ถึงจะคลอดก็ใช่ว่าจะคลายห่วงหายกังวลไปเสียเมื่อไหร่นะคะ เรียกว่าหนึ่งชีวิตได้คลอดออกมาแล้วก็ต้องดูแลมากกว่าในท้องเสียอีก แต่ก็อย่าลืมที่จะรักษาสุขภาพให้ดีทั้งตัวคุณแม่เองและคุณลูกด้วยนะคะ
Newbron สำคัญที่สุขภาพโดยรวม
who ?
ก็ลูกสาวลูกชายตัวน้อยนั่นเองค่ะ ที่จะต้องถูกตรวจทุกซอกมุมซึ่งนอกจากการตรวจแล้ว ข้อมูลจากคุณแม่ก็มีส่วนสำคัญอย่างมากเช่นกัน เพราะฉะนั้นคุณแม่เองควรสังเกตและเก็บข้อมูลของลูกไว้เพื่อประโยชน์ในการตรวจร่างกายของลูกนั่นเองค่ะ
จุดที่คุณแม่ควรสังเกตได้แก่...
Time :
- ระยะเวลาการนอนและการตื่นนอน
- จำนวนการขับถ่ายกี่ครั้งต่อวัน สีอุจจาระ/จำนวนครั้งที่ปัสสาวะต่อวัน
- จำนวนการดูดนมต่อวัน
Character :
- ลักษณะการร้องไห้
- การมองเห็นในระยะต่างๆ การควบคุมสายตาทั้งสองข้าง
- การตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นภายนอก เช่น การยกแขน ขา
- ลักษณะการมองเห็นและการได้ยิน
Health :
- มีอาการไม่สบายหรือร้องไห้งอแงระหว่างวันมากน้อยเพียงใด
- จุดที่เห็นว่าผิดปกติ
Why ?
การตรวจสุขภาพของลูกน้อยในช่วงเดือนแรกหลังคลอดนั้นเป็นการตรวจเช็กระดับพัฒนาการค่ะ โดยคุณหมอจะเช็กว่าลูกน้อยมีการเติบโตดีหรือไม่อย่างไร แล้วเหตุที่คุณหมอจะหมั่นนัดมาตรวจก็เพราะความผิดปกติของเด็กบางอย่างอาจจะไม่แสดงทันทีหลังคลอดนั่นเองค่ะ
When ?
เมื่อลูกน้อยอายุ 1 เดือน เป็นเวลาที่คุณแม่จะต้องพาไปตรวจร่างกายหลังคลอด ซึ่งหลังจากนี้กุมารแพทย์อาจนัดตรวจเมื่อลูกอายุ 2 เดือน 4 เดือน 6 เดือนและ 9 เดือน จนอายุครบ 1 ขวบ ซึ่งจะเป็นระยะเวลาเดียวกับที่ลูกต้องฉีดวัคซีนนั่นเองค่ะ
What ?
ส่วนคุณหมอจะเช็กร่างกายตรงไหนอย่างไรบ้าง มีดังนี้ค่ะ
ตรวจร่างกายพื้นฐานทั่วไป คุณหมอจะชั่งน้ำหนักและวัดความยาวของตัว โดยจะเปรียบเทียบกับตอนที่ลูกเพิ่งคลอด โดยจะเทียบกับเกณฑ์ตามวัยที่ระบุอยู่ในสมุดสุขภาพ แล้วคุณหมอจะวัดรอบศรีษะ วัดอุณหภูมิร่างกาย ฟังการทำงานของหัวใจและการทำงานของปอด
ตรวจสภาพร่างกายภายนอก หู ตา จมูก ปาก อยู่ในสภาพปกติหรือไม่อย่างไร สะดือแห้งหรือยัง ผิวหนังมีปัญหาหรือไม่อย่างไรอวัยวะเพศหญิง-ชายอยู่ในสภาพปกติหรือไม่ รวมถึงก้นและช่องทวารด้วยค่ะ นอกจากนี้กุมารแพทย์จะเช็กการมองเห็น และการได้ยินของลูก เช่น การทำงานของตาประสานกันดีหรือไม่ และสามารถหันตามเสียงได้มากน้อยเพียงใด
การควบคุมและการเคลื่อนไหวร่างกาย ปฏิกิริยารีเฟล็กซ์เด็กต้องสามารถใช้นิ้วกำและปล่อยนิ้วมือที่ให้จับได้ค่ะ สามารถกะพริบตาได้เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าใกล้ และมีอาการสะดุ้งยกแขน-ขาขึ้นได้เมื่อมีสิ่งกระตุ้น รวมถุงการแลบลิ้นควบคุมการทำงานของศีรษะได้ โดยคุณหมอจะทดลองดึงแขนลูกขึ้น เพื่อดูว่าเขาสามารถเกร็งศรีษะขึ้นตามการยกแขนได้มากน้อยเพียงใด
ฉีดวัคซีน กุมารแพทย์จะฉีดวัคซีนป้องกันวัณโรค (BCG) ให้แล้วจะนัดมาฉีดวัคซีนครั้งต่อไปด้วยค่ะ
Question ?
