น้ำหนักแม่ VS. ลูกหลังคลอด


ช่วงหลังคลอดหลังจากที่ร่างกายคุณแม่และคุณลูกแข็งแรงสมบูรณ์ดีทุกอย่างแล้วมีสิ่งหนึ่งที่คุณแม่ต้องใส่ใจนั่นคือน้ำหนักค่ะ ถ้าเป็นน้ำหนักลูกน้อย คุณแม่อาจจะกังวลว่าทำไมลูกน้ำหนักขึ้นช้าจัง หรือกังวลว่าลูกตัวใหญ่กว่าวัยเดียวกันหรือเปล่าแต่กับของคุณแม่นี่ทำไมน้ำหนักไม่ยอมลงเสียที...เหตุที่ขึ้นลงนี้มีที่มาค่ะ


Baby Weight

น้ำหนักลดเรื่องปกติ

โดยปกติหลังคลอดในช่วง 10 วันแรก น้ำหนักลูกน้อยจะยังไม่ขึ้นนะคะ แถมยังมีโอกาสที่น้ำหนักจะลดลงไปอีก 10% ของน้ำหนักแรกคลอด ลักษณะเช่นนี้มักเกิดกับเด็กที่กินนมแม่ค่ะ เนื่องจากช่วงแรกคลอดกว่าจะมีน้ำนมต้องใช้เวลาและการกระตุ้นการดูดนมจากลูกน้อยบ่อยๆ น้ำนมจึงจะไหลออกมา แต่ไม่ต้องเป็นกังวลนะคะใช้เวลาไม่นานเกินกว่า 10 วันแน่ค่ะ หลังจากนี้ไปน้ำนมก็จะไหลออกมาอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอกับความต้องการของลูกน้อย

1-3 เดือนแรก : + 1 กิโลกรัม / เดือน

หลังจากนี้ไปประมาณสัปดาห์ที่ 2 น้ำหนักลูกจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นอุ้มแล้วรู้สึกมีเนื้อมีหนัง ตัวเต็มไม้เต็มมือ และจากนี้ไปในช่วง 3 เดือนแรกน้ำหนักของลูกจะเพิ่มขึ้นประมาณเดือนละ 1 กิโลกรัม เรียกว่าเป็นอีกช่วงหนึ่งของชีวิตที่ลูกจะเติบโตเร็วที่สุดเลยค่ะ

4-6 เดือน : 1/2 กิโลกรัม / เดือน

เมื่อลูกน้อยอายุ 4 เดือนขึ้นไป น้ำหนักควรจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลงหลังจากช่วง 3 เดือนแรกนะคะ คือเพิ่มขึ้นเพียงเดือนละ ? กิโลกรัมก็พอค่ะ

น้ำหนักกับเรื่องนม นม “หนูกินนมแม่”
  • การให้ลูกน้อยกินนมแม่ถือเป็นการให้กำไรชีวิตกับลูกน้อยนะคะนอกจากจะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดให้กับลูกแล้ว การให้ลูกน้อยกินนมมากเท่าไหร่ก็ไม่มีทางอ้วน (มากเกิน) ยิ่งในช่วง 6 เดือนแรก หากคุณแม่สังเกตว่าลูกกินนมเก่งเสียเหลือเกินแล้วน้ำหนักก็ขึ้นเร็ว พอ 6 เดือนให้หลังน้ำหนักจะเริ่มเข้าที่มากขึ้น เรียกว่าอยู่ ในเกณฑ์น้ำหนักมาตรฐาน ด้วยส่วนสูงและกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นตามวัยก็ไม่ต้องกังวลว่าจะอ้วน เพราะในนมแม่มีน้ำตาลและไขมันชั้นดีที่ร่างกายลูกน้อยสามารถดูดซึม นำไปใช้ได้ทั้งหมด ไม่เหลือเป็นไขมันสะสมใต้ผิวหนัง

  • แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณแม่อาจจะต้องปรับลดระยะเวลาการกินนมของลูกน้อยลงตามความเหมาะสมของอายุ เช่น อายุ 7 เดือนอาจจะลดลงมาให้กินนมเฉพาะช่วงกลางวันทุกๆ 3-4 ชั่วโมง และให้ลูกรับประทานอาหารเสริมควบค่ไปด้วย เพื่อเป็นการสร้างนิสัยการกินที่ดีให้กับลูก
“หนูกินนมผสม”
  • กรณีที่คุณแม่ให้ลูกกินมผสม สิ่งที่ต้องระวังคือน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นนะคะ เรียกว่าร้องปุ๊บให้กินนมปั๊บนี่ต้องระวังเลยค่ะ อย่าให้ลูกกินนมมากเกินไป แล้วหมั่นสังเกตนำหนักลูกน้อย ซึ่งปกติแล้วน้ำหนักควรขึ้นเดือนละ 1-1.8 กิโลกรัมก็พอแล้วค่ะ หากมากกว่านี้ถือว่าน้ำหนักมากเกินไป ต้องควบคุมเพราะเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานและโรคอ้วนตามมาภายหลัง ต่ก็อย่าให้น้อยไปจนถึงกับลูกขาดสารอาหารนะคะ
สิ่งที่มีผลกับน้ำหนักตัวลูก
  • ระยะเวลาที่ลูกเจริญเติบโตในครรภ์ของแม่ เช่นหากลูกคลอดก่อนกำหนดหรือลูกเป็นเด็กแฝดน้ำหนักตัวของลูกก็จะน้อยไปตามลำดับ

  • สุขภาพของแม่ระหว่างตั้งครรภ์ซึ่งจะเกี่ยวเนื่องไปยังอาหารที่ลูกน้อยจะได้รับตั้งแต่ในครรภ์

  • สุขภาพของตัวเด็กเอง

  • เชื้อชาติและกรรมพันธุ์ เช่น ถ้าพ่อและแม่มีน้ำหนักตัวมาก ลูกก็จะมีแนวโน้มที่จะน้ำหนักตัวมากด้วยนะคะ
สังเกต...ลูกน้ำหนักตัวน้อย

เรื่องของน้ำหนักตัวน้อยเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจนะคะ เพราะน้ำหนักน้อยส่งผลกระทบต่อเรื่องสุขภาพของลูก หากปล่อยให้น้ำหนักน้อยจนลูกโต มีความเสี่ยงที่ลูกจะร่างกายอ่อนแอและเจ็บป่วย ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ในอนาคตด้วยค่ะ
  • น้ำหนักในช่วง 3 เดือนแรกขึ้นน้อยกว่า 1 กิโลกรัมต่อเดือน

  • เด็กคลอดก่อนกำหนด นอกจากจะต้องคำนึงถึงเรื่องพัฒนาการแล้ว น้ำหนักก็เป็นอีกเรื่องที่คุณแม่ใส่ใจ เพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องการเจริญเติบโตในอนาคตของลูกด้วย

  • แรกคลอดมีน้ำหนักตัวน้อย คือน้ำหนักน้อยกว่า 2.5 กิโลกรัม ถือเป็นน้ำหนักที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน คุณแม่ควรต้องดูแลเรื่องโภชนาการลูก หรือก่อนออกจากโรงพยาบาลควรสอบถามวิธีการดูแลลูกน้อยจากคุณหมอค่ะ

  • เด็กป่วยเป็นโรคประจำตัว เพราะด้วยสภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรงจะทำให้เด็กไม่ยอมดื่มนมหรือดื่มนมน้อยกว่าปกติ ซึ่งอาจจะเกิดจากอาการเจ็บป่วยหรือมีโรคประจำตัว คุณแม่ต้องรีบพบคุณหมอค่ะ

  • การดูแลให้ลูกน้อยน้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์ปกตินั้น คุณแม่อย่าลืมคำนึงด้วยว่าต้องให้ลูกกินนมและหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและหลั่ง Growth Hormone ที่ช่วยในการเจริญเติบโตของลูกน้อยนะคะ

Mom Weight

ก่อนที่จะโวยวายกันไปใหญ่ว่าทำไมน้ำหนักไม่ยักกะลดลงเสียที คงต้องเข้าใจก่อนค่ะว่าช่วงที่คุณแม่ตั้งครรภ์บางคนน้ำหนักเพิ่มขึ้นไปกว่า 15 กิโลกรัม จะให้ลกลงไปอย่างฮวบฮาบคงจะยากทีเดียวค่ะยิ่งคุณแม่ที่ขยันทำน้ำหนักช่วงตั้งครรภ์ด้วยแล้ว จะให้น้ำหนักลดลงเร็วก็คงยากเช่นกันค่ะ

เดือนแรก : 8-10 กิโลกรัม

หลังคลอดแล้วมีโอกาสที่น้ำหนักจะลดลง ซึ่งมีให้คุณแม่ได้เฮ! 2 รอบด้วยกันค่ะ

รอบแรกคือ : หลังคลอด น้ำหนักจะลดลงประมาณ 5-6 กิโลกรัมเรียกว่ามีให้ดีใจไปได้บ้าง แต่ส่วนที่ลดลงหาใช่ส่วนที่พอกพูนเป็นกล้ามเนื้อหรือไขมันในร่างกายช่วงตั้งครรภ์นะคะ แต่เป็นผลรวมน้ำหนักของลูก รก น้ำคร่ำ รวมถึงเลือดที่ออกขณะคลอดนั่นเอง

