ลิ้นหัวใจรั่ว เป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายเป็นปกติได้เหมือนโรคอื่นๆ และเด็กที่เป็นโรคนี้ก็สามารถใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ หากได้รับการดูแลที่ดี
ซึ่ง นพ.พีระพัฒน์ มกรพงศ์ ศัลยแพทย์หัวใจและหลอดเลือด สถาบันโรคหัวใจโรงพยายบาลราชวิถี มีคำแนะนำดังนี้
รู้จัก
ลิ้นหัวใจ
ลิ้นหัวใจของคนราจะทำหน้าที่เป็นเหมือนวาล์วเปิด-ปิดก๊อกน้ำ ซึ่งเปิดเมื่อเลือดไหลผ่านและจะปิดเพื่อไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับ
โรคลิ้นหัวใจรั่วในเด็กพบได้ตั้งแต่แรกเกิด หากเฉลี่ยจากเด็กเกิดใหม่ทั่วโลกประมาณ 1,000 คน จะมีเด็กที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด 8 คน และใน 8 คนนี้ก็จะเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่วประมาณ 5%
เด็กที่เป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว วาล์วเปิด-ปิดจะทำงานไม่ปกติ เลือดจึงไหลย้อนกลับทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น และเหนื่อยง่ายขึ้น"
สาเหตุที่ทำให้ลิ้นหัวใจรั่ว
โรคลิ้นหัวใจรั่วในเด็กพบได้ตังแต่แรกเกิด หากเฉลี่ยจากเด็กเกิดใหม่ทั่วโลกประมาณ 1,000 คน จะมีเด็กที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด 8 คน และใน 8 คนนี้จะเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่วพิการประมาณ 5% ซึ่งพบได้จาก 2 สาเหตุดังนี้
1. เกิดจากความพิการของลิ้นหัวใจตั้งกำเนิด ซึ่งมีความพิการได้หลายอย่าง เช่น ลิ้นหัวใจตีบที่เกิดจากกล้ามเนื้อเยื่อของลิ้นหัวใจไม่ปกติ ลิ้นหัวใจรั่วที่อาจเกิดจากมีพยาธิสภาพของลิ้นหัวใจนั้นๆ หรือรูปร่างของลิ้นหัวใจที่ผิดปกติ
2. เกิดจากโรคหัวใจรูมาติก จากการติดเชื้อสเตรปโตคอดคัส (Streptococcus) เริ่มโดยจากการคออักเสบ หรือต่อมทอนซิลอักเสบ หากรักษาด้วยยาแก้อักเสบไม่ต่อเนื่อง เมื่อติดเชื้อเป็นระยะเวลานานๆ จะส่งผลให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาเพื่อต่อต้านเนื้อเยื่อของลิ้นหัวใจตัวเอง ทำให้เกิดการอักเสบที่ลิ้นหัวใจ และเกิดโรคหัวใจรั่วหรือตีบตามมาได้
โรคหัวใจรูมาติกนี้ เมื่อก่อนจะพบมากในวัยผู้ใหญ่ แต่ปัจจุบันพบในเด็กอายุน้อยลงซึ่งที่ผ่านมาเคยพบในเด็กที่เข้ามารับการผ่าตัด มีอายุประมาณ 9-10 ขวบ และในอนาคตก็มีแนวโน้มที่อายุเด็กจะลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากเด็กเป็นหวัดและติดเชื้อในคอมากขึ้น ประกอบกับการกินยาไม่ครบตามที่แพทย์สั่ง ส่งผลให้เชื้อดื้อยา
อาการที่พบ
เด็กที่เป็นโรคลิ้นหัวใจรั่วจะมาด้วยอาการเหนื่อยๆ เลี้ยงไม่โต น้ำหนักตัวน้อย ปอดแฉะติดเชื้อบ่อย
การตรวจรักษา
รู้ได้ด้วยการพาไปพบกุมารแพทย์โรคหัวใจ เพื่อตรวจดูความผิดปกติและฟังเสียงหัวใจ ถ้ามีเสียง 'เมอเมอ' (Murmur) หรือ 'ฟู่' แสดงว่าหัวใจผิดปกติ เป็นเสียงที่เกิดขึ้นจากลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของลิ้นหัวใจด้วย
หลังจากนั้นกุมารแพทย์โรคหัวใจจะตรวจอย่างละเอียดเพื่อยืนยัน ด้วยการทำเอคโค่ (Echocardiogram) ซึ่งเป็นการตรวจที่สามารถบอกลักษณะความรุนแรงของลิ้นหัวใจได้ดีที่สุด
หลังจากแพทย์ตรวจเรียบร้อยแล้วก็จะว่างแผนการรักษาต่อไปตามความเหมาะสมถ้ารักษาด้วยยาได้ก็ใช้ยา เพราะการซ่อมลิ้นหัวใจในเด็กทำได้ยาก แต่ถ้าเป็นมากก็จำเป็นต้องทำการผ่าตัดเพื่อซ่อมลิ้นหัวใจ
การผ่าตัดลิ้นหัวใจเพื่อซ่อมลิ้นหัวใจสามารถทำได้ แต่หากลิ้นหัวใจมีพยาธิสภาพจนไม่สามารถซ่อมได้ ก็มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนลิ้นหัวใจ
การป้องกัน
ถ้าเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่วที่เกิดจากความพิการตั้งแต่กำเนิดจะไม่สามารถป้องกันได้ แต่ถ้าเกิดจากการติดเชื้อรูมาติก สามารถป้องกันได้ โดยการรักษาโรคติดเชื้อในลำคอให้หายเป็นปกติ ด้วยการทานยาให้ครบตามที่แพทย์สั่ง
พ่อแม่ต้องระวัง !
1. เนื่องจากเด็กๆ ส่วนใหญ่จะชอบทานขนมกรุบกรอบที่มีเกลือแอบแฝง ความเค็มจากขนมเหล่านี้จะส่งให้หัวใจทำงานหนักขึ้น บวมน้ำ และลิ้นหัวรั่วมากขึ้น ดังนั้น พ่อแม่จะต้องระมัดระวังไม่ปล่อยให้เด็กๆ กินขนมกรุบกรอบ
2. ปัจจุบันพบเด็กเป็นโรคหัวใจรูมาติกเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้นการที่เด็กมีอาการเป็นหวัด เจ็บคอ พ่อแม่จะต้องหมั่นดูแลเป็นอย่างดี ต้องทานยาให้ครบตามที่แพทย์สั่งเพราะถ้าเชื่อไม่หมด จะทำให้เกิดการติดเชื่อซ้ำและส่งผลให้เกิดการติดเชื้อซ้ำและส่งผลให้เป็นโรคลิ้นหัวใจรูมาติกได้
หมั่นคอยดูแลหัวใจดวงน้องของลูกให้แข็งแรง เพื่อที่ลูกน้อยจะอยู่ในโลกนี้อย่างปลอดภัย
(update 1 กันยายน 2008)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 26 ฉบับที่ 303 เมษายน 2551 ]
|