สมุนไพรใกล้ตัว ใครว่าใช้รักษาได้แต่ผู้ใหญ่ เจ้าตัวเล็กที่มีอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ สมุนไพรในครัวเหล่านี้ก็สามารถบรรเทาอาการเจ็บป่วยเบื้องต้นได้ด้วยค่ะ ซึ่งนอกจากจะเป็นการรักษาทางธรรมชาติที่ไม่เป็นอันตรายแล้ว ยังเป็นการประหยัดตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วยค่ะ คุณแม่คนไหนที่ลูกเจ็บคอไข้ขึ้น ไอค๊อกๆ แค๊กๆ ก็วิ่งแจ้นไปหาคุณหมอแล้ว ลองมาดูสมุนไพรใกล้ตัวนี้ดูนะคะ แล้วจะรู้ว่าสมุนไพรเหล่านี้มีประสิทธิภาพไม่แพ้ยาแผนปัจจุบันเลย
ฮัดชิ้ววว... เจ้าหนูเป็นหวัด
โรคหวัดเป็นโรคที่คู่กับเด็กๆ ค่ะ ถ้าเจ้าตัวเล็กป่วยเป็นหวัด (จามฮัดชิ้ว...แต่ไม่มีไข้) สมุนไพรบรรเทาอาการหวัดที่หาได้ง่ายที่สุดในครัว ก็คือหัวหอมแดงค่ะ เพียงนำหัวหอมแดงสัก 4-5 หัวมาทุบให้พอบุบมีกลิ่นออกแล้วหาผ้าวางไว้ที่หัวนอนลูก ให้ลูกสูดไอระเหยจากน้ำมันหอมระเหยจะทำให้หวัดหายเร็วขึ้น แต่ถ้าเจ้าตัวเล็กยังไม่หาย ให้ใช้หัวหอมแดงสัก 4-5 หัวมาทุบๆ ให้แตกแล้วต้มในน้ำเดือด ทิ้งไว้ให้อุ่น แล้วนำมาเช็ดตัวลูก รับรองได้ว่าเขาจะรู้สึกสบายเนื้อ สบายตัวและสบายจมูก เพราะหายใจโล่งขึ้น เพราะในหัวหอมเล็กมีน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยแก้หวัดคัดจมูกอยู่
อย่างไรก็ตามวิธีนี้เป็นวิธีรักษาเบื้องต้นนะคะ ถ้าใช้วิธีนี้อยู่สองสามวันแล้วอาการลูกไม่ดีขึ้น มีไข้ หรืออาการอื่นๆ เพิ่มขึ้น ก็ควรพาลูกไปพบคุณหมอค่ะ
เจ้าหนูไอค๊อก แค๊ก...
อาการที่มักจะมาร่วมกับหวัดคืออาการไอคะ ก่อนอื่นคงต้องงดน้ำเย็นและไอศกรีมรวมถึงของหวานเย็นๆ ทั้งหลายก่อนนะคะ และทานน้ำอุ่นบ่อยๆ ถ้าอาการมาหลังจากที่ลูกหายหวัดแล้วและไม่มีเสมหะ ให้คุณแม่คั้นน้ำมะนาวประมาณ 2 ช้อนชา ใส่เกลือเล็กน้อย และน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ผสมน้ำอุ่น 1 แก้ว ให้เจ้าตัวเล็กดื่มเช้า เย็น รับรองอาการไอจะค่อยๆ หายไปเองค่ะ
เจ้าตัวเล็กท้องอืด
อาการท้องอืดของลูกสามารถสังเกตได้ไม่ยากค่ะ คือถ้าหากจู่ๆ เจ้าตัวเล็กเกิดร้องไห้โยเยไม่ยอมหยุด โดยกำมือเกร็งแสดงถึงอาการเจ็บปวด แถมท้องยังแน่นและป่อง เวลาคลำๆ ดูจะรู้สึกว่ามีลมอยู่ในท้องของลูกมากเกินไปจะทำให้ปวดท้องและท้องอืด คุณแม่สามารถแก้อาการเบื้องต้นได้ดังนี้ค่ะ ถ้าในเด็กเล็กอายุไม่เกิน 2 ปี ให้นำใบกะเพราสดๆ มาสัก 20-30 ใบมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วขยี้ด้วยฝ่ามือทั้งสองข้างจนน้ำของกะเพราะออกมา หลังจากนั้นให้ทาน้ำกะเพราที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หลัง และท้องลูก (ยกเส้นสะดือ) เมื่อยาแห้งให้ทาน้ำกะเพราซ้ำใหม่อีกสัก 1-2 ครั้ง จนลูกเรอหรือผายลมออกมาอาการจะดีขึ้นค่ะ
แต่ถ้าในเด็กโต เวลาท้องอืดเราสามารถผสมปูนแดงกับน้ำกะเพรา เพื่อเสริมฤทธิ์ให้ยาทำงานได้ดีขึ้น แต่ห้ามใส่ปูนเยอะนะคะ เพราะอาจจะกัดผิวหนังของลูกได้ค่ะ พอทาส่วนผสมนี้ลงบริเวณท้องของลูกแล้ว ให้สังเกตว่าเขาผายลมหรือเรอออกมาหรือเปล่า ถ้ามีก็แสดงว่ายาสมุนไพรชนิดนี้กำลังทำงานอยู่ อาการท้องอืดของลูกก็จะดีขึ้นค่ะ