รอบสองคือ : สัปดาห์แรกหลังคลอดน้ำหนักคุณแม่จะหายไปอีก 3-5 กิโลกรัม เพราะกระบวนทางร่างกายจะขับน้ำที่เพิ่มขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ออกทางปัสสาวะ แต่ก็เป็นเพียงช่วงเดียวนะคะจากนี้ไปน้ำหนักก็จะเหมือนเดิมค่ะ


3 เดือนเวลาทองของการดูแลน้ำหนักตัว

ช่วง 3 เดือนหลังคลอดถือเป็นช่วงเวลาทองที่น้ำหนักคุณแม่จะมีโอกาสลดลงมากที่สุดค่ะ รู้เช่นนี้แล้วก็ไม่ได้หมายความว่าสนับสนุนให้ลดน้ำหนักแบบเอาเป็นเอาตายนะคะ เพราะหากม่โหมลดน้ำหนักในช่วงที่ต้องใช้พลังงานในการเลี้ยงลูกและให้นมไปด้วย นอกจากว่าลูกจะไม่ได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่เพราะแม่ควบคุมอาหารด้วยแล้ว ยังทำให้สุขภาพโดยรวมของแม่อ่อนเพลียค่ะ

แต่ก่อนจะตัดสินใจควบคุมน้ำหนัก คุณแม่ควรทราบข้อมูลก่อนว่าจริงๆ แล้วการน้ำหนักจะลดลงมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับ...
  • ปริมาณไขมันและน้ำ รวมถึงจำนวนน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของคุณแม่ตลอดการตั้งครรภ์

  • รูปแบบการใช้ชีวิตของคุณแม่แต่ละคน เช่น หากเป็นคุณแม่ที่ทำงานนอกบ้านน้ำหนักอาจจะลดได้เร็วกว่า เพราด้วยกิจกรรมการทำงานจะทำให้น้ำหนักลดลงด้วย

  • การให้ลูกกินนมแม่จะช่วยให้น้ำหนักลดลงเร็ว เนื่องจากกระบวนการผลิตน้ำนม ร่างกายจึงไขมันที่สะสมในร่างกายไปใช้ในการสร้างน้ำนม เป็นผลพลอยได้ทำให้ไขมันรวมถึงน้ำหนักแม่ลดลงไปด้วยค่ะ

  • ส่วนคุณแม่ที่ไม่ได้ให้นมลูก แถมมีพี่เลี้ยงช่วยเลี้ยง อาจจะลดน้ำหนักลงได้น้อยและช้ากว่าคุณแม่ที่ไม่ได้ให้นมลูก แต่เลี้ยงลูกและดูแลลูกทุกอย่างนะคะ
Tip :
  • ถ้าจะให้ง่าย สะดวก ไม่ควรออกกำลังกายแบบที่ต้องใช้อุปกรณ์ประกอบเยอะ เช่น ซิตอัพอย่างน้อยวันละ 30 ครั้ง ประโยนช์คือจะช่วยกระชับหน้าท้องที่หย่อนคล้อยให้กระชับ หรือท่าที่ช่วยกระชับกล้ามเนื้อหน้าท้องและสะโพก คือนอนราบให้หลังแนบกับพื้นให้มากที่สุด วางแขนข้างลำตัว ยกเข่าทั้งสองข้างขึ้น พยายามให้เข่าแตะที่หน้าอกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำวันละ 10 ครั้ง

  • เน้นรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ เน้นแบบที่รับประทานพอดีและมากประโยชน์
Concern :

  • หากจะออกกำลังหลังคลอด อย่าลืมคำนึงถึงเรื่องแผลเย็บ คือ หากแม่คลอดธรรมชาติ 2-3 วันหลังคลอดก็สามารถออกกำลังกายด้วยท่าเบาๆ ได้ค่ะ แต่หากเป็นแผลผ่าคลอดรอให้ครบ 1 เดือนเพื่อให้แผลแห้งสนิทก่อนดีกว่าจึงจะเริ่มออกกำลังกายได้

  • ควรใช้วิธีการออกกำลังกายดีกว่าอดอาหาร หากน้ำหนักไม่ลดลงไปอย่างที่หวัง แทนที่จะเครียดก็หันมาใช้เวลามีความสุขกับลูกน้อย และลองหาเทคนิคแต่งตัวเพื่ออำพรางรูปร่าง คุณแม่ก็สวยดูดีได้ค่ะ


(update 18 มกราคม 2008)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.12 No.144 October 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600