คำถาม? จากอาจารย์


วันหนึ่งผมไปเยี่ยมสำรวจเพื่อรับรองคุณภาพโรงพยาบาล (HA = Hospital Accreditation) แห่งหนึ่ง เวลาทุ่มเศษผมเดินออกจากห้องประชุมเล็กซึ่งทีมงานร่วมสรุปรายงานผลการเยี่ยมสำรวจ ผมได้พบอาจารย์แพทย์ท่านหนึ่งซึ่งเคยสอนผม ได้มารอพบผมที่หน้าห้องประชุมตั้งแต่ตอนเย็น โดยที่ผมไม่ทราบ

ปัจจุบันอาจารย์เกษียณอายุราชการแล้ว แต่ยังมาสอนแพทย์ประจำบ้านเป็นประจำ อาจารย์บอกว่าที่ไม่ได้ให้คนเข้าไปตาม เพราะเกรงใจผมกำลังทำงานอยู่

อาจารย์ถามผมว่า “เมื่อโรงพยาบาลได้รับการรับรองคุณภาพ HA แล้ว หมอจะดูแลคนไข้มากขึ้นหรือเปล่า”

ผมค่อนข้างตกใจกับคำถามของอาจารย์ เมื่อได้พูดคุยกับท่านสักพัก ก็เข้าใจถึงความวิตกกังวลท่านท่านรู้สึกว่าบุคลากรของโรงพยาบาลเตรียมการหลายเรื่อง เพื่อรับการเยี่ยมสำรวจครั้งนี้ ทั้งเรื่องการเตรียมเอกสาร การซักซ้อมความเข้าใจข้อมาตรบานต่างๆ รวมทั้งการเตรียมผู้นำเสนอข้อมูลและตอบคำถามผู้เยี่ยมสำรวจ แต่สิ่งที่ท่านเห็นว่ามีความสำคัญมากคือการดูแลรักษาคนไข้อย่างใกล้ชิด การให้ความสำคัญกับการซักประวัติและตรวจร่างกายคนไข้ ลดน้อยลงกว่าหมอรุ่นเก่า หมอรุ่นใหม่เน้นการตรวจทางห้องปฏิบัติการและการตรวจพิเศษต่างๆ มากขึ้น ซึ่งท่านคิดว่าบางครั้งเป็นการข้ามขั้นตอน และละเลยการซักประวัติและตรวจร่างกายโดยละเอียด

ท่านมีความคิดว่า โรงพยาบาลที่ดีที่ควรได้รับการรับรองคุณภาพ แพทย์ พยาบาล และบุคลากร วิชาชีพต่างๆ ต้องไม่ทิ้งหัวใจสำคัญของการรักษาพยาบาล คือการสัมผัสถึงคนไข้ด้วยความเป็นวิชาชีพที่มีจริยธรรม

ผมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับอาจารย์ถึงมาตรฐานกระบวนการที่สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล (พรพ.) นำมาเป็นเครื่องมือเพื่อให้โรงพยาบาลต่างๆ นำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพ และใช้ประเมินเพื่อรับรองคุณภาพโรงพยาบาล (HA)


การพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล (HA)

HA เป็นกระบวนการกระตุ้น ส่งเสริม สนับสนุนให้บุคลากรต่างๆ ของโรงพยาบาล ร่วมกันทำงานเป็นทีมสหวิชาชีพ การให้บริการคนไข้ ญาติ และผู้เกี่ยวข้องด้วยมาตรฐานและจริยธรรมวิชาชีพในการปฏิบัติงานประจำ จนเกิดเป็นวัฒนธรรมคุณภาพที่เหมาะสมของแต่ละโรงพยาบาล

ยกตัวอย่างเช่น การบันทึกเวชระเบียนของแพทย์ใช้เกณฑ์ตามที่แพทยสภากำหนดซึ่งนอกจากจะทราบภาวะของโรคโดยละเอียดพอสังเขปทั้งประวัติปัจจุบัน ประวัติอดีต โรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา ยังต้องทราบสภาวะองค์รวมของคนไข้ในด้านอื่นๆ ทั้งด้านจิตใจ สังคม และความเชื่อต่างๆ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการรักษาพยาบาล

การตรวจร่างกายต้องตรวจส่วนที่เกี่ยวข้องกับอาการ รวมทั้งส่วนที่คาดว่าจะเกี่ยวข้อง เมื่อคิดถึงโรคนั้นๆ ต้องมีการบันทึกเพื่อใช้ประโยชน์ในการสื่อสารระหว่างทีมรักษาพยาบาลด้วยกัน รวมทั้งใช้ติดตามอาการและผลการรักษาพยาบาลว่ามีอาการแสดงเปลี่ยนแปลงอย่างไร

แพทย์ควรส่งตัวคนไข้ หรือสิ่งส่งตรวจอื่นๆ ของคนไข้เพื่อตรวจทางห้องปฏิบัติการ หรือสั่งการตรวจโดยใช้เครื่องมือพิเศษที่เหมาะสมทันเวลา รวมทั้งนำผลมาใช้ประโยชน์ในการวินิจฉัย และบำบัดรักษาอย่างทันท่วงที กรณีที่มีข้อจำกัดในการตรวจ ควรมีการดำเนินการที่ดีที่สุดในแต่ละสถานการณ์

เอกสารที่สำคัญของกระบวนการรักษาพยาบาลคือเวชระเบียนในการรักษาพยาบาลคนไข้ประจำวันซึ่งแพทย์ พยาบาล และทีมวิชาชีพต่างๆ สามารถแสดงให้เห็นถึงคุณภาพการดูแลรักษา มาตรฐานการรักษาพยาบาล และความใกล้ชิดกับคนไข้


