ลูกร้องตอบสนองทันที...ดีมั้ยนะ


เวลาเจ้าตัวเล็กของเราร้องไห้จ้าขึ้นมา แล้วคุณกำลังอาบน้ำอยู่ คุณทำอย่างไรคะ ?
....1. วิ่งออกจากห้องน้ำมาหาลูกทัน
....2. ส่งเสียงไปก่อน รีบอาบน้ำให้ไวขึ้น แล้วเดินมาหาลูกให้เร็วที่สุด
....3. ปล่อยให้ร้องไปก่อน เดี๋ยวแม่อาบน้ำเสร็จแล้วจะไปหา
ลองเลือกดูสักข้อค่ะ แล้วมาดูเฉลยกัน ว่าสิ่งคุณเลือกนั้นน่ะ ส่งผลดีหรือไม่อย่างไร

สถานการณ์ข้างต้น เป็นเพียงหนึ่งสถานการณ์ที่คุณแม่ทั้งหลายสามารถพบได้ค่ะ ไม่ใช่แค่การอาบน้ำ อาจจะเป็นตอนล้างจาน ตอนคุยโทรศัพท์ หรือกำลังทำกับข้าว แล้วเจ้าตัวเล็กก็ร้องขึ้นมาทันที เราจะทำอย่างไรดี ถึงจะดีที่สุด

เอาล่ะค่ะ เรามาลองดูผลลัพธ์แต่ละแบบกัน


1. วิ่งออกจากห้องน้ำมาหาลูกทันที
หลายคนเลือกข้อนี้ด้วยเหตุผลที่ว่า ลูกยังเล็ก ยิ่งเป็นแบบทารกแล้วด้วย ยิ่งต้องให้ความใส่ใจมากที่สุดถามว่าเลือกข้อนี้ผิดมั้ย? ไม่ผิดค่ะ แต่อาจจะไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ทุกครั้งก็ได้ ซึ่งการจะตอบสนองลูกทันทีนั้นควรทำต่อเมื่อพื้นฐานอารมณ์ของลูกเป็นแบบเลี้ยงยาก เอาแน่เอานอนไม่ได้ รอคอยไม่เป็น พ่อแม่เดาใจไม่ค่อยถูกว่าหนูต้องการอะไรกันแน่ แบบนี้คุณพ่อคุณแม่หรือคนเลี้ยง ไม่ควรจะปล่อยให้เขารอ และต้องเดาเสียงร้องให้ถูกด้วยค่ะว่าร้องแบบนี้ลุกเราต้องการอะไร

เพราะถ้าเราเดาไม่ถูก ลูกก็ยิ่งร้อง ยิ่งแผดเสียง ผลลัพธ์ที่ตามมาหลังจากเจ้าหนูโมโหสุดขีดก็คือ จะร้องไม่หยุดยิ่งปล่อยให้ลูกร้องนานเท่าไหร่ คุณก็ต้องใช้เวลานานขึ้นในการทำให้เงียบ ซึ่งถ้าปล่อยให้เกิดแบบนี้บ่อยๆ อาจจะทำให้เขามีปัญหาทางอารมณ์เมื่อโตขึ้น เช่น อาจจะหงุดหงิด โมโหร้าย ฯลฯ

แต่เมื่อคุณจับสัญญาณเสียงร้องของลูกได้แล้ว ว่าร้องไห้แบบนี้ต้องการอะไร เรียกว่ารู้จักรู้ใจกันบ้างแล้ว ต่อไปเมื่อลูกร้องก็ไม่จำเป็นต้องทิ้งทุกอย่างแล้ววิ่งมาพะเน้าพะนอลูก แต่ว่าต้องตอบสนองนะคะ เช่น ส่งเสียงให้ลูกรู้ว่าแม่ได้ยินแล้ว จับตัว สบตา พูดคุยด้วยสักแป๊บนึง แล้วค่อยให้กินนม เพื่อให้ลูกค่อยๆ รู้จักรอ และอาจจะยืดเวลาออกไปเรื่อยๆ ลูกก็จะวางใจได้ว่าโลกนี้ยังมีคนที่สนใจเขาอยู่ และได้รู้จักการอดทนรอคอยไปในตัวด้วย

