เคล็ดลับแปรงฟันเจ้าตัวเล็ก


คุณแม่หลายคนคงตั้งตารอคอย กับครั้งแรกที่ลูกหัดเดินคำๆ แรกที่ลูกพูด สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญ ที่หลายคนจำได้ไม่มีวันลืม และการขึ้นของฟันซี่แรกของเจ้าตัวเล็กก็คงจะเป็นเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้น สำหรับคุณแม่เช่นกันฟันซี่เล็กๆ ซี่นี้เป็นสิ่งที่แสดงถึงการมีสุขภาพช่องปากที่ดี คุณแม่คงอยากให้ลูกเป็นเด็กที่น่ารัก ยิ้มสวยและสุขภาพดี ใช่ไหมครับ

ฟันซี่แรกของเด็กเราเรียกกันว่าฟันน้ำนม เด็กส่วนมากมีฟันซี่แรก เมื่ออายุประมาณ 6-7 เดือน แต่อาจจะขึ้นก่อนหรือหลังจากนั้นก็ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้ปกติ และฟันน้ำนมจะขึ้นครบ 20 ซี่ เมื่อลูกอายุประมาณ 2-3 ขวบ

สัญญาณที่แสดงให้ทราบว่าฟันเริ่มขึ้น คือเจ้าตัวเล็กจะมีอาการดังต่อไปนี้ครับ
  • มีน้ำลายไหลมากกว่าปกติ
  • นอนหลับได้ยากขึ้นและพักผ่อนได้น้อยลง
  • ร้องไห้งอแงเพราะเจ็บเหงือกบริเวณที่ฟันขึ้น
  • บางรายอาจจะมีไข้สูง และชอบกัดหรือเคี้ยวของแข็งๆ
ในช่วงนี้ฟันของเด็กจึงมีโอกาสเสี่ยงจากฟันผุจากเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก รวมถึงอาหารและนมที่ลูกได้รับล้วนเป็นสาเหตุของฟันผุได้ทั้งสิ้นดังนั้นการดูแลและป้องกันฟันผุให้ลูกจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับคุณพ่อคุณแม่ทุกคน

การดูแลสุขภาพปากและฟัน ควรได้รับการปลูกฝังอย่างเหมาะสม ตั้งแต่ขวบปีแรกของชีวิต ก่อนที่ฟันน้ำนมจะขึ้น คุณแม่ควรดูแลเหงือกของเด็กได้ด้วยการเริ่มเช็ดเหงือก เพดาน ลิ้น และกระพุ้งแก้ม ทุกวันเช้า-เย็น หรือหลังอาหารด้วยผ้านุ่มๆ พันนิ้วมือหรือสำลีก้อน ชุบน้ำสะอาด และเช็ดภายในปากตั้งแต่ลูกฟันยังไม่ขึ้น ถึงแม้ว่าแรกๆ ลูกจะร้องงอแงบ้างแต่ถ้าเราทำบ่อยๆ ลูกก็จะเริ่มชินและยอมให้เช็ดแต่โดยดี

เมื่อเด็กอายุ 6-7 เดือน เป็นช่วงที่ฟันน้ำนมซี่แรกกำลังจะขึ้น คุณแม่ควรฝึกความคุ้นเคยสำหรับการแปรงฟันโดยการนวดเหงือกให้เด็กเบาๆ ด้วยแปรงชนิดพิเศษสำหรับเด็ก ซึ่งแปรงชนิดนี้จะมีความคล้ายคลึงกับแปรงสีฟันปกติ แต่หัวแปรงจะเป็นยางชนิดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นเหงือก ให้เด็กสามารถเคี้ยวเล่นได้และสร้างความคุ้นเคยให้กับเด็กเรื่องการแปรงฟันและเมื่อฟันซี่แรกขึ้นมาในช่องปาก คุณแม่ยังคงใช้ผ้าหรือสำลีเช็ดที่ตัวฟันไปก่อน พอฟันขึ้นมาได้ 4 ซี่คือ บน 2 ซี่ ล่าง 2 ซี่ หรือช่วงอายุ 1 ขวบ กว่าๆ คุณแม่จึงเริ่มใช้แปรงสีฟันขนนุ่มแปรงให้ โดยที่ไม่ต้องใช้ยาสีฟันเพราะลูกยังบ้วนปากไม่เป็น

