ระบบทางเดินปัสสาวะของลูกน้อยในครรภ์


ระบบทางเดินปัสสาวะเปรียบเสมือนระบบบำบัดน้ำเสีย ในโรงงานกรองน้ำสะอาดนั่นเองค่ะ หากขาดระบบทางเดินปัสสาวะหรือระบบขับถ่ายไม่เป็นปกติแล้ว รูปแบบการดำเนินชีวิตอาจจะไม่เป็นปกติ ถึงจะไม่มีเรื่องที่ต้องน่าวิตกกังวลแต่ก็ควรได้รับการใส่ใจไม่น้อยกว่าอวัยวะส่วนอื่นเลยค่ะ


พัฒนาต่อเนื่องจากระบบทางเดินอาหาร

ระบบทางเดินปัสสาวะจะเริ่มต้นพัฒนามาจากเซลล์ชั้นกลางของตัวอ่อนในระยะ 150 เซลล์ ถึงแม้จะอยู่ในช่องท้องเช่นกัน แต่ก็พัฒนามาจากแหล่งกำเนิดเซลล์ที่ต่างจากระบบทางเดินอาหารที่จะเจริญมาจากเซลล์ชั้นในของตัวอ่อน ดังที่กล่าวไว้ในตอนที่แล้ว

ลูกในครรภ์จะเริ่มถ่ายปัสสาวะได้ตั้งแต่อายุ 21 สัปดาห์ และน้ำปัสสาวะที่ถ่ายออกมาก็จะเป็นส่วนใหญ่ของน้ำคร่ำที่หล่อเลี้ยงรอบตัวลูก ในช่วงครึ่งหลังของการตั้งครรภ์นั่นเอง ดังนั้น คงพอเดากันได้ค่ะว่า ลูกที่มีความพิการในระบบนี้ก็จะมีน้ำคร่ำน้อยกว่าปกติมาก และเป็นจุดเริ่มต้นของการมองหาความผิดปกติของระบบนี้ด้วย

ส่วนการถ่ายปัสสาวะทิ้งของมนุษย์เราตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของคุณแม่ และคลอดออกมาจนกระทั่งอายุได้สองขวบนั้น จะมีกลไกที่ไม่ซับซ้อน คือเมื่อน้ำปัสสาวะเต็มกระเพาะปัสสาวะเมื่อไหร่ ก็จะถ่ายออกมาทันทีไม่ว่าเวลาไหนก็ตาม จนกว่าจะมีการฝึกฝนให้กลั้นไว้เพื่อถ่ายตามเวลา และถ่ายในสถานที่ที่ปกปิดมิดชิดเมื่อเริ่มมีความรู้สึกอายได้ (Toilet Training)

ส่วนใหญ่จะถูกฝึกกันในช่วงอายุราว 2 ขวบ และฝึกกันอยู่พักใหญ่ กว่าจะดูแลตัวเองได้ เช่นเริ่มบอกได้ว่า “จะฉี่ๆ” และไปถ่ายปัสสาวะเองในห้องน้ำหรือแอบถ่ายในที่ลับตาคนได้

การพัฒนาของระบบทางเดินปัสสาวะของลูกในครรภ์นั้น นับว่ามีปัญหาเกิดขึ้นระหว่างการสร้างอวัยวะต่างๆ น้อยกว่าระบบอื่นๆ ค่ะ


ระบบทางเดินปัสสาวะทำงานอย่างไร

ระบบทางเดินปัสสาวะ ประกอบด้วยไต 2 อันอยู่ด้านหลังของช่องท้องในตำแหน่งใต้กระบังลม ลงมาบริเวณบั้นเอวทั้งสองข้าง ดังนั้นเวลาเกิดการอักเสบเฉียบพลันของกรวยไต คุณหมอจะลองเคาะเบาๆ บริเวณใต้ชายโครงทั้งสองข้าง ถ้ามีอาการเจ็บมากขณะเคาะก็แสดงว่ามีการอักเสบของไตเกิดขึ้นค่ะ