หวายยยย.....เจ้าตัวเล็กท้องเสียซะแล้ว
ช่วงที่เจ้าตัวเล็กท้องเสียนี้ควรงดดื่มนมผงไปก่อนสักพัก โดยให้ดื่มนมแม่แทนได้ค่ะ แต่ก็ควรลดจำนวนมื้อลง สลับกับการให้น้ำเกลือหรือน้ำข้าวใส่เกลือป่นเล็กน้อย และใช้ช้อนป้อนแทนขวดดูด เนื่องจากในช่วงนี้ลำไส้ลูกจะทำงานดูดซึมอาหารได้ไม่ดี แต่ถ้าอยากให้ลูกหายเร็วๆ เรามีสมุนไพรใกล้ตัวอีกชนิดมาแนะนำค่ะ ให้เอาเนื้อกล้วยดิบมาฝานเป็นแผ่นบางๆ ปิ้งไฟให้สุกแล้วให้ลูกเคี้ยวกิน หรือในเด็กเล็กให้บดเป็นผงผสมน้ำหวาน ให้เจ้าตัวเล็กกินครั้งละ 1/2-1 ลูกทุกๆ 2-4 ชั่วโมง หรือเอาลูกฝรั่งดิบมาฝานตากแดให้แห้งบดเป็นผงละลายน้ำ ทานครั้วละครึ่งช้อนชา ทุกๆ 2-4 ชั่วโมงอาการท้องเสียของลูกจะค่อยๆ ดีขึ้นค่ะ
แง... เจ้าหนูหัวโน
วัยกำลังซนแบบนี้ไม่แปลกที่จะต้องมีเรื่องหกล้มหกลุกกันบ้าง แต่เมื่อเจ้าหนูได้รับอุบัติเหตุก่อนอื่นต้องรีบประคบหัวโนๆ ของลูกด้วยน้ำแข็งเสียก่อนค่ะ
เพื่อให้การอักเสบลดลง จากนั้นให้นำแป้งดินสอพอง หรือถ้าหาไม่ได้จริงๆ ใช้แป้งทาตัวลูกก็ได้ค่ะ ผสมกับน้ำมะนาวสักเล็กน้อย พอกทิ้งไว้สักพัก พอแห้งแล้วทิ้งไว้สัก 2-3 ชั่วโมงค่อยเปลี่ยนใหม่ วิธีนี้ยิ่งพอกเร็วเท่าใดหัวโนๆ ก็จะยุบเร็วเท่านั้น
เจ้าหนูเป็นแผล
ใครว่าใบบัวบกจะแก้ช้ำในได้เท่านั้น ใบบัวบกยังใช้บรรเทาแผลเปื่อย แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวกได้อีกด้วยค่ะ ให้คุณแม่นำใบบัวบกสัก 1 กำมือ ล้างแผลจะสนิทและเกิดแผลเป็นชนิดนูน (Keloid) น้อยลงเพราะใบบัวบกจะมีฤทธิ์ช่วยสมานแผลและเร่งการสร้างเนื้อเยื่อ ระงับการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดหนองและลดการอักเสบของแผลได้ค่ะ
เจ้าหนูคันคะเยอ
เจ้าหนูเกิดอาการคันที่อาจจะเกิดจากลมพิษ หรือผื่นแพ้ อาจเกิดได้จากการแพ้อาหารและสารบางอย่างในอาหาร เช่น สัตว์ทะเล หรือแมลงบางชนิดกัดต่อย ให้คุณแม่ลองหาใบพลูที่ทานกับหมากนี่แหละค่ะมาสัก 4-5 ใบ แล้วตำให้ละเอียด โดยเติมน้ำนิดหน่อย แล้วนำมาทาตรงบริเวณที่เป็นผื่นลมพิษ พอยาแห้งก็ให้ทาใหม่ซ้ำอีกจนกว่าผื่นจะหายหรือยุบลง
ปิดท้ายอันนี้ไม่ใช้สมุนไพรค่ะ แต่เป็นข้าวของในครัวที่ในครัวสามารถหาได้ง่ายอย่าง เบคกิ้งโซดาหรือผงฟูที่คุณแม่มาใช้ทำขนมนั่นแหละค่ะ สามารถลดอาการเป็นผื่นแพ้ หรือลมพิษของเจ้าหนูได้ เพียงนำเบคกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะ มาผสมน้ำเล็กน้อยให้เป็นแป้งเปียก แล้วทาพอกไว้ตรงเป็นผื่นแพ้เล็กน้อย อาการคันคะเยอจะค่อยๆ หายไปค่ะ แต่วิธีนี้จะใช้ได้กับเด็กโตหน่อยที่ไม่แพ้ผงฟูเท่านั้นนะคะ และถ้าคุณแม่ไม่แน่ใจแนะนำว่าให้ใช้วิธีแรกดีกว่าค่ะ
เห็นไหมคะ การใช้สมุนไพรรักษาโรคเล็กๆ น้อยๆ ให้เจ้าตัวเล็กเป็นเรื่องง่ายๆ ที่เราสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ช่วยทั้งในเรื่องประหยัดและทำให้ลูกไม่ต้องสะสมสารเคมีจากยาแผนปัจจุบันไว้จนเกินจำเป็นอีกด้วยนะคะ ว่าแล้วก็ลองมองสมุนไพรใกล้ๆ ตัวดูกันเถอะค่ะ
(update 23 เมษายน 2008)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ Vol.15 Issue 174 January 2008]
|