การแปรงฟันในเด็กอายุก่อน 1 ขวบ จะมีปัญหาคือ เด็กอาจไม่ยอมอ้าปากหรืออยู่นิ่งๆ ให้แปรงฟันแน่ๆ ครับ บางคนอาจร้องไห้หรือดิ้น บางครั้งการแปรงฟันจึงจำเป็นต้องมีผู้ช่วย เช่น คุณพ่อช่วยจับมือและจับตัว บางครั้งการแปรงฟันจึงจำเป็นต้องมีผู้ช่วย เช่น คุณพ่อช่วยจับมือและจับตัว เพื่อให้เด็กอยู่นิ่งขณะแปรงฟัน แต่ถ้าแม่ต้องแปรงให้คนเดียว อาจจะใช้วิธีให้เด็กนอนตักให้ศรีษะเด็กพาดไว้ที่ขา โดยหันหน้าไปทางเดียวกันกับแม่ แล้วใช้ขาแม่กอดตัวเด็กไว้ ท่านี้คุณแม่จะสามารถมองเห็นฟันได้ทั่วถึง และสามารถแปรงฟันได้สะดวก โดยเด็กไม่มีโอกาสดิ้น หรืออาจใช้ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ห่อตัวลูกไว้ขณะแปรงฟันก็ได้ โดยมากแล้วเด็กในวัยนี้จะร้อง แต่พอแปรงฟันเสร็จเด็กจะหยุดร้องทันที

ถ้าเด็กร้อง คุณแม่ต้องไม่หยุดการแปรงฟันนะครับ เพราะจะทำให้เด็กจับตัวได้ว่า ถ้าร้องแล้วแม่จะเลิกแปรง ควรแปรงจนเสร็จตามปกติและแปรงอย่างสม่ำเสมอทุกวัน เพื่อฝึกเด็กให้รู้ว่า การแปรงฟันเป็นสิ่งที่จะต้องทำเป็นประจำ ในเด็กแต่ละคนการฝึกจะยากง่ายต่างกันตามลักษณะของเด็ก และถ้ายิ่งบ้านไหนมีลูกที่มีความอดทนน้อย ขี้โวยวาย คุณแม่คงจะต้องมีความอดทนมากกว่าปกติ ต้องไม่แสดงอารมณ์โกรธหรือหงุดหงิด ควรมีอารมณ์ดีขณะแปรงฟันให้ลูก ทำให้สม่ำเสมอ เป็นการฝึกระเบียบวินัยเด็กไปด้วย เด็กบางคนอาจใช้เวลาเพียง 1 เดือน หรือน้อยกว่านั้น

พอมาถึงวัยอนุบาล ช่วงนี้เด็กมักจะอยากช่วยเหลือตนเอง และอยากบอกให้ใครๆ รู้ เค้าทำสิ่งต่างๆ เองได้แล้วนะ เด็กวัยอนุบาลจึงชอบก็จะแปรงฟันเอง และคุณพ่อคุณแม่ก็มักจะเข้าใจผิดว่าเด็กวัยนี้แปรงฟันได้สะอาดแล้ว จึงละเลยที่จะดูแลการแปรงฟันให้เด็ก ทำให้เด็กมีฟันผุคุณแม่ควรระลึกเสมอว่าเด็กวัยอนุบาล ยังแปรงฟันไม่สะอาด เนื่องจากทักษะการใช้มือยังพัฒนาไม่ดีพอ จำเป็นต้องให้แม่ช่วยแปรงซ้ำให้ทั่วทุกซี่หลังจากลูกแปรงเองแล้วทุกครั้ง

