คุณพ่อคนไหนมีลูกติดบ้าง...!
แล้วคุณพ่อคนไหนไม่มีลูกติดบ้าง
อ๊ะ...อย่าเพิ่งเข้าใจผิดค่ะ หมายถึงว่าคุณพ่อที่มีลูกเกาะติดไปทุกสถานการณ์ ไปไหนไปด้วย เจอหน้าเมื่อไหร่โดดเข้าหา เกาะติดยิ่งกว่าเงาเสียอีก กับคุณพ่อที่ลูกไม่ติดไม่ยอมเข้าหา ไม่ยอมเล่นด้วย เจอหน้าก็ร้องไห้ จนทำให้คิดว่า เราเป็นคนที่ไม่มีความสำคัญสำหรับลูกเลย ใครเจอแบบนี้คงต้องสำรวจกันหน่อยล่ะค่ะว่าเพราะอะไรนะลูกถึงออกอาการนี้กับคุณ
เด็กวัย 1-3 ปี ต้องการอยู่ใกล้คนที่ตัวเองรัก ไว้วางใจ อาจมีหลายคน เช่น พ่อ แม่ ยาย พี่เลี้ยง โดยจะมีบางคนที่เด็กติดมากเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าติดมากเกินไปไม่เอาคนอื่นเลยจนเกิดปัญหา หรือคนที่เขาควรเข้าหาบ้าง เช่น พ่อ แต่ไม่สนเลย อาจจะเป็นสัญญาณที่เริ่มแสดงถึงความไม่ปกติ
ทำไม...ไม่ติดพ่อเลย
แต่ถ้าลูกคุณเป็นประเภทพ่อเป็นตัวช่วยสุดท้าย ก็คงต้องพิจารณาค่ะว่า ทำไมลูกถึงไม่ติดพ่อเลย ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจาก
1. ไม่คุ้นเคย/ขาดทักษะ คุณพ่อหลายคนบอกว่าก็อยากเล่น อยากอุ้ม แต่ไม่กล้า เล่นกับลูกไม่เป็น หรืออีกสารพัดเหตุผล
2. เพราะห่างเหิน ไม่มีเวลา ปล่อยให้คุณแม่หรือพี่เลี้ยงเลี้ยง เพราะรู้สึกว่าตัวเองมีงานที่ต้องรับผิดชอบมากพอแล้ว หรือคิดผิดว่าเด็กเล็กต้องการแค่ กิน นอน เล่น แต่จริงๆ วัยนี้กำลังพัฒนาเรื่องอารมณ์ ความผูกพัน และบุคลิกภาพพื้นฐานอย่างรวดเร็ว
3. คุณพ่อดุ หรือเสียงดังจนเด็กกลัวไม่กล้าเข้าใกล้ หรือชอบแหย่ให้ลูกโมโห เพราะเห็นว่าน่ารักแต่จริงๆ แล้วลูกไม่ชอบค่ะ
ไม่ติดเลย...ก็ไม่ดี
เพราะการที่ลูกไม่ติดคุณพ่อเลยนั้น บ่งบอกได้ถึงความผูกพันที่อ่อนเกินไป ส่งผลถึงความสัมพันธ์ระยะยาว ทำให้พ่อลูกคู่นั้นเหมือนกับไม่ค่อยรู้จักกันดี ทำให้ความผูกพันทางอารมณ์ในจิตใจมีน้อย ส่งผลให้โอกาสที่คุณพ่อจะเป็น Role Model โอกาสที่ลูกจะเชื่อฟังคุณก็มีน้อยตามไปด้วยและความสัมพันธ์ในระยะยาวก็จะยิ่งเหินห่างออกไป เช่น ความผูกพัน ความห่วงหาอาทร การพึ่งพิงทางจิตใจก็จะน้อยลงตามไปด้วย และอาจเป็นปัจจัยส่วนหนึ่ง ที่ทำให้เกิดการเบี่ยงเบนทางเพศในอนาคตได้ค่ะ
แต่ถ้าครอบครัวไหนที่กำลังรู้สึกว่า อยากให้ลูกติดเราน้อยลง หรืออยากให้ลูกหันมาเล่นกับพ่อเพิ่มขึ้น เราก็มีคำแนะนำให้นะคะ จะว่าไปแล้วการแก้ไขอาการติดและไม่ติดนั้นไม่ยาก แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือคุณคงต้องพยายามหาสาเหตุให้เจอก่อนค่ะเพราะเมื่อหาสาเหตุเจอแล้ว เราจะได้ช่วยแก้ไขให้ตรงจุดค่ะ
สำรวจต้นเหตุ "ติดพ่อ"
แต่ถ้ามันเกินกว่าปกติ คือ ติดพ่ออยู่คนเดียว ไม่เอาคนอื่นเลยแม้กระทั่วเข้าห้องน้ำยังคลาดสายตาไมได้ แบบนี้ต้องลองสำรวจแล้วล่ะค่ะว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า ซึ่งอาการที่เรียกว่าเกาะติดแบบนี้ อาจจะเกิดจาก