2. ส่งเสียงไปก่อน รีบอาบน้ำให้ไวขึ้น แล้วเดินมาหาลูกให้เร็วที่สุด
ถ้าคุณเลือกข้อนี้ ขอให้รู้ว่าสิ่งที่คุณทำดีอยู่แล้วนะคะ เพราะถึงแม้ว่าเจ้าตัวเล็กร้องเพื่อส่งสัญญาณบอกว่าเขาหิวนม แต่เรายังไม่สามารถให้เขากินนมได้ทันที การส่งเสียงไปให้ลูกรู้ว่า แม่ได้ยินเสียงหนูแล้วนะ การร้องของหนูแม่รับรู้แล้วจ้ะ ไม่ใช่ว่าหนูร้องแล้ว ไม่มีคนสนใจ

การทำแบบนี้เป็นการสอนให้เจ้าตัวเล็กเรียนรู้ว่า เขาต้องรู้จักรอคอย เพราะแม่ไม่สามารถไปหาเขาได้ทันที แต่รับรู้แล้วว่าเขาร้อง ซึ่งคุณก็สามารถทำได้ตั้งแต่แรกเกิดเลยนะคะ แต่ก็ต้องขึ้นกับพื้นอารมณ์ของเด็กๆ แต่ละคนถ้าลูกเป็นเด็กเลี้ยงง่ายใช้วิธีนี้ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเลี้ยงยาก ช่วงแรกควรตอบสนองลูกทันที จนเขามั่นใจแล้วค่อยใช้วิธีนี้ต่อไปค่ะ

อ้อ...ไม่มีกฎตายตัวนะคะว่า เด็กวัยไหน ควรปล่อยให้รอนานเท่าใด ทั้งนี้ขอให้ดูตามความเหมาะสมของแต่ละบ้านเพราะเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ

3. ปล่อยให้ร้องไปก่อน เดี๋ยวแม่อาบน้ำเสร็จแล้วจะไปหา
คุณอาจจะเคยได้ยินว่า ต้องปล่อยให้เด็กร้องนานๆ ดังๆ บ้าง ปอดจะได้แข็งแรง หรือต้องปล่อยให้ร้องซะบ้างไม่งั้นจะเสียนิสัย เดี๋ยวจะลายเป็นเลี้ยงลูกแบบตามไปเกินไป ความเชื่อเหล่านี้ไม่ถูกนะคะ

เด็กที่ร้องนานๆ แล้วไม่ได้รับการตอบสนอง ถ้าเป็นแบบนี้สัก 2-3 ครั้ง เชื่อมั้ยคะว่า เด็กจะเลิกร้อง เพราะร้องไปก็ไม่มีใครสนใจ เด็กจะไร้อารมณ์ ไม่สบตา ไม่ค่อยมีปฏิกิริยากับใคร เพราะสัญญาณที่ส่งเสียงร้องไป ไม่ได้รับการตอบสนอง ดังนั้น พื้นฐานความไว้วางใจก็จะไม่เกิด พอไม่เกิดก็จะเป็นพื้นฐานที่ไม่ดีสำหรับพัฒนาการขั้นต่อๆ ไปเขาจะรู้สึกว่าไม่มีใครสนใจไม่มีใครรัก ไม่มีใครเอาใจใส่
เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ก็ลองไปปรับใช้กับเจ้าตัวเล็กดูนะคะ แต่สิ่งสำคัญมากที่จะต้องท่องไว้ให้ขึ้นใจคือ เมื่อใดที่ลูกร้องต้องตอบสนองทุกครั้งนะคะ จะช้าจะเร็วไม่ว่ากัน (ถ้าเจ้าตัวเล็กของคุณรอได้) เพื่อให้เขาเกิดความเชื่อมั่นและไว้ใจในตัวคนเลี้ยงซึ่งก็คือคุณแม่นั่นเองค่ะ เพราะถ้าเขายังไม่มั่นใจในคนที่เลี้ยงเขามา แล้วเขาจะไว้ใจใครได้ จริงมั้ยคะ


(update 2 เมษายน 2008)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 25 ฉบับที่ 300 มกราคม 2551 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600