แดดหน้าร้อน ทำร้ายผิวลูก


ลูกน้อยวัยซนชอบวิ่งเล่นเป็นที่สุด โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่เด็กๆ ปิดเทอม มีเวลาออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งมากขึ้น การปล่อยให้ลูกได้ออกไปวิ่งเล่นสนุกสนานรับแสงแดดกลางแจ้งเป็นเรื่องที่ดีต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ แต่แดดของฤดูร้อนก็อาจทำร้ายผิวบอบบางของลูกได้ ช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรลืมปกป้องลูกรักจากภัยของแสงแดดด้วยนะคะ


แสงแดดกับสุขภาพระยะยาว

ในระยะยาวแสงแดดมีผลต่อสุขภาพผิวและสุขภาพร่างกายของลูกหลายอย่าง เพราะรังสีต่างๆ ที่มาพร้อมแสงแดด โดยเฉพาะรังสีอัลตราไวโอเลต หรือที่เราเรียกว่า UV จะทำให้ผิวแดง ไหม้คล้ำ แห้งกร้าน เหี่ยวย่น เป็นฝ้า ตกกระ และอาจจะก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้

โดยเฉพาะผิวหนังของเด็กๆ มีความบอบบางและเมลานินที่เป็นตัวป้องกันแสงแดดในผิวหนังของลูกก็ยังมีน้อยมากหากเทียบกับผู้ใหญ่ ผิวของเด็กจึงรับรังสีอัลตราไวโอเลตได้มากกว่าผู้ใหญ่ประมาณ 3 เท่า หากลูกถูกแดดเป็นเวลานานเกินไปจะทำให้โครงสร้างของผิวหนังเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาการที่มักจะเกิดขึ้นมากที่สุดคือเกิดรอยย่นเร็ว ผิวจะกลายเป็นผิวที่แพ้ง่ายและแสงแดดจัดยังเป็นอันตรายต่อตา อาจจะทำให้เกิดต้อกระจกได้

ผลการวิจัยของกองทุนโรคมะเร็งผิวหนังแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริการะบุว่า เด็กอายุน้อยกว่า 18 ปี ที่มักตากแดดเป็นเวลานานๆ เมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่แล้วมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดจุดด่างดำ หรือตกกระบนใบหน้า เพราะตลอดชีวิตคนเราจะถูกรังสีอัลตราไวโอเลตทำร้ายได้ถึง 80% โดยเฉพาะคนที่เคยเป็นผิวไหม้จากแดดจะมีโอกาสเกิดมะเร็งผิวหนังเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า

นอกจากแสงแดดจะทำร้ายผิวในระยะยาวแล้วหากโดนแดดแรงๆ ผิวพรรณของลูกก็อาจจะมีอาการผิวไหม้จากแดด และผื่นแดด ให้คุณแม่เห็นได้ทันทีค่ะ


ผิวไหม้ที่เกิดขึ้นจากแดด

อาการบ่งบอก : ผิวจะแดง ร้อน บวมคัน อาจมีการสูญเสียน้ำ และทำให้ผิวขาดน้ำ หากเป็นมากผิวจะพองและตกสะเก็ด ลูกจะรู้สึกปวดแสบปวดร้อนและเจ็บบริเวณผิวที่ถูกไหม้ หากลูกยังเล็กสื่อสารด้วยภาษาพูดไม่ได้จะมีอาการงอแงผิดปกติเพราะผิวตึง

ดูแลให้บรรเทา : ก่อนอื่นต้องหาทางทำให้ผิวเย็นลงเสียก่อน โดยใช้น้ำอุณหภูมิปกติราดบริเวณที่ถูกแดดเผา หรือพาลูกไปอาบน้ำให้ลูกแช่ในน้ำเย็น หลังอาบน้ำเสร็จทาครีมหรือโลชั่นเพื่อช่วยลดความตึงของผิวหนัง ระหว่างอาบน้ำคุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการขัดถูก และงดใช้สบู่เพราะจะทำให้ผิวหนังตรงบริเวณที่ไหม้ยิ่งแห้งตึง หรือคุณแม่อาจจะใช้วิธีประคบเย็น โดยใช้ผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำเย็นๆ วางบนรอยแผลไหม้นานประมาณ 10 นาที ทุก 2-3 ชั่วโมง

แต่ถ้าลูกผิวไหม้มากจนผิวหนังอักเสบแดงหรือเป็นรอยไหม้ ไม่ยอมลอกสักที คุณแม่ควรพาลูกไปพบคุณหมอ แล้วคุณหมออาจจะให้ยาทาพวกสเตียรอยด์ครีมให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง ครีมเคลือบผิวเพื่อลดการสูญเสียน้ำของผิวหนัง หรือกินยาพวกแอนตี้ฮีสตามีนเพื่อลดอาการคัน หรือคนที่เป็นมากจนอาจต้องกินยาคอติโคสสเตียรอยด์ช่วงเวลาสั้นๆ แต่การรักษาด้วยยาที่ว่ามานี้ต้องให้คุณหมอเป็นคนสั่งเท่านั้นค่ะ ไม่ควรซื้อมาทาหรือกินเองเป็นอันขาด