หากคุณแม่มีข้อสงสัย ก็ควรถือโอกาสสอบถามคุณหมอให้ละเอียดเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจนนั่นเองค่ะ ตัวอย่างเช่น
- การฉีดวัคซีนต่างๆ
- เรื่องของน้ำหนักตัว
- พัฒนาการที่ต้องส่งเสริมหรือสังเกต
- เรื่องของนมแม่หรือมื้อนมที่เหมาะสม
- เรื่องผม ผิวพรรณ ที่สงสัยหรือกังวลใจ
- และเรื่องข้อสงสัยอื่นๆ ถ้ากลัวจะลืมก็อาจจะจดใส่กระดาษเตรียมไว้ก็ได้
คุณแม่คงไม่ต้องเป็นกังวลถึงขนาดคอยแต่จับสังเกตอาการของลูกจนไม่เป็นอันทำอะไรนะคะ เพราะถ้าเห็นอะไรเป็นจับผิดไปหมดนี่พานจะเครียดกันทั้งบ้าน เพียงใกล้ชิด หมั่นสังเกต และใช้สัญชาตญาณของการเป็นแม่ในการเลี้ยงลูก เชื่อแน่ว่าคุณแม่เองก็จะรู้จักและรู้ใจลูกน้อยของคุณแม่ดีกว่าใครค่ะ
Mom เน้นตรวจอวัยวะเกี่ยวกับการคลอด
who ?
ก็คุณแม่นั่นเองค่ะที่จะต้องตรวจร่างกายไม่ใช่ใครอื่น นอกจากการเตรียมตัวไปพบคุณหมอแล้ว ก่อนไปก็ควรสังเกตและเตรียมข้อมูลของตัวเองไว้ด้วยนะคะ
สำหรับคำถามที่คุณหมอมักจะถามคุณแม่ส่วนใหญ่ก็จะได้แก่...
- ที่ผ่านมามีไข้หรือเปล่า
- ลักษณะของน้ำคาวปลาเป็นอย่างไร ทั้งสี กลิ่น รวมถึงระยะเวลาที่น้ำคาวปลามาหลังจากคลอด มีตกขาวมากหรือไม่
- ปัสสาวะเป็นอย่างไร เวลาไอหรือจามมีปัสสาวะเล็ดออกมาหรือไม่
- ฝีเย็บแห้งสนิทดีหรือไม่ รู้สึกเจ็บหรือบริเวณฝีเย็บเป็นหนองหรือไม่ แผลแห้งสนิทดีหรือยังส่วนคุณแม่ผ่าคลอดคุณหมอจะถามว่าเจ็บแผลผ่าหรือไม่ และมีการตรวจดูแผลผ่าคลอด
- ประจำเดือนมาหรือยัง
เพราะฉะนั้นควรสังเกตตัวเองจะได้ตอบคำถามของคุณหมอได้ทั้งนี้ก็เพื่อการตรวจรักษาที่แม่นยำนั่นเอง
Why ?
เหตุที่ต้องตรวจร่างกายหลังคลอด ก็เพื่อให้ทราบว่าร่างกายที่เคยเปลี่ยนไปขณะตั้งครรภ์ได้กลับเข้าสู่สภาพปกติแล้วหรือยังมีอาการผิดปกติหรือไม่อย่างไร
When ?
