เจ้าตัวเล็กหลายๆ บ้านนั้น เมื่อเข้าสู่วัย 1 ขวบปีแรกบางคนจะเกิดอาการ ติดของ โดยส่วนใหญ่ของที่เจ้าตัวเล็กติดมักเป็นของใกล้ตัว อย่างหมอน ผ้าห่ม ตุ๊กตา ทำให้เกิดมี ตุ๊กตาน้องเน่า หมอนเน่า ตามมา เพราะส่วนใหญ่แล้วมักจะติด กลิ่น ที่ติดอยู่กับสิ่งของเหล่านั้นนั่นเอง
ปัญหา
เวลาจะไปเที่ยวที่ไหน หรือไปหาญาติผู้ใหญ่ คุณพ่อคุณแม่มักจะต้องนำเอาของที่ลูกติดไปด้วย เพราะถ้าไม่เอาไปน่ะเหรอ ร้องกันบ้านแตกแน่ๆ แถมเจ้าตุ๊กตามีขน ลูกนอนสูดไปทุกคืนก็ห่วงว่าจะเป็นภูมิแพ้ หมอนเน่านั่นก็สกปรกมากๆ กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคข้างกายลูก แต่จะเอาไปซักก็ไม่ได้ เพราะแค่เอาออกไปห่างตัวก็ร้องบ้านแตกแล้ว ทีนี้จะทำอย่างไรดี
วิธีแก้ปัญหา
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าอาการ ติดของ นี้ไม่ได้เป็นเรื่องผิดปกติใดๆ โดยเด็กทั่วไปจะเริ่มเป็นอิสระจากของเหล่านี้เมื่ออายุได้ 2-5 ปี สาเหตุของการติดของนั้นเกี่ยวข้องกับพัฒนาการของเด็กตรงที่วัย 1 ปีนั้นเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อแรกที่เด็กจะเริ่มเรียนรู้โลกภายนอก การที่ลูกเริ่มรู้จักวัตถุมากขึ้น และต้องเจอสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ผู้คนแปลกหน้ามากขึ้น เด็กจะเกิดการยึดเอาวัตถุบางอย่างเป็นเครื่องทำให้เขาช่วยผ่อนคลายความกังวลในจิตใจ หรือที่ตามหลักจิตวิทยาพัฒนาการเรียกว่า transitional object จะเห็นได้ว่าเมื่อลูกได้กอดตุ๊กตาเน่า หมอนเน่าเหล่านี้แล้ว หลับง่ายขึ้น
หนทางแก้ไขแบบยืนยาวคือให้ความรักความอบอุ่นแก่ลูกให้มากขึ้น พยายามอยู่ใกล้เขาให้มากเมื่อต้องอยู่ในที่ๆ เปลี่ยนไป แล้วใช้วิธีลดการใกล้ชิดแบบเป็นขั้นเป็นตอน ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดปัญหาว่าลูกติดคุณพ่อคุณแม่อีก ที่ห้ามเด็ดขาดคือการใช้ความรุนแรง ดุด่า ว่ากล่าว เพราะนอกจากจะแก้พฤติกรรมได้ชั่วครู่แล้ว เด็กจะเก็บเอาความรุนแรงไปเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาพฤติกรรมอีกด้วย ส่วนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามีดังนี้
- บอกข้อเท็จจริง ถ้าลูกเริ่มโต (2-4 ปี) ลองอธิบายให้ลูกเข้าใจแบบเป็นรูปธรรม เช่น คุณแม่ต้องเอาไปซัก หมอนเปียกอยู่ กอดไม่ได้ ไม่จำเป็นต้องใส่ข้อเท็จจริงว่า เชื้อโรคเยอะ ลูกจะไม่สบาย เพราะลูกจะไม่เข้าใจเหตุผล
- บอกล่วงหน้า การบอกล่วงหน้าเป็นการให้ลูกเตรียมตัวและช่วยในเรื่องการมีระเบียบวินัยอีกด้วย การบอกล่วงหน้าว่าพรุ่งนี้ เย็นนี้ แม้จะเอาหมอนของหนูไปซักนะ ทำให้ลูกรับรู้ว่าเราไม่ได้ต่อต้านการกระทำของเขา แต่ในขณะเดียวกันคุณแม่ต้องค่อยๆ เอาเจ้าสิ่งนั้นออกจากชีวิตประจำวันลูกด้วย
- ชื่นชม การให้คำชมเป็นการแก้ปัญหาที่ใช้ได้กับทุกเรื่อง เด็กจะเกิดความภาคภูมิใจ และความมั่นใจในตนเองอีกด้วย พร้อมๆ กันนั้นลูกจะเรียนรู้พฤติกรรมที่ถูกต้อง และก็จะเลิกติดของไปในที่สุดค่ะ
อย่างไรก็ตามวิธีการทั้ง 3 ต้องทำอย่างสม่ำเสมอนะคะ เพราะถ้าทำบ้าง ไม่ทำบ้าง ลูกจะรู้สึกว่าไม่ต่อเนื่อง ไม่แน่นอน ไม่แน่ใจในการกระทำของทั้งตัวเองและคุณแม่ จนสุดท้ายก็จะเลิกนิสัยนี้ได้ช้ากว่าเด็กคนอื่นค่ะ
(update 17 พฤศจิกายน 2008)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ Vol.15 Issue 178 May 208 ]
|