1. เด็กเพิ่งสูญเสียคนหรือสิ่งที่รัก เช่น คุณย่า ยาย คุณแม่ พี่เลี้ยงลาออก หรือสัตว์เลี้ยงตาย ก็ทำให้เขายิ่งติดคุณพ่อมากขึ้นเพราะต้องการที่พึ่งพิง และกลัวที่จะต้องสูญเสียคุณพ่อไป
2. คนอื่นๆ ในบ้านห่างเหินเด็ก บางครอบครัวคุณพ่ออาจจะมีเวลาอยู่บ้านเลี้ยงลูก แต่คุณแม่ไปทำงาน ทำให้เกิดความห่างเหินระหว่างลูกกับแม่ได้ค่ะ หรือถ้าคุณแม่ดุมากๆ ก็จะทำให้เด็กกลัวและรู้สึกมีความสุขมากกว่าเวลาทีได้อยู่กับคุณพ่อ
3. ต้องดูนิสัยลูกเราด้วยว่าขี้กลัว ขี้กังวล หรืออ่อนไหวง่ายหรือเปล่า ถ้ามีอะไรมากระตุ้นให้กลัว หรือกังวล เขาก็อาจจะติดพ่อได้มาก เพราะอยู่ด้วยแล้วรู้สึกมั่นคงปลอดภัย
ติดมากไป...ใช่จะดี
ถ้าลูกติดคุณมากไป อาจทำให้คุณใช้ชีวิตลำบากมากขึ้นค่ะ เพราะลูกจะติดแจจนไปไหนทำอะไรไม่ได้เลย แถมยัง จะเกิดเป็นความห่วงเป็นกังวลได้ง่ายอีกด้วย หากคุณต้องทิ้งลูกไว้กับคนอื่น อีกทั้งแสดงถึงความสัมพันธ์ที่ไม่มั่นคงของเด็กกับสมาชิกคนอื่นๆ ในบ้านไม่ดีพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแม่
Tip
ติดพ่อ...มากขึ้น
สำหรับคนที่ลูกไม่มาเกาะติด ก็อย่าเพิ่งน้อยใจไปค่ะลองทำตามวิธีเหล่านี้ดู
1. เปลี่ยนทัศนคติเสียใหม่ ว่าการเลี้ยงลูกไม่ใช่งานของคุณแม่ฝ่ายเดียว แต่เป็นงานสำคัญที่พ่อแม่ต้องช่วยกัน เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแรงในอนาคต เพราะถ้าลูกได้ต้นแบบจากคุณแม่แล้วลูกจะเรียนรู้บุคลิกลักษณะ ทัศนคติ และแบบอย่างความเป็นผู้ชายจากใครล่ะคะ
2. ให้เวลากับลูก พยายามเล่นกับลูกบ่อยๆ อุ้ม กอด หอม ให้เขารับรู้ถึงความรักที่เรามีให้ และสร้างความรู้สึกใกล้ชิดผูกพัน
3. ถ้าคุณเป็นคนดุหรือเสียงดัง แต่ถ้าถึงเวลาที่ต้องอยู่กับลูกก็ขอให้พยายามยิ้มหรือหัวเราะเข้าไว้ค่ะ
4. สำรวจตัวเองและสังเกตลูก ว่าลูกชอบให้เล่นอะไร ชอบให้เขาหาอย่างไร ที่ทำอยู่นี้เหมาะสมมั้ย สังเกตคนที่ลูกชอบเล่นด้วยก็ได้ค่ะ ว่าเขาทำอย่างไร แล้วขอคำแนะนำ
Tip
ติดพ่อ...น้อยลง
1. ถ้าลูกสูญเสียคนที่รัก จนติดคนที่เหลืออยู่มากไป ก็ควรให้เวลาเขาสักพักเพื่เยียวยาใจของลูก และคุณพ่อต้องทำให้ลูกมั่นคงทางใจ คือยอมให้เขาติดไปสักพัก และทำให้เขารู้ว่าลูกยังมีพ่ออยู่อีกคนแล้วค่อยๆ ห่างออกมา เพื่อให้ลูกติดคนอื่นบ้าง
2. ถ้าเด็กห่างเหินกับคนอื่นๆ ในบ้าน คุณพ่อต้องคอยเชื่อมสัมพันธภาพ โดยอาจจะทำกิจกรรมร่วมกัน หรือเปิดโอกาสให้คนอื่นๆ ในบ้านมีโอกาสใกล้ชิดกับลูกมากขึ้น
3. ถ้าเด็กขี้กลัวขี้ระแวง ก็ต้องสร้างความมั่นใจให้กับลูก เช่น ถ้าสัญญาอะไรกับลูกก็ต้องทำตาม เพื่อสร้างความมั่นใจ
เมื่อคุณสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดแล้ว ก็เชื่อได้เลยค่ะว่า จะเป็นอาการเกาะติด หรือไม่เกาะติดคุณพ่อของลูกนั้นคงจะลดลงจนเหลืออยู่ในจุดสมดุลที่เรียกว่า ติดกันกำลังดีค่ะ
(update 7 มีนาคม 2008)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 25 ฉบับที่ 299 ธันวาคม 2550 ]
|