ไทรอยด์เป็นต่อมชนิดหนึ่งที่อยู่ในระบบต่อมไร้ท่อ ทำหน้าที่สร้างสารโปรตีนชื่อว่าฮอร์โมน ซึ่งมีความสำคัญกับการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายของมนุษย์ตลอดชีวิต
แต่เมื่อใดที่ต่อมไทรอยด์มีการสร้างฮอร์โมนมากกว่าปกติ จะเกิดอาการที่เรียกว่าไทรอยด์เป็นพิษ ซึ่งมีผลต่อสุขภาพร่างกายของเด็กๆ หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหงุดหงิด ใจร้อน ท้องเสีย น้ำหนักตัวไม่เพิ่ม ฯลฯ
โดย รศ.พญ. สุภาวดี ลิขิตมาศกุล ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ สาขาวิชาต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม โรงพยาบาลศิริราช มีคำแนะนำ และวิธีรับมือกับโรคนี้มาฝากค่ะ
ไทรอยด์เป็นพิษ
ปกติแล้วการทำงานของต่อมไทรอยด์จะผลิตและหลั่งฮอร์โมนออกมาให้พอใช้ในแต่ละวัน หากมีการหลั่งฮอร์โมนในปริมาณที่มากกว่าปกติ ถือว่ามีอาการเป็นพิษ ซึ่งจะทำให้ร่างกายมีอัตราเผาผลาญมากกว่าปกติ เกิดการย่อยสลายของโปรตีนและไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้น น้ำหนักตัวลดลง พบได้ทุกเพศทุกวัย แต่ในเด็กวัยขวบปีแรก มักเกิดจากปัจจัยที่ต่อเนื่องมาจากแม่มากกว่า
สาเหตุไทรอยด์เป็นพิษในเด็ก
โดยทั่วไปภาวะไทรอยด์เป็นพิษเกิดได้หลายสาเหตุ มีสารมากระตุ้นทำให้มีการผลิตฮอร์โมนมากกว่าขึ้นกว่าเดิม ต่อมไทรอยด์ของคุณแม่เป็นพิษขณะตั้งครรภ์จึงส่งผลถึงลูกการได้รับสารไอโอดีนมากกว่าปกติทำให้มีการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์มากขึ้น โรคพันธุกรรมบางอย่าง ซึ่งทำให้ตัวต่อมทำงานมากกว่าปกติโดยอัตโนมัติ การอักเสบของต่อมไทรอยด์ทำให้มีการหลั่งฮอร์โมนมากขึ้นหรือยาบางชนิด เป็นต้น
แต่สำหรับเด็กเล็กๆ แล้ว การทานยาไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดอาการไทรอยด์เป็นพิษหากมักเกิดจากปัจจัยต่อเนื่องมาจากแม่มากกว่า คือ
- มีรายงานว่าถ้าแม่ที่เป็นไทรอยด์เป็นพิษแล้วตั้งครรภ์ เด็ก 1 ใน 70 ราย จะมีภาวะไทรอยด์เป็นพิษ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าระหว่างที่มีการตั้งครรภ์แม่มีการควบคุมรักษาไทรอยด์เป็นพิษได้ดีมากน้อยเพียงใด
- หากช่วงใกล้คลอดแม่ได้ยารักษาไทรอยด์เป็นพิษมากเกิน เด็กอาจคลอดออกมาแล้วมีอาการเหมือนขาดฮอร์โมนไทรอยด์ในช่วงแรกก็ได้ เพราะฉะนั้น การปรับยาของคุณแม่ที่มีโรคไทรอยด์เป็นพิษ โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนก่อนคลอดถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมีการปรับให้เหมาะสม
- ถ้าแม่ยังมีอาการอยู่ก็จะทำให้มีการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์มากเกิน จนไปกระตุ้นต่อมของลูกให้เกิดภาวะไทรอยด์เป็นพิษในเด็กทารกแรกเกิดได้ แต่อาการเหล่านี้จะเป็นเพียงชั่วคราวประมาณ 3-6 เดือน จากนั้นการทำงานของต่อมก็จะเข้าสู่ภาวะที่ปกติมีเด็กน้อยรายมากที่จะมีภาวะไทรอยด์เป็นพิษอย่างต่อเนื่อง
สารพัดอาการไทรอยด์
โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษมีหลากหลายอาการ หากลูกน้อยของคุณมีอาการเหล่านี้รีบมาพบแพทย์ เพื่อวินิจฉัยและรักษาโดยด่วนค่ะ
- น้ำหนักไม่เพิ่ม หรือน้ำหนักลด
- หิวบ่อย
- หัวใจเต้นเร็ว
- ใจสั่น มือสั่น
- ท้องเสียเรื้อรัง ถ่ายบ่อย
- หงุดหงิด ขี้โมโห เจ้าอารมณ์
