Chewing time… ได้เวลาฝึกเคี้ยวแล้วจ้า


เมื่อพูดถึงการฝึกให้เคี้ยวอาหาร ดูๆ ไปก็ไม่น่าจะมีอะไรยากแต่คุณแม่รู้ไหมคะว่ากว่าที่เจ้าตัวเล็กจะสามารถเคี้ยวอาหารต่างๆ ได้คล่อง ต้องอาศัยเวลาในการฝึกพอสมควร เพราะการบดเคี้ยวและกลืนอาหารต้องอาศัยการทำงานประสานกันของอวัยวะในช่องปากหลายส่วน นอกจากนี้การฝึกให้ลูกเคี้ยวจะต้องเริ่มด้วยอาหารที่เหมาะสมและต้องเริ่มในเวลาที่ถูกต้องด้วยถึงจะช่วยให้การฝึกได้ผลดี เรามาดูกันค่ะว่าลูกน้อยของคุณมีพัฒนาการการบดเคี้ยวและการกลืนอย่างไร คุณแม่จะได้ช่วยกระตุ้นพัฒนาการ


อายุพัฒนาการอาหารที่เหมาะสม
แรกเกิด-4 เดือน ดูดนมโดยใช้ลิ้นช่วยในการดูด และใช้ขากรรไกรช่วย ในการกลืนนม ซึ่งเป็นปฏิกิริยาตอบสนองโดยอัตโนมัติ น้ำนมแม่
4-6 เดือน ปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติจะเริ่มหายไป เมื่อได้รับอาหาร ลูกจะใช้ลิ้นดุนเหมือนตอนดูดนม อาหารที่คุณป้อน ลูกจะ กลืนบ้าง ดุนออกบ้าง ยังไม่เคี้ยว นมเป็นอาหารหลักและสามารถให้อาหารเสริมที่บดละ เอียดได้ โดยเริ่มให้ทีละน้อย ถ้าลูกปฏิเสธก็ไม่ควรบังคับ ควรหยุดไปสักพักแล้วค่อยเริ่มใหม่
6-8 เดือน นมเป็นอาหารหลักและสามารถ ฟันเริ่มขึ้น ลูกเริ่มรู้จักเคี้ยวและกัดอาหารได้ สามารถควบคุมทิศทางของลิ้นได้บ้าง แต่ยังกลืนอาหารแข็ง ไม่ค่อยคล่อง จึงไม่ควรให้อาหารแข็งในช่วงนี้เพราะจะทำให้ลูกสำลักได้ ให้อาหารเสริมที่บดหยาบขึ้น เช่น ตับ เนื้อไก่ และ ผักบด รวมทั้งผักผลไม้ที่หั่นเป็นแท่ง ให้ลูกถือกัดเอง
8-10 เดือน เคี้ยวได้ดีขึ้นแต่ยังไม่ละเอียดนัก สามารถใช้ลิ้นกวาด อาหารที่เข้ามาได้เกือบหมด ช่วงนี้ลูกสามารถดื่มน้ำ จากถ้วยหัดดื่มหรือดูดจากหลอดได้ นมเป็นอาหารหลัก แต่เพิ่ม อาหารเสริมเป็น 2 มื้อต่อวัน สามารถป้อนอาหารที่ไม่ต้อง บดได้เพื่อกระตุ้นให้ลูกเคี้ยวมากขึ้น แต่ควรสับเป็นชิ้นเล็กๆ ก่อนเพื่อให้เคี้ยวได้ง่าย
10-12 เดือน ลูกสามารถบดเคี้ยวและกลืนอาหารได้อย่างคล่องแคล่ว นมยังเป็นอาหารหลัก แต่ควรเพิ่มอาหารเสริมเป็น 2-3 มื้อต่อวัน สามารถสับอาหารให้หยาบมากขึ้น และควรเปลี่ยนเมนูให้หลากหลาย ลูกจะได้ไม่เบื่อ


กลุ้มใจ ทำไมลูกไม่ยอมเคี้ยว

คุณแม่จำนวนมากมีปัญหาเกี่ยวกับการที่ลูกไม่ยอมเคี้ยวอาหารซึ่งถ้าลองทบทวนดูดีๆ ตัวคุณแม่เองก็มีส่วนที่ทำให้ลูกไม่ยอมเคี้ยวอาหารเช่นกัน สาเหตุที่ทำให้เจ้าตัวเล็กไม่ยอมเคี้ยวอาหารมีดังนี้ค่ะ
  • เริ่มเร็วเกินไป การที่คุณแม่ให้ลูกเริ่มอาหารอื่นนอกจากนมเร็วเกินไป (เริ่มก่อน 4 เดือน) จะทำให้ลูกต่อต้านได้ เพราะร่างกายของลูกยังไม่พร้อม นอกจากนี้อาจส่งผลเสียต่อระบบย่อยอาหารของลูก ทำให้ลูกมีอาการปวดท้อง ท้องอืด เพราะอาหารไม่ย่อย เนื่องจากกระเพาะของลูกยังไม่พร้อมที่จะย่อยอาหารอื่นนอกจากนม

