เลี้ยงลูกชาย ให้เป็นลูกผู้ชาย


สุภาพบุรุษอยู่ไหนยกมือขึ้น นี่คือสิ่งที่สังคมไทยขาดแคลนค่ะ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดที่ทำให้ผู้ชายทุกวันนี้ไม่ค่อยจะเป็นลูกผู้ชายสักเท่าไหร่ แต่ที่แน่ๆ มันไม่มีต่อภาพรวมสังคมรวมทั้งการเป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็กๆ เยาวชนที่จะก้าวไปเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า โดยเฉพาะเด็กผู้ชาย หันหน้ามาสร้างเด็กชาย ที่พร้อมจะเป็นลูกผู้ชายในอนาคตกันเถอะค่ะ


ปลูกฝังลูกแค่ 3 อย่างนี้ก็เกินพอแล้ว

ผู้ชายร้องไห้ไม่ผิด
น้ำตาไปได้แปลว่าอ่อนแอนะคะ อาจจะเป็นแค่ความอ่อนไหว เจ้าความอ่อนไหวนี่แหละค่ะถือว่ามีข้อดีคืออย่างน้อยๆ เด็กผู้ชายของคุณก็มีอารมณ์ที่จะเข้าใจความรู้สึกของคนรอบๆ ตัวได้ “ผู้ชายเขาไม่ร้องไห้กันหรอก” ถ้าที่บ้านกำลังสอนลูกแบบนี้อยู่นั่นอาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดเสมอไปค่ะ สิ่งที่คุณต้องทำคือให้เขารู้จักที่จะให้อภัยในความผิดพลาดของตัวเองและคนอื่นๆ และพยายามแก้ไข ไปจนรู้จักที่จะปลดปล่อยความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองออกมาบ้าง
ให้เกียรติตัวเองและคนอื่น
เด็กผู้ชายเรียนรู้ที่จะรักในเกียรติและศักดิ์ศรีของเขามากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับการกระทำของเรานี่ละค่ะ ที่จะคอยชี้ทางว่า เขาจะเป็นคนที่มีความซื่อสัตย์ ยุติธรรม สุภาพอ่อนน้อม รู้จักหน้าที่และมีระเบียบวินัยในตัวเองพอที่จะได้รับเกียรตินี้จากคนอื่น รับฟังสิ่งที่ลูกพูดเสมอ เมื่อคุณฟังลูกลูกจะฟังคุณถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการให้เกียรติความคิดเห็น เมื่อคุณฟังลูก ลูกก็จะฟังคุณค่ะ
รับผิดและรับชอบ
ความเป็นสุภาพบุรุษจะไม่สามารถสร้างขึ้นได้จากคำวิพากษ์วิจารณ์แต่อยู่บนพื้นฐานสัมพันธภาพที่ดีของเรากับลูกมากกว่า อยากให้ลูกเป็นสุภาพบุรุษสิ่งแรกที่ต้องสอนคือความรับผิดชอบ สำหรับเด็กแล้ว คุณอาจจะเริ่มต้นทีละนิด ให้เขารับผิดชอบกับตัวเองก่อน กล้ายอมรับผิดเมื่อทำอะไรที่ไม่เข้าท่าลงไป และเมื่อเขาทำสิ่งที่ดีคุณเองในฐานะพ่อแม่ก็ควรจะชื่นชมเขาด้วยค่ะ คนเราแค่รู้จักรับผิดชอบในการกระทำของตัวเองได้ เขาจะไม่กลายเป็นภาระของสังคม

