9 ประเภทของเล่นอันตรายสำหรับเด็ก


นายแพทย์อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้จัดการโครงการเด็กไทยปลอดภัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่ามีของเล่นเสี่ยงอันตรายสำหรับเด็ก 9 ประเภทดังนี้
1. ของเล่นที่มีชิ้นส่วนเล็กกว่า 3.26 ซม. เป็นส่วนประกอบ เช่น ลิปสติกของตุ๊กตา หัวอุลตร้าแมน ทำให้สำลักอุดตันทางเดินหายใจ

2. ของเล่นที่มีสายยาวกว่า 22 ซม. ขดเป็นวงทำให้รัดคอเด็ก เช่น โทรศัพท์ กีต้าร์ รถลาก

3. ของเล่น ที่มีช่องรูไม่เหมาะทำให้นิ้วติด มือติด หัวติด เช่น ปราสาท ชุดครัว

4. ของเล่นลูกกระสุนที่แรงกว่า .08 จูล เช่น ปืนอัดลม ปืนลูกดอก หากโดนที่ลูกนัยน์ตาอาจอันตรายถึงขั้นตาบอด

5. ของเล่นที่แหลมคม รถเด็กเล่นที่ท้ายรถแหลม ลูกข่าง หุ่นยนต์หัวแหลม

6. ของเล่นเคลื่อนที่เร็ว ม้าโยก รถไถ จักรยานสองล้อสามล้อ สกู๊ตเตอร์ แล้วออกแบบมาไม่เหมาะสม ล้มง่าย หรือขาดคำเตือน

7. ของเล่นที่ระเบิดได้ เช่น รถบังคับ เครื่องบินบังคับ

8. ของเล่นที่เสียงดังกว่า

9. เดซิเบล ทำลายเซลล์ประสาทการรับเสียง เช่น พวกของเล่นไฟฟ้า รถไฟลูกยางที่กดแล้วมีเสียงดัง
และยังต้องระวังของเล่นสารตะกั่วที่ละลายได้มากกว่า 90 ppm ซึ่งจะทำลายเซลล์สมอง ทั้งนี้ หากพบของเล่น เครื่องเล่น สวนสนุกอันตราย แจ้งได้ที่สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค หรือสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม หรือ hotline สายด่วนของเล่นอันตราย ศูนย์วิจัยเพื่อความปลอดภัยในเด็กคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี 0-2644-9080 หรือผ่าน www.thai safeplay.com

ผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยบริสตอล อังกฤษ ขัดแย้งกับรายงานหลายฉบับก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า เด็กผู้ชายมักเรียนดีขึ้นในโรงเรียนสหศึกษา เพราะถูกกระตุ้นจากปรากฎการณ์ในการพัฒนาตัวเองของนักเรียนหญิง ผลการวิจัยดังกล่าวนี้บ่งชี้ว่าเด็กผู้ชายทุกวัยจะเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าหากอยู่ในห้องเรียนที่มีเด็กผู้หญิงน้อยที่สุดเท่าที่เป็นได้สมมติฐานคือ ยิ่งมีเด็กผู้หญิงมากเท่าใด เด็กผู้ชายก็จะกระตือรือร้นน้อยลง เนื่องจากเด็กผู้หญิงมักเก่งภาษาอังกฤษ ดังนั้น ถ้าในชั้นมีเด็กนักเรียนหญิงมากกว่านักเรียนชาย และมีแนวโน้มว่าครูจะใช้วิธีให้เด็กสมัครใจตอบคำถามเอง เด็กผู้ชายมักเลือกที่จะอยู่เฉยๆ ปล่อยให้เด็กผู้หญิงแสดงความสามารถ เท่ากับว่าเด็กผู้หญิงมีความมั่นใจในเพศของครูกับวิธีการสอน ตัวอย่างเช่นถ้าครูผู้หญิงสอนในเด็กห้องที่มีนักเรียนหญิงเป็นส่วนใหญ่ ครูอาจให้ความสนใจกับนักเรียนหญิงมากกว่า ซึ่งนั่นอาจส่งผลลบต่อนักเรียนชาย


(update 27 มีนาคม 2009)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ vol.15 issue 180 july 2008 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600