  • เริ่มช้าเกินไป การเริ่มอาหารเสริมหลังอายุ 6 เดือนไปแล้ว ถือว่าช้าเกินไป ทำให้กลไกการบดเคี้ยวอาหารไม่ได้รับการพัฒนา ลูกจึงปฏิเสธการเคี้ยว หรือเคี้ยวได้แต่ไม่ละเอียดเท่าที่ควร

  • ตามใจมากเกินไป คุณแม่บางบ้านเห็นลูกไม่ยอมกินอาหารอื่นนอกจากนม ก็กลัวว่าลูกจะหิวและไมได้รับสารอาหาร จึงยอมให้ลูกกินนมเมื่อเป็นแบบนี้เจ้าตัวเล็กของคุณก็จะไม่ได้ฝึกการเคี้ยวและจะปฏิเสธอาหารที่ต้องเคี้ยวอย่างแน่นอนค่ะ

ผลเสียของการไม่เคี้ยว

  • ขาดสารอาหาร หลังอายุ 6 เดือนไปแล้ว ร่างกายของลูกต้องการสารอาหารและพลังงานมากขึ้น น้ำนมเพียงเดียวไม่เพียงกับความต้องการของร่างกาย หากลูกยังไม่ยอมเคี้ยวอาหาร หรือเคี้ยวไม่เป็น จะทำให้ลูกขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งจะส่งโดยตรงต่อพัฒนาการด้านร่างกายและสมองของลูก

  • ระบบขับถ่ายไม่ปกติ การที่ลูกกินแต่อาหารเหลวตลอดเวลาทำให้ร่างกายไม่ได้รับกากใยอาหาร ซึ่งจะมีผลต่อระบบขับถ่ายทำให้ระบบขับถ่ายผิดปกติ เกิดอาการท้องผูก ซึ่งหากปล่อยไว้นานๆ ก็อาจจะทำให้เป็นริดสีดวงทวารตามมาได้ นอกจากนี้เด็กที่ขาดทักษะในการเคี้ยว ทำให้เคี้ยวอาหารไม่ละเอียดก่อนกลืนทำให้กระเพาะต้องทำงานหนัก ส่งผลให้ระบบย่อยมีปัญหาตามมา

  • พัฒนาการการพูดช้าลง การบดเคี้ยวอาหารจะช่วยให้ขากรรไกร ลิ้น และ กระพุ้งแก้ม ซึ่งเป็นอวัยวะที่ใช้ในการเปล่งเสียงมีความแข็งแรง หากลูกไม่ได้ฝึกการบดเคี้ยว จะทำให้อวัยวะเหล่านั้นไมแข็งแรง ซึ่งจะส่งผลต่อพัฒนาการด้านการพูดของลูก เบื่ออาหาร ไม่กล้าลิ้มลองอาหารใหม่ๆ เพราะไม่อยากเคี้ยว เมื่อลูกกินอาหารเดิมๆ ซ้ำๆ จะทำให้ลูกเบื่ออาหารในที่สุดแม้แต่อาหารเหลวลูกก็ไม่ต้องการ

เห็นไหมคะว่าผลเสียของการที่ไม่ฝึกให้ลูกหัดเคี้ยวนั้นมีมากมายทีเดียว ตอนนี้คุณแม่ก็รู้แล้วว่าพัฒนาการในการบดเคี้ยวและกลืนของลูกเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นอย่ามัวรีรอที่จะฝึกให้ลูกเคี้ยวอาหารนะคะเพื่อประโยชน์ของตัวลูกเองค่ะ ที่สำคัญคุณแม่ต้องมีความอดทนและใจเย็นหากฝึกครั้งแรกไม่ได้ผล ก็ให้พยายามใหม่ ลองหาวิธีที่จะช่วยโน้มน้าวใจลูกให้หันมาสนใจอาหารที่คุณจัดให้ เช่น ให้ลูกป้อนเอง และต้องใจแข็งบ้างหากลูกเรียกร้องจะกินแต่นม ถ้าลูกยอมกินอาหารที่คุณป้อนเคี้ยวได้ดีคุณแม่ก็ควรชมลูกบ้าง หรือให้รางวัลด้วยการกอดและหอมลูกจะทำให้เจ้าตัวเล็กรู้สึกดีและอยากกินอาหารที่คุณแม่ป้อนอีกค่ะ.


(update 22 มกราคม 2008)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.171 October 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600