คุณแม่บางคนอาจคิดว่าระบบขับถ่ายของลูกที่ทำได้เองตามธรรมชาติบวกกับการฝึกฝนอีกนิดหน่อย แต่จริงๆแล้วหัวใจสำคัญอยู่ตรงการสังเกตความพร้อมของลูกเพราะถ้าคุณแม่ไม่รู้จักระบบการทำงานหนัก-เบาอย่างดีแล้ว การฝึกลูกอึ-ฉี่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนะคะ
รู้เรื่องขับถ่ายของวัยจิ๋ว
กว่าที่เจ้าตัวเล็กจะควบคุมการขับถ่ายได้เองคงต้องพึ่งพาผ้าอ้อมมานานเกินแรมปีก็แหม...การที่ควบคุมระบบขับถ่ายให้ได้ดั่งใจนั่นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคะ เพราะต้องอาศัยพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจควบคู่กันไป
การควบคุมระบบขับถ่ายของเจ้าตัวเล็กนั้น ต้องอาศัยความพร้อมของกล้ามเนื้อหูรูด และสมองส่วนที่ควบคุมระบบประสาทสัมผัสเป็นตัวสั่งงาน ส่วนคุณแม่จะสังเกตว่าพัฒนาการระบบประสาททำงานหรือยังนั้นก็ต่อเมื่อลูกเริ่มหัดเดินได้ค่ะ เพราะนั่นแสดงให้เห็นว่าสมองที่ควบคุมระบบประสาทของลูกพัฒนาดีพอสมควร ลูกจะเริ่มควบคุมอวัยวะส่วนล่างรวมไปถึงระบบขับถ่ายบ้างแล้วล่ะค่ะ
0-1
ลูกน้อยวัยนี้ยังไม่สามารถควบคุมระบบขับถ่ายได้หรอกค่ะแถมเรื่องอึ-ฉี่ของลูกยังไม่เป็นเวล่ำเวลาอีกด้วย เพราะร่างกายของเบบี๋มีระบบขับถ่ายอัตโนมัติ เมื่ออยากจะฉี่จะอึก็ปล่อยออกมาเอง เพราะฉะนั้นลูกวัยเบบี๋จึงต้องใช้ผ้าอ้อมรองรับของเสียที่ขับออกมาจากร่างกายค่ะ
Dos
แม้ว่าลูกจะยังควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ คุณแม่สามารถช่วยสร้างลักษณะนิสัยที่ดีในการขับถ่ายได้ ด้วยการฝึกให้ลูกคุ้นชินกับกระโถน เช่น ให้นั่งเล่นบนกระโถน หรือนั่งกระโถนหลังมื้ออาหาร ฯลฯ
Don'ts
อย่าบังคับให้ลูกนั่งกระโถนนานเกินไปนะคะ เมื่อลูกแสดงอาการเบื่อหน่าย ก็ให้เขาลึกขึ้นเถอะค่ะ ไม่อย่างนั้นลูกจะขยาดกระโถนเลย
กายพร้อม...ใจพร้อม เริ่มฝึกได้
- จริงๆ แล้วคุณแม่อาจจะลองเอากระโถนไปวางให้ลูกเห็นตั้งแต่เล็กๆ ก็จะช่วยสร้างความคุ้นเคยให้แก่ลูกได้ระดับหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่ลูกจะพร้อมเรียนรู้ฝึกขับถ่าย เมื่ออายุประมาณ 2 ปี-2 ปีครึ่งค่ะ
- ส่วนจะพร้อมเมื่อไหร่คุณแม่คงต้องสังเกตความพร้อมทางกายของลูก เช่น ตื่นขึ้นมาโดยไม่ฉี่รดที่นอนอึสม่ำเสมอ ประมาณ 15-20 นาที หลังมื้ออาหาร รู้ตัวว่าปล่อยอะไรวงลงไปในผ้าอ้อม หรือส่งสัญญาณด้วยเสียงหรือท่าทางเมื่อเกิดอาการปวดหนักปวดเบา ผสานกับความพร้อมทางใจที่สังเกตได้จากความอยากรู้อยากเห็นของลูกที่แสดงออกมาเมื่อเห็นพ่อแม่เข้าไปในห้องน้ำและอยากนั่งชักโครกเลียนแบบบ้าง