ผื่นแดงที่เกิดขึ้นจากแดด

อาการบ่งบอก : ปกติร่างกายจะขับความร้อนออกทางเหงื่อ แต่หากต่อมเหงื่อทำงานหนักและระบายเหงื่อออกไม่ทันก็จะเกิดอุดตันที่ต่อมเหงื่อ ทำให้บริเวณผิวหนังที่อับชื้นอย่างข้อพับต่างๆ หรือตามบริเวณที่เหงื่อออกเยอะจึงเกิดผื่นแดงๆ เม็ดเล็กๆ ขึ้น

ดูแลให้บรรเทา : การอาบน้ำและทาครีมที่มีส่วนผสมของคาลามายล์บริเวณที่แพ้จะช่วยให้ดีขึ้น นอกจากนี้ในช่วงอากาศร้อนหรือต้องออกไปเล่นกลางแจ้ง คุณแม่ควรให้ลูกสวมใส่เสื้อผ้าหลวมๆ และระบายอากาศได้ดีก็สามารถช่วยลดอาการผื่นแดดลง

แม้ว่าแสงแดดที่จัดเกินไปจะมีอันตรายทำร้ายผิวอ่อนเยาว์ของลูก แต่การได้พาลูกไปรับแดดอ่อนๆ ตอนเช้าและเย็นประมาณ 10-15 นาที จะช่วยให้ผิวของลูกได้รับวิตามินดีที่มีประโยช์ต่อร่างกายค่ะ


วิธีป้องกันลูกจากภัยแดด

1. หลีกเลี่ยงการพาลูกถูกแดดแรงๆ ในช่วง 10.00-16.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่แดดแรงจัด ทำให้ต้องเผชิญกับรังสี UVA และ UVB อย่างจัง

2. หากจำเป็นต้องพาลูกออกไปกลางแจ้งในช่วงแดดแรงควรใส่หมวกสีจาง (สีเข้มจะดูดความร้อนมากกว่า) กางร่ม สวมเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวเนื้อบางๆ ให้ลูก ทาครีมกันแดดสำหรับเด็กโดยเฉพาะ และถ้าแสงแดดจัดควรให้ลูกสวมแว่นตากันแดดเพื่อปกป้องดวงตาให้ลูกน้อย

3. หากลูกโดนแดดจนมีไข้ไม่สบายต้องรีบให้ลูกดื่มน้ำเปล่าและควรพาไปพบแพทย์ เพราะเด็กเล็กโดยเฉพาะทารกถ้าโดนแดดจนขาดน้ำมากอาจทำให้ช็อกและเสียชีวิตได้

4. ลูกวัยเบบี๋ที่อายุน้อยกว่า 6 เดือน ไม่ควรถูกแดดโดยตรง เวลาออกไปข้างนอกควรกางร่มหรือใส่เสื้อผ้าที่ปกคลุมส่วนต่างๆ ของร่างกาย สวมหมวกช่วยบังแดดที่ใบหน้าและหู เลือกเสื้อผ้าที่ผลิตจากผ้าฝ้ายเพราะใส่สบายแล้วยังช่วยปกป้องแสงแดดได้ดีมาก

5. น้ำมันทาผิวหรือเบบี้ออยล์จะมีผลทำให้ผิวหนังไหม้เร็วขึ้น เพราะน้ำมันจะเคลือบผิวเมื่อถูกแสงแดด อุณหภูมิของน้ำมันจะสูงขึ้น จึงทำให้ผิวไหม้ได้ ดังนั้น คุณแม่ไม่ควรทาให้

เลือกครีมกันแดด
  • เลือกครีมกันแดดสำหรับเด็กโดยเฉพาะ เพราะครีมกันแดดสำหรับเด็กจะไม่ผสมสารที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้และระคายเคืองต่อผิวหนัง

  • เลือกครีมกันแดดชิดที่ปกป้องแสงอัลตราไวโอเลตทั้ง UVA และ UVB และมี SPF 15 ขึ้นไปเป็นอย่างน้อย

  • ก่อนซื้อและก่อนใช้ตรวจดูวันหมดอายุที่ข้างขวดหรือใต้ขวดด้วย

  • ก่อนใช้ครีมกันแดด คุณแม่ควรทดสอบก่อนว่าลูกแพ้หรืไม่ ด้วยการทาครีมบางๆ ที่ท้องแขนทิ้งไว้สักพัก หากไม่มีอาการผิดปกติจึงใช้ครีมได้ตามปกติ แต่ถ้าลูกมีผื่นหลังใช้แสดงว่าแพ้ ควรหยุดใช้ครีม ล้างออกด้วยน้ำสะอาด หากมีอาการผิดปกติให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที

  • อย่าลืมทาครีมกันแดดซ้ำให้ลูกทุก 2 ชั่วโมง

  • เด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน ถ้าจำเป็นต้องใช้ควรปรึกษาแพทย์ก่อน ทางที่ดีเด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน ไม่ควรถูกแสงแดดแรงๆ เด็ดขาดค่ะ


(update 16 ตุลาคม 2008)
[ ที่มา.. นิตยสาร MODERNMOM Vol.13 No. 150 April 2008 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600