เมื่อพัฒนาการของกล้ามเนื้อมือแล้วนิ้วน้อยๆ ของลูกเริ่มแข็งแรง และคุณพ่อคุณแม่เห็นลูกเริ่มหยิบจับสิ่งต่างๆ ได้คล่องแคล่วมากขึ้น กิจกรรมหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่มักจะหามาให้เจ้าตัวเล็กทำก็คือขีดเขียนนั่นเองค่ะ ว่าแต่เด็กวัยนี้เขาสนใจเรื่องขีดๆ เขียนๆ กันหรือยังนะ
เด็กเล็กวัย 1 ขวบ จะยังไม่ค่อยสนใจสีเทียบกับกระดาษที่คุณพ่อคุณแม่หามาให้สักเท่าไหร่ เจ้าตัวเล็กจะสนใจหยิบสีเทียบไปแหย่ตามช่องต่างๆ มากกว่า ส่วนกระดาษนั้นเจ้าตัวเล็กจะชอบขยำให้เกิดเสียง ซึ่งเป็นเรื่องสนุกของเด็กวัยนี้ เพราะลูกยังไม่รู้ว่ามือน้อยๆ ของตัวเองสามารถสร้างสรรค์สิ่งที่น่าสนใจได้ด้วยกระดาษและสีเทียน เพราะฉะนั้นก็ต้องอาศัยคุณพ่อคุณแม่นี่แหละค่ะเป็นผู้คอยชี้แนะ อาจจะเริ่มด้วยการขีดเขียนให้ลูกดูเป็นตัวอย่างและให้ลูกลองทำตาม ถ้าเจ้าตัวเล็กไม่แสดงความสนใจในครั้งแรกก็ไม่ต้องบังคับ เมื่อไหร่ที่ลูกสนใจ คุณจึงค่อยเข้าไปคอยให้คำแนะนำ เมื่อลูกเริ่มเรียนรู้แล้วว่าการใช้สีเทียนขีดเขี่ยบนกระดาษนั้นมันสนุกยังไง ลูกก็จะมีความกระตือรือร้นที่จะลองทำสิ่งใหม่ๆ มากขึ้น คราวนี้เจ้าตัวน้อยก็จะสร้างสรรค์ผลงานขีดๆ เขี่ยๆ ไม่หยุดเลยค่ะ
เริ่มแรกเจ้าตัวเล็กจะใช้สีเทียนขีดเป็นเส้นตรงๆ สะเปะสะปะไร้ทิศทางก่อน จากนั้นลูกจะเริ่มเรียนรู้ที่จะขีดเส้นโค้ง เส้นซิกแซก และเพิ่มความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ และมีทิศทางมากขึ้น ใหม่ๆ ลูกก็จะใช้สีเทียนแท่งเดียว ต่อไปเจ้าตัวเล็กก็รู้จักเปลี่ยนไปใช้สีโน้นสีนี้ตามที่ชอบ การขีดเขี่ยของลูกในช่วงแรกๆ นี้จะยังไม่ได้สื่อความหมายอะไร ลูกจะทำไปด้วยความรู้สึกสนุกสนานเท่านั้น แต่ความอยากรู้ อยากทดลองทำสิ่งใหม่ๆของลูกจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของลูกจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของลูกได้ด้วยการปล่อยให้ลูกได้แสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่ และพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่ลูกกำลังทำ เพื่อจะได้สื่อสารกันได้เข้าใจการเอ่ยคำชมผลงานของลูก จะทำให้ลูกมีความรู้สุกว่าคุณให้ความสนใจลูกก็อยากจะทำมากขึ้น อีกไม่นานเส้นขยุกขยิกที่ลูกขีดเขี่ยก็จะเริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างและเริ่มมีความหมาย ต่อไปลูกจะสามารถวาดรูปคน รูปบ้านและรูปดอกไม้ได้ แต่ดอกไม้ของเจ้าตัวเล็กอาจจะไม่เหมือนคนอื่น กลีบดอกอาจจะไม่กลม ใบอาจจะไม่เป็นสีเขียว เวลาที่ลูกนั่งสร้างผลงานของตัวเอง คุณพ่อคุณแม่ควรจะนั่งอยู่กับลูก คอยคุยคอยถามถึงสิ่งที่ลูกทำจะทำให้คุณเข้าใจความคิดความอ่านของลูกมากขึ้น
Do !