คำแนะนำจากคุณหมอคอลัมน์นิสต์ของเราในการเลี้ยงลูกชาย

พญ.วันดี วราวิทย์
เด็กจะใกล้ชิดแม่ แม่เป็นครูคนแรกของลูกแต่ลูกไม่ได้เรียนจากแม่เท่านั้น เขาเรียน เขารู้สึกได้ว่าพ่อเอาใจใส่เขาแค่ไหน พ่อและแม่ใส่ใจซึ่งกันและกันเพียงไร การแสดงความรักต่อกัน มีการโอบกอดต่อหน้าลูก ให้ลูกเห็นสมองของเขาจะค่อยซึมซับว่าคนที่รักกันแสดงความรักและห่วงใยต่อกันอย่างไร เขาจะรู้สึกมีความสุขเมื่อมีคนกอดเขาและจูบเขา แต่ถ้าเขาเห็นพ่อหรือแม่ปฏิเสธซึ่งกันและกัน หรือทำร้ายกันแน่นอนสมองเขาจะเก็บภาพเหล่านี้ไว้ในแฟ้มสมองของเขา เขาตัดสินใจว่าพฤติกรรมดังกล่าวที่พ่อทำกับแม่ไม่ถูกต้อง เป็นพฤติกรรมที่ไม่ดี เขาไม่ชอบ “แบบที่พ่อเป็น หรือแบบที่ผู้ชายเป็น” เขาจะรับรู้ถึงการวิวาทมากกว่าการรับรู้ว่าการกระทำที่ดีที่บุคคลผู้ตัดสินใจมาร่วมชีวิตกันต้องปฏิบัติต่อกันอย่างรักใคร่ห่วงใยกัน ทัศนคติเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อกันระหว่างเพศพ่อและแม่ไม่ถูกต้อง ตลอดจนความมุ่งหวังของเขาได้ถูกปลูกฝังตั้งแต่เด็ก มีผลต่อเพศที่เขาอยากเป็น และปฏิบัติต่อคู่ของเขา เมื่อเขาโตขึ้น เขาไม่เป็นชายอย่างพ่อที่เขา “ไม่ชอบพ่อ เป็นเพศชายอย่างพ่อ” จึงเลือกเพศเป็นเพศหญิงอย่างแม่เมื่อเขาเติบใหญ่พยายามแต่งตัวให้ลูกตรงเพศของเขา ตามธรรมชาติเด็กจะรู้เรื่องเพศเมื่ออายุเลย 4 ปีไปแล้ว ดังนั้นไม่แปลกที่จะเห็นเด็กชายอายุใกล้ 4 ขวบอาจใส่รองเท้าส้นสูงของแม่ เอาลิปสติกของแม่มาทา หรือลูกสาวใส่เสื่อเชิ๊ตของพ่อ แต่พ่อแม่ควรส่งเสริมให้แต่งตัวตามเพศแบบเด็กผู้ชายต้องใส่กางเกงใส่เสื้อให้ “หล่อ” บางคนอยากได้ลูกสาว แต่งตัวลูกชายให้เป็นเด็กผู้หญิง เมื่อเขาติดไปจนโตแก้ได้ยาก ของเล่นก็เช่นเดียวกัน หาให้เล่นสมกับเพศ สมวัย เล่นกีฬาหนักหน่อยกับลูกชาย เช่น เตะบอล ตั้งแคมป์ เป็นต้น
น.พ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์
ระหว่างการพัฒนาการของเด็กชายจากขั้นหนึ่งไปสู่อีกขั้นก็ล้วนแต่มีความเสี่ยงที่ลูกชายของเราจะพลิกคว่ำคะมำหงายได้อยู่เสมอ แต่การที่พ่อแม่อย่างเรา จะเอาแต่คอยเข้าไปช่วยจับช่วยอุ้มกันตลอดเวลา หรือได้แต่ร้องวี๊ดว๊ายด้วยความตกใจจนเกินเหตุ หรือคอยห้ามคอยดุด่าเอ็ดตะโรกันอยู่เรื่อย ก็จะกลับกลายเป็นการบั่นทอนการพัฒนาการทางร่างกาย-จิตใจ และสติปัญญาของลูกโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดังนั้นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรจะปฏิบัติ ก็น่าจะเป็น... ให้อิสระ แต่ดูแลอย่างใกล้ชิดนั่นคือการให้โอกาสลูก ได้พัฒนาการเคลื่อนไหวตามที่เขาต้องการ โดยมีเราคอยประคับประคองฝึกสอนทักษะ ระวังภัยอยู่ใกล้ และจัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม แสดงความชื่นชมที่ลูกทำได้ และปลอบโยน ให้กำลังใจ เมื่อลูกพลาดพลั้ง
น.พ.วิทยา นาควัชระ
การเลี้ยงลูกให้ดี จำเป็นต้องให้ลูกมีคุณธรรมประจำตัว ไม่ว่าจะเป็นลูกชายหรือลูกสาว เป็นหน้าที่ของพ่อแม่และสังคมที่จะช่วยอบรมสั่งสอน และหล่อหลอมเด็กให้มีคุณธรรม จริยธรรมประจำตัวให้มาก ผมคิดว่ามนุษย์ที่มีคุณธรรมควรมีลักษณะดังนี้ คือ

1. มีจิตใจ ทัศนคติที่ดีและสร้างสรรค์เช่น มีความรักเพื่อนมนุษย์เป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนอื่น มีวุฒิภาวะ รู้จักการจับถูกเพื่อนมนุษย์ ไม่จับผิด

2. มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์เพราะรักและดูแลตัวเองเป็น

3. มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี รู้จักรักและเข้าใจเพื่อนมนุษย์และแสดงออกอย่างเหมาะสม

4. กล้าหาญในสิ่งที่ถูกต้อง มีลักษณะอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ

5. มีความหวังที่ดีต่อความสำเร็จในอนาคตเสมอเกิดกำลังใจเสมอ

6. สามารถมีความศรัทธาในสิ่งดีๆ ได้

7. รู้จักแบ่งปันความดีงาม ความสมบูรณ์ของตนไปสู่ผู้อื่น และรู้สึกเป็นความภาคภูมิใจที่ทำได้

8. มีอาชีพที่มีเกียรติ ไม่ผิดกฎหมายและศีลธรรม

9. ใจกว้าง มองทุกอย่างด้วยความเป็นธรรมชาติ ไม่มีอคติไม่เห็นแก่ตัว

10. รู้จักการควบคุมตัวเองได้ในทุกสถานภาพ ทั้งในยามสมหวังและผิดหวัง

11. มีความสามารถที่จะเข้าใจผู้อื่นได้ดี เกิดความเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์

12. เอาตัวรอดได้ทางเศรษฐกิจ ไม่เป็นหนี้สิน มีเศรษฐกิจพอเพียง


(update 20 มีนาคม 2008)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.173 December 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600