กรณีที่ไม่มีปัญหาระหว่างการคลอด คุณหมอจะนัดมาตรวจประมาณสัปดาห์ที่ 4-6 หลังคลอดค่ะ ส่วนคุณแม่ที่เกิดปัญหาระหว่างการคลอดคุณหมอก็อาจจะนัดมาตรวจเร็วกว่า คือประมาณสัปดาห์ที่ 4 หลังคลอด
Where ?
คุณแม่สามารถตรวจร่างกายหลังคลอดได้กับคุณหมอที่ทำคลอดนะคะ เพราะคุณหมอจะทราบประวัติการคลอดรวมถึงประวัติร่างกายของคุณแม่
What ?
การตรวจหลังคลอดนอกจากการตรวจสุขภาพโดยทั่วไปแล้วคุณหมอจะเน้นตรวจที่มดลูกและอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์มากกว่าค่ะ
ชั่งน้ำหนัก ปกติแล้วหลังคลอดจนถึงวันที่ตรวจคือประมาณสัปดาห์ที่ 6 หลังคลอดน้ำหนักควรลดไปประมาณ 8-10 กิโลกรัมนะคะ ที่เห็นว่าน้ำหนักเป็นเรื่องสำคัญก็เพราะหากน้ำหนักตัวแม่มากเกินไปก็ส่งผลไปถึงสุขภาพโดยรวมด้วยค่ะ
วัดความดันเลือด ความดันปกติควรอยู่ที่ประมาณ 80/120 มิลลิเมตรปรอท
ตรวจเต้านม คุณหมอจะคลำที่หน้าอกเพื่อตรวจมะเร็งเต้านมหรือก้อนน้ำเหลืองของคุณแม่ ซึ่งคุณแม่อาจจะคลำด้วยตัวเองจากที่บ้านก่อนก็ได้นะคะ หากพบก้อนเล็กๆ ก็สอบถามเพิ่มเติมจากคุณหมอได้
ตรวจหน้าท้อง เพื่อดูความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อหน้าท้องนั่นเองค่ะ ดูว่าผนังหน้าท้องยุบลงไปมากน้อยเพียงใด ซึ่งหากหน้าท้องยังไม่ยุบคุณหมออาจจะแนะนำให้คุณแม่ออกกำลังกายแบบที่เน้นบริหารหน้าท้องมากขึ้น เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้หน้าท้องกลับมาดีเหมือนเดิมค่ะ
สำหรับแม่ที่ผ่าคลอด คุณหมอก็จะตรวจดูแผลว่าหายดีหรือยังซึ่งหากแผลหายสมานติดกันดีแล้วก็สามารถออกกำลังกายได้ค่ะ
ตรวจภายใน นอกจากจะตรวจว่าแผลฝีเย็บแห้งและหายสนิทแล้ว ยังเป็นการตรวจภายในเช็กดูว่าช่องคลอดยังหย่อนหรือไม่ปากมดลูกเปิดแล้วหรือยัง มีแผลหรือไม่ และคลำดูว่าขนาดมดลูกเป็นปกติหรือยัง ซึ่งคุณหมออาจจะตรวจมะเร็งปากมดลูกให้คุณแม่พร้อมกันไปเลยค่ะ ไม่ว่าคุณแม่จะคลอดธรรมชาติหรือผ่าคลอดก็มีวิธีการตรวจแบบเดียวกันค่ะ
Question ?
แล้วหากคุณแม่มีคำถามที่อยากจะถามเพิ่มเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ก็ควรถามให้หมดนะคะ เพื้อการดูแลตัวเองที่ถูกต้อง เช่น...
- ควรจะมีลูกคนต่อไปเมื่อไหร่ดี
- มี sex กับสามีได้อย่างไร
- ควรคุมกำเนิดให้คุณแม่เลยส่วนการนัดตรวจครั้งต่อไปคุณหมออาจจะนัดให้คุณแม่มาตรวจติดตามผลหลังจากคุมกำเนิดค่ะ
เข้าใจค่ะว่ากำลังปรับตัวและชุลมุนอยู่กับการเลี้ยงเจ้าหนู ยังไงเสียก็อย่าลืมตรวจเช็กสุขภาพตัวเองเป็นประจำนะคะ ก็ถ้าคุณแม่แข็งแรงและสุขภาพดีแล้ว จะได้ดูแลลูกน้อยได้เต็มที่ค่ะ.
(update 11 มีนาคม 2008)
[ ที่มา..
Modernmom Vol.13 November 2007]
|