- ถ้าคุณแม่เห็นสัญญาณความพร้อมทางกายและใจของลูกแล้วก็สุขเลยค่ะ
1-3
เมื่ออายุย่างเข้าประมาณ 1 ปีครึ่ง ระบบกล้ามเนื้อหูรูดที่ควบคุมการขับถ่ายอุจจาระปัสสาวะของลูกเริ่มทำงานได้ดีขึ้น ถึงตอนนี้เจ้าตัวเล็กจะรู้สึกว่ามีความต้องการขับถ่ายโดยลูกจะแสดงอาการให้รู้ได้เห็นชัดเจนไม่ทางสีหน้าท่าทางก็คำพูด ฉี่...ฉี่ ช่วงแรกๆ แม้ลูกจะรู้สัญญาณเตือนแต่ระบบควบคุมก็ยังทำงานได้ไม่ดีแค่อ้าปากจะบอกแม่ฉี่ก็พรวดออกมาแล้ว ขณะที่ถ้าปวดอึลูกมักตะบอกได้ทัน แต่หลังจากนี้สักประมาณ 2-3 เดือน ระบบควบคุมการขับถ่ายของลูกจึงจะเป็นจริงมากขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าจะบอกว่าช่วงวัย 1-3 ปีนี้ เป็นวัยทองแห่งการฝึกควบคุมระบบขับถ่ายของลูกก็คงจะไม่ผิดค่ะ
Dos
- ระยะนี้ควรใช้ผ้าอ้อม โดยเฉพาะผ้าอ้อมสำเร็จรูปกับลูกน้อยที่สุด
- ให้ลูกนุ่งกางเกงยางยืดที่ถอดเปลี่ยนได้ง่าย เวลาปวดฉี่ลูกจะได้ถอดกางเกงทัน ถ้าลูกทำได้เขาจะภูมิใจที่ช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง
- คอยสังเกตถ้าเห็นลูกมีอาการปวดอึปวดฉี่ควรรีบพาลูกไปห้องน้ำก่อนหน้าสักนิดจะทำให้ลูกคุ้นชินกับการเข้าห้องน้ำ
- เมื่อลูกสามารถบอกอึหรือฉี่ได้ คุณแม่ควรชมเชยและให้กำลังใจ แม้ว่าลูกจะอั้นฉี่ไว้ไม่อยู่แล้วก็ตาม เพราะอย่างน้อยลูกก็รับผิดชอบตัวเองว่าต้องการเปลี่ยนกางเกงหรือทำความสะอาดค่ะ
- พาลูกเข้าห้องน้ำด้วย ลูกจะเลียนแบบคุณแม่เมื่อเขาพร้อมจะขับถ่ายเองตามใจสั่ง
- เริ่มต้นฝึกการควบคุมระบบขับถ่ายของลูกอย่างจริงจังได้แล้วค่ะ
Don'ts
- อย่าใจร้อนเร่งรัดลูกจนเกินไปนะคะเพราะเราไม่สามารถเร่งกล้ามเนื้อส่วนที่ควบคุมระบบขับถ่ายของลูกได้
- ไม่ควรบังคับลูกให้เข้าห้องน้ำ เพราะลูกจะกลั้นและต่อต้านทันที จนทำให้มีปัญหาเรื่องการฝึกตามมา
ลับเฉพาะเรื่องอึ-ฉี่
- ลูกชายและลูกสาวมีลักษณะที่แตกต่างกัน คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องมีเทคนิคการฝึกควบคุมระบบขับถ่ายแบบเฉพาะเพศด้วย
- ลูกสาวจะเริ่มต้นเรียนรู้และฝึกฝนการฉี่และอึในห้องน้ำเร็วกว่าลูกชาย สังเกตจากลูกสาวจะเลิกฉี่รดที่นอนก่อนลูกชาย
- การฉี่รดที่นอนเกิดจากระบบขับถ่ายของลูกยังทำงานไม่สมบูรณ์และจะเริ่มหยุดฉี่รดที่นอนเมื่ออายุ 4 ปีขึ้นไป