- เตรียมอุปกรณ์สำหรับขีดเขียนไว้ให้พร้อมและมากพอ ให้ลูกหยิบใช้ได้ตลอด สีที่เหมาะกับเด็กเล็กควรจะเป็นสีเทียบแท่งใหญ่ๆ เพราะสามารถจับได้ถนัดมากกว่า และควรเลือกชนิด Non toxic เพื่อความปลอดภัยสำหรับดินสอและปากกาสามารถให้ได้เมื่อลูกสามารถใช้มือหยิบจับและบังคับการเคลื่อนไหวของมือได้คล่องมากขึ้นแล้ว แต่ก็ต้องระวังอันตรายจากปลายดินสอและปากกาแหลมๆ เอาไว้ด้วย บ้านไหนที่เจ้าตัวเล็กชอบขีดเขียนบนกำแพง ให้คุณหากระดาษแข็งแผ่นใหญ่มาแปะไว้ให้เจ้าตัวเล็กได้ขีดเขียนอย่างเต็มที่ หมดแล้วก็เปลี่ยนแผ่นใหม่ได้กำแพงของคุณจะได้ไม่สกปรก เลอะเทอะ
- การพาลูกออกไปเปิดหูเปิดตานอกบ้าน การหาหนังสือภาพง่ายๆ มาให้ลูกดู จะช่วยให้ลูกได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และต่อไปเจ้าตัวเล็กก็จะหัดวางสิ่งที่เขาสนใจลงในกระดาษ
Don't !
- คุณไม่ควรปิดกั้นจินตนาการของลูกด้วยการบังคับให้ลูกวาดตามที่คุณคิดว่าถูกต้อง เพราะการวาดของเด็กจะเน้นจินตนาการมากกว่าความเป็นจริง รถของลูกอาจจะไม่มีล้อแทนที่คุณจะบังคับให้ลูกวาดล้อรถ คุณควรจะถามลูกว่าทำไมรถของลูกถึงไม่มีล้อ
- แม้ว่าลูกจะเริ่มจับดินสอขีดเขียนได้คล่อง คุณก็ยังไม่ควรบังคับให้ลูกหัดเขียนตัวหนังสือในตอนนี้ เพราะลูกยังไม่พร้อม ปล่อยให้ลูกได้สนุกกับจินตนาการให้เต็มที่ไปก่อนดีกว่าส่วนเรื่องการเขียนหนังสือ รอให้เข้าโรงเรียนก่อนก็ยังไม่สาย
- ถ้าหากลูกไปขีดเขียนตามที่ต่างๆ เช่น ผนังตู้เย็น หรือตู้เสื้อผ้า คุณไม่ควรเอ็ดหรือทำโทษลูก แต่ควรอธิบายให้ลูกเข้าใจและหาสิ่งอื่นมาขีดเขียนแทน
ข้อดีของการขีดเขี่ยของลูกนั้นมีมากมายทั้งช่วยฝึกกล้ามเนื้อมือ ควบคุมการเคลื่อนไหวของมือ ฝึกการทำงานประสานกันระหว่างตาและมือ เสริมสร้างการเรียนรู้ในเรื่องของรูปร่างรูปทรง มิติ สีสัน และอื่นๆ อีกมากมาย เพราะฉะนั้นอย่าลังเลที่จะส่งเสริมในเรื่องนี้ เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่ดีของลูกค่ะ
(update 24 มีนาคม 2008)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.173 December 2007]
|