สารพิษในบ้าน อันตรายใกล้ตัว


ช่วงที่ผ่านมา มีข่าวคราวเกี่ยวกับเด็กที่ได้รับสารพิษค่อนข้างเยอะทีเดียวค่ะ ทั้งเด็กที่กินโซดาไฟ จนถึงเด็กที่กินยากันยุงเข้าไป กระตุ้นความสนใจผู้คนในสังคมมากเหลือเกิน เหตุผลหนึ่งเป็นเพราะอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึงนั้นเกิดขึ้นในบ้านเสียเป็นส่วนใหญ่

เด็กวัย 1-4 ปี เป็นวัยแห่งการเรียนรู้ ช่างสำรวจและไม่อยู่นิ่ง ชอบเอาของเข้าปากจึงเสี่ยงต่อการได้รับสารพิษที่วางไว้ในส่วนต่างๆ ของบ้านมากที่สุด

การป้องกันลูกจากสารที่เป็นอันตรายเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง กันได้ดีกว่าแก้คงจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด บ้าน...สถานที่ที่ดูเหมือนจะปลอดภัยที่สุด กลับแฝงอันตรายแบบที่พ่อแม่นึกไม่ถึง และเพราะลูกอาจไม่ได้อยู่ในสายตาพ่อแม่ตลอดเวลานี่ล่ะค่ะ ถึงต้องมีวิธีจัดการและจัดเก็บอย่างรัดกุม แต่ถ้ายังไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ลองทำตามคำแนะนำดังต่อไปนี้ดูนะคะ
  • เก็บให้พ้นมือลูก วัยอยากรู้แบบนี้ แค่พ้นมืออย่างเดียวไม่พอค่ะ ต้องให้พ้นสายตาลูกด้วย ใช้ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดกับยาและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ป้องกันลูกเปิดใช้ แล้วเก็บไว้ในตู้ล็อกได้เป็นสัดส่วนจะดีที่สุด

  • ไม่ควรเปลี่ยนภาชนะใส่ ควรเก็บไว้ในภาชนะเดิมพร้อมฉลากบอกลักษณะและส่วนผสม

  • ไม่ควรกินยาต่อหน้าลูก และอย่าหลอกลูกว่ายาคือขนม เพราะนั่นทำให้ลูกเข้าใจผิดคิดว่ายาคือขนมจริงๆ

  • ตรวจสอบว่าสีของอุปกรณ์หรือผนังบ้านมีการหลุดลอกหรือไม่ หากมีควรจัดการให้เรียบร้อย
กลุ่มของใช้ในบ้าน อันตราย!!!

สารชนิดใดเป็นอันตรายต่อเด็กบ้าง เป็นเรื่องที่พ่อแม่ ผู้ปกครอง และผู้ที่ดูแลเด็กเล็กจำเป็นต้องรู้ค่ะ เพื่อเพิ่มความระมัดระวังและป้องกันลูกจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ สารเคมีที่ใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันมีมากมาย แต่ละอย่างล้วนแล้วแต่ทำให้ลูกเจ็บป่วยได้ทั้งนั้นเลย เราลองมาดูกันดีกว่าค่ะว่ามีผลิตภัณฑ์ใดบ้างที่ควรระมัดระวังและให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ
  • ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด จำพวกสบู่เหลว น้ำยาบ้วนปาก แชมพู ผงซักฟอก น้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน น้ำยาทำความสะอาดพื้น ไปจนถึงน้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำ ต้องเก็บให้มิดชิดพ้นมือเด็ก

  • ผลิตภัณฑ์กำจัดแมลง ยาฉีดยุง มด แมลงสาบ รวมไปถึงสารเคมีที่ใช้กำจัดแมลงในรูปแบบอื่น ควรเก็บให้มิดชิดหลังการใช้

  • เครื่องสำอางบำรุงผิว ของใช้คุ้นเคยบนโต๊ะเครื่องแป้งของคุณแม่ที่ใช้เป็นประจำอย่างครีมรองพื้น ลิปสติก น้ำหอม โลชั่น โทนเนอร์ ฯลฯ ที่อาจทำให้เด็กเข้าใจผิดนำเข้าปากหรือฉีดเข้าตาโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็ต้องจัดเก็บให้พ้นมือลูกด้วยค่ะ

  • ยา : บรรดายาทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นยาเม็ดหรือยาน้ำ ควรจะเก็บใส่ตู้ยา ปิดให้สนิทมิดชิดเพื่อป้องกันเด็กหยิบไปเล่น หากเป็นยาที่ต้องแช่ในตู้เย็นก็ควรหาที่เก็บที่เด็กหยิบไม่ถึงด้วย
First Aids

ไม่ว่ากรณีใด โทรติดต่อศูนย์รักษาพิษหรือโรงพยาบาลทันที การปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ถูกต้องจะเป็นวิธีที่จะช่วยให้ลูกไม่บาดเจ็บมากยิ่งขึ้นไปอีก
  • หากเข้าตาให้ลืมตาในน้ำ
  • หากกินเข้าไป อย่าเพิ่งให้เด็กอาเจียนหรือกินยาให้อาเจียน รอจนกว่าทางศูนย์รักษาพิษจะให้คำแนะนำ เพราะกรดอาจย้อนขึ้นมากัดกร่อนหลอดอาหารซ้ำอีก พยายามให้ลูกกินน้ำหรือนมปริมาณมากเพื่อให้สารพิษเจือจาง หลังจากนั้นนำส่งโรงพยาบาลใกล้บ้าน อย่าลืมนำภาชนะบรรจุผลิตภัณฑ์พร้อมฉลากที่แสดงส่วนผสมไปด้วย แพทย์จะได้ทราบว่าลูกได้รับสารพิษชนิดใด เพื่อเลือกวิธีการแก้ไขและรักษาได้ถูกต้อง
สิ่งสำคัญหากลูกได้รับสารพิษเข้าไป พ่อแม่ต้องตั้งสติให้ดีนะคะ ระลึกไว้เสมอว่าควรทำอะไรก่อน-หลัง อย่าลนลานจนทำอะไรไม่ถูก เพราะนั่นอาจทำให้เหตุการณ์ยิ่งแย่กันไปใหญ่ได้ค่ะ


(update 16 เมษายน 2009)
[ ที่มา.. นิตยสาร MODERNMOM Vol.13 No.152 June 2008 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600