3-6
เจ้าตัวเล็กจะออกจากบ้านไปโรงเรียนแล้วล่ะค่ะ คุณแม่หลายคนอาจจะยังหวั่นๆ อยู่บ้าง กลัวว่าลูกจะไปปล่อยอึ-ฉี่เรี่ยราด แต่ถ้าคุณแม่ฝึกการขับถ่ายของลูกมาดีก็เบาใจได้ค่ะ เพราะตามพัฒนาการแล้ว เจ้าตัวเล็กวัยอนุบาลเขาสามารถควบคุมและกลั้นอึกับฉี่ได้นานพอที่จะหาห้องน้ำได้แล้วล่ะค่ะ วัยนี้จึงไม่ค่อยมีอุบัติเหตุเรี่ยราดให้เห็นสักเท่าไหร่นัก
Dos
- พาเข้าห้องน้ำก่อนเข้าห้องนอน
- ถ้าตื่นเช้ามาผ้าอ้อมลูกแห้งสนิทติดต่อกัน 3 คืน ควรเลิกใส่ผ้าอ้อมให้ลูกเวลากลางคืน
- วางกระโถนไว้ข้างเตียงเผื่อลูกปวดฉี่กลางคืน ก็จะใช้ได้ทันเวลาที่ต้องการ
Don'ts
ถ้าลูกจะเกิดอุบัติเหตุกลั้นฉี่และอึไม่ได้บ้างเป็นบางครั้งคุณแม่ไม่ควรหงุดหงิด หรือฉุนเฉียวกับลูกนะคะ
เมื่อคุณแม่เห็นความพร้อมด้านต่างๆ ของลูก ควรค่อยๆ เริ่มใช้ช่องทางการฝึกเรื่องการขับถ่ายที่ถูกต้องกับลูกได้แล้วค่ะ แต่ก็อย่าลืมทำใจเผื่อไว้ด้วยนะคะเพราะการฝึกขับถ่ายของเด็กแต่ละคนอาจได้ผลไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของเด็กแต่ละคนว่าพร้อมมากน้อยแค่ไหนด้วย
เมื่อลูกวัยอนุบาลยังฉี่รดที่นอน
- โดยส่วนใหญ่แล้วเด็กมักจะไม่ฉี่รดที่นอนหลังอายุ 4 ปี แต่ก็ยังมี 10% ของเด็กอายุ 4 ปีขึ้นไปที่ยังฉี่รดที่นอนอยู่บ้าง ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เจ้าตัวเล็กฉี่รดที่นอนนั้นมีหลายอย่าง เช่น ความเครียด ปัญหาทางจิตใจ หลับลึก พันธุกรรม หรือระบบควบคุมการขับถ่ายทำงานล่าช้ากว่าปกติ การที่เด็ก 4 ปีขึ้นไปคนหนึ่งฉี่รดที่นอนก็อาจจะเกิดจากหลายสาเหตุรวมกัน มากกว่าจะเป็นจากสาเหตุเดียวค่ะ
- ถ้าลูกอายุ 4-6 ปีขึ้นไป ยังฉี่รดที่นอนอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ติดต่อกันมานาน 3 เดือน คุณแม่ควรพาลูกไปหาคุณหมอ เพื่อตรวจทางเดินปัสสาวะให้แน่ใจก่อนว่าลูกไม่มีโรคอะไรแฝงอยู่ จากนั้นเริ่มบันทึกว่าลูกไม่ฉี่รดที่นอนบ่อยแค่ควรไหนควรจดหรือติดสติ๊กเกอร์ชมเชยในปฏิทิน หรือมีรางวัลให้เจ้าตัวเล็กสักนิดหน่อย พอให้ลูกมีกำลังใจค่ะควบคู่ไปกับการฝึกควบคุมระบบขับถ่ายค่ะ คุณแม่อาจใช้เวลาเป็นเดือนๆ กว่าลูกจะคุมให้แห้งสนิทจริงๆ ถ้าลูกยังควบคุมไม่ได้ คงต้องกลับไปพบคุณหมออีกครั้ง เพื่อรักษาด้วยยาแล้วล่ะค่ะ
(update 8 มีนาคม 2008)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.12 No.144 October 2007]
|