เมื่อลูกสามารถสื่อสารและรับฟังได้ดีขึ้น คุณแม่สามารถงัดสารพัดวิธีและกลยุทธ์ล่อหลอก เพื่อให้ลูกมีความสุขและสนุกกับการแปรงฟัน เช่น การให้ลูกได้มีโอกาสเลือกยาสีฟันรสชาติใหม่ด้วยตนเอง หรือเลือกแปรงรูปสัตว์ ผลไม้ หรือตุ๊กตาที่ลูกๆ ชอบ

ในเด็กที่เข้าใจภาษาได้ดี คุณแม่สามารถเล่านิทานสนุกๆ ที่เกี่ยวกับการแปรงฟัน โทษของฟันผุ เช่น เรื่องคุณช่างอาบน้ำ แม่มดฟันดำ เล่านิทานสนุกๆ พร้อมกับแปรงฟันประกอบนิทาน เด็กๆ จะเพลิดเพลิน มีความสุขและสนุกกับการแปรงฟันมากยิ่งขึ้นแน่นอนครับ

ข้อสำคัญหมอขอห้ามนะครับ ห้ามเอาหมอฟันไปเป็นผู้ร้ายในนิทานหรือไว้ขู่ให้ลูกกลัวเด็ดขาด... ฮ่าๆ

ที่สำคัญคุณแม่อย่าลืมชมและให้กำลังใจลูกทุกครั้งที่ลูกแปรงฟันเสร็จนะครับ เพราะเด็กในวัยนี้ชอบแสดงออกให้ผู้ใหญ่ชื่นชม พูดตรงๆ ก็คือ “บ้ายอ” ตามประสาเด็กนั่นล่ะครับ เช่น น้องอิ๋งๆ ฟันสะอาดจังเลย ยิ้มสวยมากหรือทำทีแอบคุยกับคนอื่นให้ลูกได้ยินว่า “น้องพลอยเก่งมากเลย เดี๋ยวคุณยายดูนะ น้องพลอยกินเสร็จแล้วจะแปรงฟันเอง ไม่ต้องบอกด้วย” เพื่อให้เค้ามีความภาคภูมิใจในตัวเองครับ

เท่านี้เอง ไม่ยากเลยใช่ไหมครับกับเคล็ดลับการแปรงฟันอย่างถูกวิธีเพื่อฟันสวยและแข็งแรงของเจ้าตัวเล็กทีร่นำมาฝากกัน


การทำความสะอาดช่องปากเด็กอายุ 9 เดือน-6 ปี

เมื่อเด็กมีฟันน้ำนมขึ้นประมาณ 4 ซี่ ให้คุณแม่แปรงฟันให้ลูกโดย
1. ให้เด็กนอนหงาย หนุนตักผู้ปกคาองในที่มีแสงสว่าง

2. ใช้แปรงที่มีหัวแปรงเล็กๆ ขนแปรงนุ่ม หน้าตัดเรียบ

3. กรณีเด็กไม่ได้กินฟลูออไรด์เสริม ให้เริ่มใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์เพียงเล็กน้อย ในขนาด < 5 มม. กรณีที่เด็กกินฟลูออไรด์เสริมให้เริ่มใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์เมื่อเด็กอายุ 3 ปี หรือเมื่อสามารถบ้วนน้ำได้

4. วางแปรงให้ขนแปรงจรดผิวฟันและขอบเหงือก ขยับไปมาสั้นๆ ในแนวนอน (Scrub technique) ทั้งด้านนอก และด้านในตำแหน่งละ 10 ครั้งให้ทั่วทุกซี่ ไม่ต้องแปรงปัดขึ้นลง


(update 28 มิถุนายน 2008)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ Vol. 15 Issue 176 March 2008]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600