แผลในปาก บอกสุขภาพลูกรัก


ยังจำความรู้สึกเวลาเกิดแผลในปาก หรือที่เรียกว่าแผลร้อนในกันได้ใช่มั้ยคะ จะอ้าปากพูด หรือรับประทานอาหารแต่ละครั้งช่างเจ็บปวดนัก แล้วถ้าอาการที่ว่านี้ไปเกิดกับลูกน้อย เจ้าตัวเล็กจะเจ็บขนาดไหน อย่างนี้ต้องรีบป้องกันและแก้ไขค่ะ


แผลในปากเกิดจากอะไร

แผลในปากหรือที่เรามักจะเรียกกันว่าร้อนใน ชื่อในทางการแพทย์เรียกอาการนี้ว่า แผลในปาก ค่ะ ภาษาอังกฤษ เรียกว่า Cold Sore พบได้ทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก โดยในเด็กนั้นพบได้ตั้งแต่ก่อนวัยเรียน และถ้าเป็นในเด็กเล็กมากๆ อาจจะเป็นเชื้อราในปาก โดยแผลในปากที่พบบ่อยๆ มี 4 ประเภท คือ

1. แผลเดี่ยว (Apthous Ulter) ซึ่งเป็นแผลที่พบได้บ่อยที่สุด ลักษณะเป็นแผลเดี่ยว ขอบชัด ดูก้นแผลมีสีขาวๆ เจ็บมาก แต่บางคนอาจเป็นมากกว่า 1 แผล แผลร้อนประเภทนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจนว่าเกิดจากอะไร อาจเป็นการติดเชื้อไวรัสชนิดใดชนิดหนึ่ง หรือมาจากหลายสาเหตุปนกันระหว่างที่ระบบภูมิต้านทานของร่างกายอ่อนแอลง เช่น ไม่สบาย เป็นหวัด (สำหรับผู้ใหญ่อาจเกิดจากอดนอนหรือเกิดจากความเครียด) แผลชนิดนี้มักจะจู่โจมและเกิดในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอค่ะ

หากลูกเป็นแผลในปากแบบแผลเดี่ยว ถ้าดูแล้วจะเห็นเป็นแผลเล็กๆ แค่แผลเดียว หรืออาจ 2 แผล แต่ลูกยังเป็นปกติแข็งแรงดี ไม่มีอาการอื่นๆ ก็อาจจะไม่ต้องไปทำอะไร ปล่อยให้หายเองได้ค่ะ ไม่มีอันตรายใดๆ

แต่หากลูกเริ่มเจ็บมากอาจซื้อยาป้ายแผลในปาก ประเภทของยาสเตียรอยด์ที่จะมีขาย เช่น Kenalog in Orabase มาทาก็ได้ค่ะ แต่ต้องระวังไม่ควรใช้มากเกินไป ควรใช้เพียงเท่าหัวไม่ขีดไฟ อาจใส่ยาที่ปลายไม้พันสำลีแล้วป้ายไปให้ตรงตำแหน่งของแผลภายใน 2-3 วัน อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปค่ะ หากไม่ดีขึ้นใน 1-2 วัน ควรไปพบแพทย์เพื่อดูว่าเป็นโรคอื่นหรือไม่
2. แผลจากเชื้อเริม พบบ่อยในคนทั่วๆ ไปโดยเชื้ออาจอยู่ในน้ำลายหรืออยู่บนแผลค่ะ หากผู้ใหญ่เป็นแผลจากเชื้อเริม มักเกิดที่บริเวณขอบริมฝีปาก แต่ถ้าเป็นในเด็ก อาจจะเป็นตุ่มใสๆ หรือตุ่มแตกเป็นแผลเหมือนกับแผลร้อนใน บางคนเป็นหลายๆ แผล ในปาก ทั้งบนลิ้น เหงือก กระพุ้งแก้ม เพดาน แผลเหล่านี้มักเจ็บมาก บางคนเป็นมากจนรับประทานอะไรไม่ได้ มักเกิดในเด็กเล็กก่อนวัยเรียนค่ะ

การได้รับเชื้อส่วนใหญ่มักบอกไม่ได้ว่าได้รับเชื้อจากที่ใคร เพราะคนที่ส่งเชื้อให้มักไม่ค่อยมีอาการหากมีเชื้อในน้ำลาย เช่น ผู้ใหญ่ที่มีเชื้อนี้แล้วไปหอมเด็ก เด็กจะติดเชื้อได้ค่ะ หรือบางครั้งเด็กๆ ก็อาจติดกันเองจากของเล่น เวลาที่เด็กเล่นด้วยกัน หรือติดจากการดื่มน้ำแก้วเดียวกัน ดูดน้ำจากหลอดเดียวกัน เป็นต้น

แผลชนิดนี้ หายได้เองเช่นกันค่ะ แต่จะทรมานเพราะเจ็บ และแสบแผลมากเนื่องจากมีหลายแผล ดังนั้น จึงควรพาลูกไปหาหมอ ในกรณีที่เป็นมากๆ คุณหมอจะสั่งยาฆ่าเชื้อไวรัสให้ แต่หากเป็นไม่มาก คุณหมอจะให้ยาทาเพื่อลดความเจ็บปวดและอาการจะค่อยหายไปเองภายในหนึ่งสัปดาห์ค่ะ

