แผนการเงินของพ่อยุคใหม่


สมัยนี้หันไปทางไหนเห็นแต่คนมีสีหน้าไม่สู้ดีทั้งนั้นนะครับ ไม่ว่าจะเจอปัญหาของแพง น้ำมันแพง การเมืองไม่มีเสถียรภาพ แถมยังมีปัญหาสถาบันการเงินระดับโลกล้มระเนระนาดกันในต่างประเทศอีก ทุกคนก็เป็นห่วงกันทั้งนั้นว่า แล้วเศรษฐกิจประเทศไทยเราจะไปได้ไหวหรือ แล้วการเงินส่วนตัวหรือของครอบครัวของเราหล่ะ จะต้องทำอย่างไรบ้าง

ปัญหาเรื่องการเงินเป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลายครอบครัวครับ บางครอบครัวมีหนี้สินมากเกินไป ชำระคืนเจ้าหนี้ไม่ได้ทำให้ถูกฟ้องร้อง บางคนถึงกับล้มละลายไปเลย ที่แย่ที่สุดคือ ทำให้ทุกคนในครอบครัวเสียสุขภาพจิต ทะเลาะเบาะแว้งกันจนบ้านแตกสาแหรกขาดได้

ในการที่จะทำให้ครอบครัวเรามีความมั่นคงทางการเงินทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้นั้น เราต้องมีการวางแผนการเงินที่ดีครับ ในฐานะที่คลุกคลีอยู่ในวงการการเงินการลงทุนมานาน ผมจึงขอแนะนำให้คุณลองวางแผนการเงินของครอบครัวคุณพ่อดูนะครับ


ควรวางแผนการเงินเมื่อไหร่

คนที่คิดจะมีครอบครัว ควรเริ่มวางแผนการเงินได้ตั้งแต่เมื่อวานนี้ครับ! ที่ผมกล่าวเช่นนี้หมายความว่า เริ่มเร็วที่สุดยิ่งดี ถ้าเมื่อวานยังไม่ได้ทำ ก็ควรทำเสียตั้งแต่วันนี้ เนื่องจากเรื่องการเงินเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาทั้งในเรื่องการทำความเข้าใจในรายละเอียดของทางเลือกต่าง ๆ และการที่จะทำให้เงินงอกเงยขึ้น


เริ่มอย่างไรดี

ในการวางแผนการเงินสำหรับครอบครัวให้ได้ผลดีนั้น คุณพ่อควรต้องเริ่มจากการรวบนวมสถานะทางการเงินของคุณก่อนว่า คุณและคู่สมรสมีทรัพย์สิน หนี้สิน รายรับ และรายจ่ายเท่าไร ถ้าคุณจดลงบนกระดาษ (ใช้เวลาอย่างละเอียดคงไม่เกิน 2 ชั่วโมง) คุณจะเห็นภาพชัดขึ้นนะครับว่า คุณมีปัญหาทางการเงินหรือไม่ แค่ไหน และควรจะทำอะไรก่อนหลัง เช่น ถ้าวันนี้ คุณยังมีหนี้บัตรเครดิตที่ยังผ่อนไม่หมด ก็ควรจะเลิกคิดไปทัวร์ฮ่องกงเสีย และอาจต้องขายสร้อยทองคำ ที่ได้มาเพื่อไปใช้หนี้ก่อน หรือถ้าวันนี้คุณและคู่สมรสยังมีรายได้ไม่พอกับรายจ่ายประจำเดือน ก็ยังไม่ควรมีลูกนะครับ


ค่าใช้จ่ายของลูกแรกเกิด

ตั้งแต่ลูกคลอดออกมา คุณพ่อคงต้องคาดหวังไว้เลยนะครับ ว่าค่าใช้จ่ายประจำของครอบครัวเพิ่มอีกอย่างน้อย 20% ในแต่ละเดือน (และจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อลูกโตขึ้น) แม้ว่าลูกเล็กของคุณพ่อจะกินนมแม่ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรทำให้ได้นานที่สุด ลูกก็ยังต้องการสิ่งของต่าง ๆ มากมายหลายอย่าง คุณพ่ออาจจะขอจากญาติ ๆ ที่มีลูกโตแล้วมาใช้ได้โดยไม่ต้องซื้อของใหม่ เช่น เสื้อผ้า เตียง รถเข็น ที่อุ่นขวดนม แต่อุปกรณ์หลายอย่างก็ต้องซื้อใหม่ เพราะใช้ของมือสองแล้วอาจไม่ปลอดภัยพอ เช่น ขวดนม

สำหรับผ้าอ้อมเด็ก ซึ่งต้องใช้จนลูกอายุประมาณ 1 ขวบครึ่ง ลองคิดดูนะครับว่าจะใช้เงินเท่าไหร่ เอาเป็นว่าลูกต้องใช้ถึง 8 ชิ้น ต่อวัน ถ้าราคาชิ้นละ 10 บาท ก็ปาเข้าไปสี่หมื่นกว่าบาทแล้วนะครับ บางทีคุณพ่ออาจต้องเปลี่ยนมาใช้ผ้าอ้อมที่ซักได้แทน เพื่อประหยัดและรักษาสิ่งแวดล้อมของโลก