การทบทวนทางคลินิก

กระบวนการ HA ส่งเสริมให้ทีมสหวิชาชีพทบทวนผลการรักษาพยาบาล โดยการทบทวนดูแลคนไข้ร่วมกันเป็นทีม กรณีคนไข้โรคซับซ้อน โรคที่ยากแก่การวินิจฉัย โรคที่มีปัญหาการเลือกวิธีรักษา โดยการทบทวนเวชระเบียนในคนไข้ที่เสียชีวิต คนไข้ที่เกิดอาการแทรกซ้อน คนไข้ที่มีผลการรักษาพยาบาลไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งกระบวนการทบทวนต่างๆ นี้ จะนำไปสู่การปรับปรุงระบบงานและวิธีการต่างๆ เพื่อให้คนไข้ได้รับการดูแลที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

บางครั้งอาจมีข้อโต้แย้งเรื่องการรักษาพยาบาลการร่วมกันทบทวนความรู้ทางวิชาการ และร่วมกันกำหนดแนวทางการรักษาพยาบาลเป็นรายโรคหรือแต่ละกลุ่มอาการ ที่ถูกต้อง ทันสมัย และเหมาะสมกับบริบทของแต่ละโรงพยาบาล แนวทางเหล่านี้ อาจมีการจัดทำเป็นเอกสารคู่มือ เพื่อสะดวกในการใช้งานและไม่เกิดข้อผิดพลาด


การจัดตั้งองค์กรวิชาชีพ

การจัดตั้งองค์กรแพทย์และองค์กรพยาบาล เพื่อให้ทีมวิชาชีพมีโอกาสในการส่งเสริมสนับสนุนให้เพื่อนร่วมวิชาชีพ สามารถดำรงมาตรฐานและจริยธรรมวิชาชีพได้อย่างมีเกียรติ โดยไม่ถูกแทรกแซงจากฝ่ายบริหาร ซึ่งบางครั้งอาจคำนึงถึงผลประโยชน์ขององค์กร ที่อาจกระทบต่อการรักษาพยาบาลได้ เช่น กรณีคนไข้ไม่มีเงินกรณีการรักษาพยาบาลที่ต้นทุนสูง นอกจากนั้นยังดูแลกันเอง และป้องปรามแพทย์หรือพยาบาล เพื่อไม่ให้ปฏิบัติการในสิ่งที่ไม่เหมาะสมกับจริยธรรมวิชาชีพ

“ถ้าเข้าใจ HA อย่างถ่องแท้ หมอต้องดูแลคนไข้มากขึ้น สัมผัสใกล้ชิดมากขึ้น คนไข้หายและเป็นทุกข์น้อยลง” อาจารย์สรุป

คืนนั้นผมกลับมาที่พักโรงแรมด้วยใจเป็นสุข ที่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดกับอาจารย์ ซึ่งมีปณิธานมั่นคงต่อความเป็นหมอที่ดีเสมอมา

แต่แล้วบ่ายวันรุ่งขึ้น ผมต้องตกอยู่ในภาวะตกใจสุดขีด เป็นวิกฤติครั้งสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิตการเป็นผู้เยี่ยมสำรวจโรงพยาบาล เป็นเหตุการณ์ในความทรงจำ

เหตุเกิดในการสัมภาษณ์องค์กรแพทย์ ซึ่งมีแพทย์เข้าร่วมประชุมหลายสิบคน แพทย์ผู้เยี่ยมสำรวจในทีมของผมนำเวชระเบียน 3 ฉบับมาอ่านให้ที่ประชุมฟังจากบันทึกเวชระเบียนแต่ละช่วงเวลาทั้งของแพทย์และพยาบาล พบว่าเกิดการวินิจฉัยและให้การรักษาพยาบาลที่ล่าช้าและไม่เหมาะสมบางประการ แพทย์หญิงท่านหนึ่งรับผิดชอบเรื่องการพัฒนาคุณภาพฟังแล้วถึงกับร้องไห้และลุกออกจากห้องประชุมไป บรรยากาศในห้องประชุมนั้น ทุกคนเครียด อย่างไรก็ดีด้วยความเป็นวิชาชีพแพทย์เหมือนกัน ผมในฐานะหัวหน้าทีม ยังสามารถดำเนินการสัมภาษณ์องค์กรแพทย์ต่อไปจนได้ประเด็นสำคัญครบถ้วน ด้วยความรู้สึกที่เป็นมิตรที่ดีต่อกัน

เย็นวันนั้นท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลเข้ามาพบพวกเราในห้องสรุปรายงาน ท่านเล่าว่า แพทย์หญิงท่านนั้นร้องไห้เสียใจขับรถกลับบ้านทันที ท่านไมได้โกรธผู้เยี่ยมสำรวจ แต่ท่านเสียใจที่มีแพทย์บางคนละเลยความเป็นวิชาชีพ

หลังการเยี่ยมสำรวจ ทางโรงพยาบาลได้มีการประชุมหารือกันระหว่างทีมต่างๆ นำประเด็นสำคัญด้านวิชาชีพเป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

แพทย์และพยาบาลให้ความสำคัญกับการบันทึกเวชระเบียนมากขึ้น และส่งผลให้ดูแลคนไข้ใกล้ชิดมากขึ้น


(update 20 กุมภาพันธ์ 2008)
[ ที่มา.. นิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ 29 ฉบับที่ 343 พฤศจิกายน 2550]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600