3. แผลจากโรคมือเท้าปาก โรคนี้เกิดขึ้นจากเชื้อ Enter ไวรัส ซึ่งจะมีหลายสายพันธุ์ และมีหลายชนิดที่ทำให้เกิดโรค แต่สายพันธุ์ที่น่ากลัวที่สุด คือ Entero ไวรัส เบอร์ 71 (E-71) เพราะเชื้อชนิดนี้บางครั้งอาจจะขึ้นสมองและทำให้เด็กๆ มีอาการเจ็บป่วยที่รุนแรงมากๆ ได้ค่ะ คือ เป็นไข้สมองอักเสบได้ เด็กจะมีไข้ มักมีอาการอาเจียน ซึม และชัก

แต่ส่วนใหญ่ 99% โรคมือเท้าปากจะไม่รุนแรง และหายเองได้ภายใน 7 วัน แต่ช่วง 4-5 วันแรก เด็กจะรับประทานอาหารไม่ค่อยได้ เพราะมีแผลหลายตำแหน่งในกระพุ้งแก้ม บางคนอาจเป็นที่ลิ้นด้วย แต่มักไม่มาถึงริมฝีปาก มักจะเป็นแค่ในช่องปาก มีผื่นขึ้นที่ฝ่ามือและฝ่าเท้า บางคนมีผื่นลำตัวร่วมด้วย เด็กจะเจ็บแผลมากและรับประทานอาหารไม่ค่อยได้ค่ะ

สำหรับโรคมือเท้าปากจะไม่มียารักษาจำเพาะจะต้องปล่อยให้หายเองและรักษาตามอาการค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ก็จะหายเป็นปกติ แต่ถ้าหากลูกเริ่มมีอาการรุนแรงเช่น รับประทานอาหารไม่ได้เลยจนร่างกายขาดน้ำ หรือที่เรียกว่า แห้งน้ำ ก็ต้องพาลูกไปให้น้ำเกลือค่ะ

4. แผลจากสาเหตุอื่นๆ สำหรับคนที่มีโรคประจำตัวต่างๆ ก็สามารถเกิดแผลในปากขึ้นได้ค่ะ เช่น แผลในปากซึ่งเป็นอาการของโรคอื่นๆ เช่น แผลในปากที่สัมพันธ์กับโรค SLE โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง แผลในปากที่สัมพันธ์กับโรคภูมิต้านทานบกพร่อง แผลในปากที่สัมพันธ์กับโรคเม็ดเลือดขาวต่ำ หรือโรคมะเร็ง เป็นต้น นอกจากนี้ ยาบางชนิดก็อาจจะทำให้เกิดแผลในปากได้ด้วย

แผลนี้ไม่ธรรมดา

อาการของแผลในปากในเด็กนั้น มักจะมีลักษณะไม่แตกต่างกันมากนัก คือ เป็นแผลขาวๆ ในปากเหมือนกัน แต่อาจสังเกตได้จากการดูอาการทั่วๆ ไป และดูตำแหน่งของแผล คือ ถ้าอาการทั่วๆ ไปดีมาก จำนวนแผลมีแค่ 1 แผล ไม่มีไข้ และอาจดีขึ้นได้ โดยไม่ต้องไปพบคุณหมอ แต่หากมีแผลหลายแผล รวมทั้งมีไข้ร่วมด้วย หรือลูกมีอาการซึมลง รับประทานอาหารได้น้อย ควรพาไปหาคุณหมอค่ะ สำหรับเด็กอ่อน แผลในปากอาจเกิดจากเชื้อรา ควรให้แพทย์ตรวจเพื่อสั่งยาฆ่าเชื้อราให้ค่ะ


ป้องกันแผลในปาก

วิธีป้องกันแผลในปากจากการติดเชื้อ ที่สำคัญคือการติดเชื้อในกลุ่มเอ็นเทอโรไวรัส และเชื้อในกลุ่มเริม วิธีการที่ดีที่สุดคือ การรักษาสุขอนามัย เช่น ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร ทั้งตัวลูก คุณพ่อคุณแม่และพี่เลี้ยง ไม่ใช้แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำร่วมกัน เวลารับประทานอาหารควรใช้ช้อนกลาง ในกรณีเด็กเล็กควรระวังของเล่นที่ลูกมักจะเอาเข้าปาก ก็ต้องมีการล้างทำความสะอาดด้วยนะคะ หากลูกเป็นโรคมือเท้าปาก หรือเริ่ม ไม่ควรให้ไปเล่นกับเด็กคนอื่น เพราะเชื้อแพร่ติดต่อได้ง่าย สถานเลี้ยงเด็กอ่อนและโรงเรียนโดยเฉพาะอนุบาลจะให้เด็กที่เป็นโรคมือเท้าปากหรือเริม หยุดเรียน เพื่อจะได้ไม่เกิดการระบาดในโรงเรียน

ขึ้นชื่อว่าแผลไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ใดก็ล้วนแล้วแต่สร้างความเจ็บปวดให้ทั้งนั้น แต่ด้วยวิธีง่ายๆ ที่ช่วยป้องกันปัญหานี้ และยังช่วยให้เจ้าตัวเล็กสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง คือการรักษาสุขอนามัยให้ดีอยู่เสมอ เชื่อว่าไม่เหลือบ่ากว่าแรงคุณพ่อคุณแม่อยู่แล้วค่ะ


(update 23 ธันวาคม 2008)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 26 ฉบับที่ 304 พฤษภาคม 2551 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600