009)
[ ที่มา.. นิตยสาร MODERNMOM Vol.14 No.157 November 2008 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600