ดังนั้นในช่วงที่คุณแม่ตั้งครรภ์ คุณพ่อควรคำนวณไว้ได้เลยว่า ค่าใช้จ่ายในช่วง 3 ปีแรกของเจ้าตัวเล็กจะเป็นเท่าไหร่ ถ้ารายได้ของคุณทั้งสองเพียงพอก็แล้วไป แต่ถ้าไม่พอก็คงต้องหาทางตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นส่วนอื่นก่อน เช่น การท่องเที่ยว หรือการรับประทานอาหารนอกบ้านล่ะครับ


การศึกษาของลูก

นี่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตครอบครัวของคุณเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นคุณพ่อต้องใช้เวลาวางแผนให้ถี่ถ้วนที่สุด ก่อนอื่นคุณพ่อควรต้องเลือกก่อนนะครับว่า อยากให้ลูกเข้าโรงเรียนแบบไหนในช่วงอนุบาลและประถม เพราะค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันพอสมควร แน่นอนว่าโรงเรียนนานาชาติจะต้องแพงกว่าโรงเรียนเอกชนที่สอนตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการมาก จากตัวเลขจะประมาณ 10,000 - 20,000 บาทต่อปี อาจเพิ่มเป็นประมาณ 300,000 - 500,000 บาทต่อปี

จากประมาณการนี้ ควรจะต้องวางแผนแบ่งเงินเป็น 2 ก้อน ก้อนแรกสำหรับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นภายใน 2 ปี ข้างหน้า และอีกก้อนหนึ่งสำหรับค่าใช้จ่ายหลังจากนั้น

สำหรับเงินก้อนแรกนั้น เนื่องจากคุณรู้ค่อนข้างแน่นอนว่าจะเป็นเท่าไร และระยะเวลาที่ต้องใช้อีกไม่นาน เงินก้อนนี้จึงควรเก็บอยู่ในรูปเงินฝาก หรือตราสารหนี้ ที่มีอายุไม่เกิน 2 ปี (อาจใช้กองทุนรวมตราสารหนี้แทนได้ด้วย) ถึงผลตอบแทนสำหรับเงินก้อนนี้ จะไม่มากแต่จะมีความแน่นอนครับ

สำหรับก้อนที่ 2 ที่จะเอาไว้ใช้จ่ายค่าเล่าเรียนของลูกในช่วง 2 ปีข้างหน้าไปแล้วนั้น คุณพ่อควรจะหวังว่าผลตอบแทนควรจะได้สูงหน่อยหรืออย่างน้อยก็ไม่ควรจะแพ้อัตราเงินเฟ้อที่ปัจจุบันอยู่ราว ๆ 4 - 5% ต่อปี ดังนั้นนอกเหนือจากการฝากเงินและซื้อตราสารหนี้แล้ว คุณพ่อควรจะกระจายการลงทุนไปในหุ้น หรืออสังหาริมทรัพย์ด้วย เนื่องจากการลงทุนเหล่านี้ ในสัดส่วนที่เหมาะสม (เช่น 15 - 30% ของเงินทั้งก้อน) จะสามารถทำให้เงินมีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงขึ้นกว่าเงินก้อนแรกในระยะเวลา 2-6 ปี ทั้งนี้คุณพ่อไม่ควรกังวลมากนักหากมีขาดทุนในระยะสั้น เพราะคุณไม่ได้จะใช้เงินก้อนนี้ ในระยะนี้อยู่แล้ว


การป้องกันความเสี่ยง

เรื่องนี้สำคัญมากเหมือนกันนะครับ โดยเฉพาะในกรณีที่มีลูกแล้ว ถ้าคุณพ่อเกิดโชคร้ายประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยจนถึงแก่ชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร ใครจะเป็นผู้หารายได้มาจุนเจือครอบครัว? วิธีป้องกันความเสี่ยงนี้คือการทำประกันชีวิต และการประกันสุขภาพนั่นเอง ข้อแนะนำของผมก็คือ จำนวนเงินทุนประกันที่ควรมีน่าจะไม่น้อยกว่ารายจ่ายของครอบครัวใน 1 ปี ถ้าขาดคุณพ่อไป แล้วก็ใช้เวลาพิจารณาเปรียบเทียบรูปแบบประกันที่เหมาะสมกับตนเองให้ดีนะครับ อย่าเชื่อคนขายที่ชอบบอกว่า แบบที่เขาเสนอขายให้นี้ดีที่สุดสำหรับคุณ (เขาจะรู้ได้อย่างไร?)

สำหรับการวางแผนทางการเงินของครอบครัวให้ทีความมั่นคงนั้น คุณพ่อคงต้องคิดหาทางเพิ่มรายได้ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง ลดหนี้ที่ดอกเบี้ยแพง หาทางทำให้เงินออมที่มีอยู่มีค่าเพิ่มสูงขึ้น เตรียมป้องกันเหตุการณ์ซึ่งไม่คาดฝันซึ่งฟังดูยากครับ แต่ถ้าเริ่มได้ลงมือศึกษาและทำจริงแล้ว จะเห็นได้ว่าคุณพ่อก็สามารถวางแผนทางการเงินเบื้องต้นของครอบครัวได้เองครับ


(update 9 กรกฎาคม 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 23 ฉบับที่ 265 กุมภาพันธ์ 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600