อาการเหล่านี้เกิดจากระดับฮอร์โมนไทรอยด์ที่ผลิตและหลั่งออกมามากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ จึงทำให้ระบบต่างๆ ภายในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นระบบเผาผลาญร่างกายและระบบขับถ่าย ต้องทำงานมากกว่าปกติ
ระดับความสูงกับต่อมไทรอยด์เป็นพิษ
เด็กที่มีอาการไทรอยด์เป็นพิษจะมีระบบการเผาผลาญมากกว่าปกติ ทำให้น้ำหนักไม่เพิ่ม ซึ่งในเด็กเล็กหากน้ำหนักไม่เพิ่มก็ถือว่าน้ำหนักลดลงแล้ว ถึงแม้จะตัวผอมแห้งแต่เรื่องความสูงนั้นจะเป็นไปโดยปกติ เพราะความสูงไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลงไป ไม่เหมือนกับเด็กที่มีอาการต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยกว่าปกติที่ความสูงจะเพิ่มช้า ทำให้ตัวตัวเตี้ยได้
วิธีรักษา
มีการรักษาอาการไทรอยด์เป็นพิษอยู่ 3 ประเภทด้วยกัน ได้แก่
1. ให้ยากดการสร้างฮอร์โมน ใช้เวลาในการรักษาประมาณ 3-4 เดือน โดยจะช่วยคุมอาการได้ แต่ไม่ใช่หายขาด เพราะโรคนี้จะใช้เวลาในการรักษานานประมาณ 2-5 ปี ปัจจุบันพบว่า โอกาสที่จะได้ผลหายขาดจากการทานยา มีเพียง 20-60% เท่านั้น เพราะถ้าหากทานยาไม่สม่ำเสมอ ผลของการรักษาจะไม่ดีมากขึ้น การควบคุมระบบการงานของต่อมไทรอยด์ทำได้ยาก
2. กลืนสารรังสี เพื่อเข้าไปทำลายตัวเนื้อต่อมไทรอยด์ให้ทำงานน้อยลง ปัจจุบันนิยมใช้ในกระบวนการรักษากันมากขึ้นในเด็กที่มีอายุมากกว่า 10 ปี อย่างไรก็ตามหากเด็กมีอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ยังไม่แนะนำให้ใช้วิธีนี้ เพราะอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้
3. การผ่าตัด เป็นการเข้าไปทำให้ต่อมตัวผลิตฮอร์โมนลดลง หรือผ่าต่อมออกไปสามารถทำได้เมื่อเด็กมีอายุ 5 ขวบขึ้นไป
อย่างไรก็ตาม การใช้สารรังสีหรือการผ่าตัดจะนำไปสู่ภาวะขาดฮอร์โมนไทรอยด์เด็กจึงต้องได้รับฮอร์โมนเสริมซึ่งง่ายกว่าปล่อยให้เป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษ ที่จะทำให้ระบบการทำงานเผาผลาญของร่างกายผิดเพี้ยนไป ฉะนั้นหลังผ่าตัดหรือกลืนรังสีเด็กอาจต้องได้รับฮอร์โมนไทรอยด์เสริมเข้าไปเพื่อให้มีปริมาณฮอร์โมนไทรอยด์พอเหมาะแก่ที่ร่างกายต้องการ ก็จะช่วยให้เด็กมีอาการปกติและไม่มีผลข้างเคียงใดๆ
5 เรื่องต้องใส่ใจ...เมื่อลูกไทรอยด์เป็นพิษ
1. ทานยาอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่อง
2. พบแพทย์ตามที่หมอนักทุกครั้ง เพื่อตรวจเลือดดูระดับฮอร์โมน และปรับยาตามความเหมาะสม
3. เข้าใจอารมณ์ของลูกว่าเกิดจากตัวของโรค อย่าโมโห เกรี้ยวกราด
4. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารไอโอดีน เพราะจะไปกระตุ้นต่อมไทรอยด์ทำงานมากขึ้น
5. งดการออกกำลังกายที่เป็นการใช้แรงมากเกิน เพราะจะทำให้เด็กเหนื่อยง่าย
เนื่องจากอาการต่อมไทรอยด์เป็นพิษในทารกแรกเกิด มักเกิดจากการที่แม่มีอาการเป็นพิษตอนตั้งครรภ์ เพราะฉะนั้น หากคุณเคยมีประวัติไทรอยด์เป็นพิษมาก่อน เมื่อไปฝากครรภ์จะต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ และในช่วง 3 เดือนก่อนคลอดต้องเจาะเลือดตรวจฮอร์โมนไทรอยด์อย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งควบคุมปริมาณยาให้สอดคล้องเหมาะสมตามที่แพทย์ผู้รักษาสั่ง เพียงเท่านี้ก็จะเป็นการช่วยป้องกันให้ลูกน้อยที่คลอดออกมาห่างไกลจากภาวะไทรอยด์เป็นพิษได้แล้วค่
(update 3 เมษายน 2008)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 25 ฉบับที่ 300 มกราคม 2551 ]
|