ที่ขั้วของไตทั้งสองข้ามจะมีกรวยไต ซึ่งเป็นปากทางเข้าสู่ท่อไต ซึ่งมีลักษณะเหมือนท่อยางเล็กๆ มีรัศมีไม่เกิน 1 เซนติเมตร แต่มีกำลังในการบีบตัวสูง เพื่อระบายน้ำปัสสาวะให้ไหลลงสู่บริเวณเนื้อที่สามเหลี่ยมของกระเพาะปัสสาวะ (Trigone) ที่อยู่ด้านล่างใต้บริเวณหัวหน่าวได้อย่างรวดเร็ว เพื่อรอพักในกระเพาะปัสสาวะจนกระทั่งมีน้ำปัสสาวะประมาณ 300 ซีซี. ขึ้นไป

การขยายตัวของกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะมาถึงความจุของน้ำในปริมาณนี้ก็จะส่งผ่านคำสั่งเข้าสู่ระบบประสาทที่ควบคุมการถ่ายปัสสาวะไปสู่สมอง เพื่อให้เจ้าของร่างกายรับรู้ว่าต้องไปถ่ายปัสสาวะได้แล้ว นั่นคืออาการปวดปัสสาวะนั่นเองค่ะ


3 ความเสี่ยงพิการของระบบกระเพาะปัสสาวะ

ส่วนความพิการที่พบได้แต่ไม่บ่อยคือ ลูกไม่มีไตทั้งสองข้าง (Renal agenesis) ซึ่งเด็กจะเสียชีวิตหลังคลอดในที่สุด เพราะยังไม่มีวิธีการรักษาด้วยการหาไตใหม่ใส่ให้ได้ ดังนั้น หากทำวินิจฉัยได้ก่อนด้วยการตรวจอัลตราซาวนด์ ก็มักจะแนะนำให้คุณแม่ยุติการตั้งครรภ์ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะตรวจพบกันในช่วง 20-28 สัปดาห์

ส่วนความพิการของกระเพาะปัสสาวะที่พบได้แต่ไม่บ่อยเช่นกันคือ
1. มีวาล์วหรือลิ้นที่ผิดปกติอยู่ทางด้านหลังของส่วนต้นของท่อปัสสาวะ (Posterior Valve) ทำให้ลูกถ่ายปัสสาวะไม่ได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ค่ะ ซึ่งในปัจจุบันหากวินิจฉัยได้แล้ว ก็จะมีการผ่าตัดต่อท่อออกจากกระเพาะปัสสาวะของลูกที่อยู่ในครรภ์ เพื่อให้ระบายน้ำปัสาวะออกมาได้ เพื่อให้ไม่เกิดความเสียหายต่อระบบทางเดินปัสสาวะทั้งระบบเนื่องจากการไหลย้อนของน้ำปัสสาวะขึ้นไป และจะทำการผ่าตัดแก้ไขแบบถาวรในช่วงที่ลูกคลอดออกมาแล้วค่ะ

2. ไตอยู่ในตำแหน่งผิดปกติ เช่น ลงมาอยู่ในอุ้งเชิงกราน (Pelvic Kidney) หรือมีท่อไตคู่หรือสองอัน (Double Ureters) มักจะเป็นปัญหาแฝงในร่างกายจนเด็กโต และมักไม่ได้รับการวินิจฉัยจนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้ว ซึ่งมักจะเกิดปัญหาการอักเสบเรื้อรังในระบบนี้ และมักมาพบคุณหมอด้วยปัญหาปวดท้องน้อยเรื้อรังค่ะ

3. 3 ขวบแล้วยังถ่ายปัสสาวะรดที่นอน มักจะเกิดจากปมปัญหาซับซ้อนทางด้านจิตใจ หรือมีความบกพร่องของสมอง เป็นเหตุให้เกิดการเสียศูนย์ของการควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะผ่านระบบประสาทอัตโนมัติดังที่กล่าวมาแล้ว มากกว่าจะมีความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะเอง ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องอยู่ในความดูแลร่วมกันของกุมารแพทย์และจิตแพทย์ค่ะ
ดังนั้น ดูไปแล้วสำหรับระบบทางเดินปัสสาวะนี้ คุณแม่น่าจะวางใจและมีความกังวลเกี่ยวกับความพิการและความผิดปกติของลูกน้อยกว่าระบบอื่นๆ ค่ะ


(update 16 มกราคม 2009)
[ ที่มา.. นิตยสาร MODERNMOM Vol.13 No.154 August 2008 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600