หน้าบูดหน้างอ


“แม่ทำอะไรหรือ ลูกถึงเป็นแบบนี้”

พอลูกขึ้นมอหนึ่ง เด็กน่ารักก็หายไป เป็นไปได้ว่าบางคนมอหนึ่งยังดีๆ อยู่ จะออกอาการเอาเมื่อมอสอง

ลูกชายบางบ้านทำตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องยนต์กลไกหากไม่ใช่ถอดจักรยานแล้วประกอบใหม่ได้ก็ถึงขนาดถอดมอเตอร์ไซค์ออกได้เป็นชิ้นๆ เวลาพ่อแม่ถามอะไรก็มักจะตอบเพียงสั้นๆ

สิวเขรอะ ผมยาว ไม่ซักรองเท้า

ลูกสาวบางบ้านเก่งนักหนาเวลาอยู่ที่โรงเรียน เกรดงี้สี่จุดศูนย์เป็นประธานนักเรียนหรือไม่ก็ช่วยเหลือชมรมนู่นนี่สารพัด เพื่อนๆ โทร. มาปรึกษานี่นั่นประจำ เวลาคุณพ่อคุณแม่ไปพบคุณครูก็ได้รับคำชมไม่ขาดปาก แต่ตอนอยู่บ้านเรียกเทขยะทีทำหน้างอ

เรื่องหน้าบูดหน้างอนี้ลูกสาวมักเป็นมากกว่าลูกชาย บ่อยครั้งที่เวลาเด็กผู้หญิงถึงวัยทีนจะเงียบๆ เวลาอยู่บ้าน นิ่งๆ ไม่พูดจาถามอะไรก็ไม่ตอบ ซักอะไรก็ว่าไม่มีปัญหา รุกเขาหนักเข้าเขาก็เดินเข้าห้องไป แต่อย่าเผลอก็แล้วกัน เผลอเป็นแช็ต

“แม่ทำอะไรหรือลูกถึงต้องเป็นแบบนี้” คุณแม่หลายคนใช้วิธีตัดพ้อต่อว่า พูดภาษาราชกาลสมัยใหม่ก็ต้องว่าใช้ยุทธศาสตร์เรียกร้องความสงสาร

ซึ่งจะพบว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่ไม่ได้ผล

อันที่จริงตัวอย่างที่ยกมาข้างต้นเป็นเรื่องเบาๆ ที่พบได้ในบ้านวัยทีนทั่วไป นี่ยังไม่ได้พูดถึงพวกที่เที่ยวกลางคืน พาเพื่อต่างเพศมาบ้าน หรือเจาะสะดือเจาะลิ้นย้อมผมไปจนถึงกินเหล้า ถ้าเป็นกลุ่มนี้คุณแม่อาจจะพูดว่า “แม่ทำผิดอะไรเหรอ ชีวิตถึงต้องเป็นแบบนี้” จะร้องไห้ไปด้วยหรือออกอาการเกรี้ยวกราดก็ได้

จะอย่างไรก็เป็นยุทธศาสตร์เรียกร้องความสงสาร ซึ่งก็ไม่ได้ผล ไม่ใช่ไม่ได้ผลเพราะลูกๆ สงสารไม่เป็นหรอกนะครับ ลูกๆ ของเราสงสารเป็นแน่โดยเฉพาะอย่างยิ่งสงสารสัตว์ แต่งานนี้ไม่ได้ผล เพราะวัยทีนจะไม่เข้าใจสิ่งที่คุณแม่เป็นหรือสิ่งที่คุณแม่พูด เขาจะไม่รู้เรื่องเลยว่า คุณแม่ต้องการอะไรถ้าคุณแม่ไม่พูดให้ชัด

เรื่องลูกๆ วัยทีนเก่งกาจสารพัดเวลาอยู่นอกบ้านแต่ไม่ได้เรื่องเวลาอยู่ในบ้านนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติ นี่ถ้าเป็นยุคแสวงหาพวกนี้จะออกไปติดโปสเตอร์รณรงค์อะไรซักอย่างยามค่ำคืน ขณะที่จานไม่ล้าง ขยะไม่เท และพูดกับพ่อแม่ไม่เพราะ

เรื่องลูกๆ เงียบๆ ถามคำตอบคำ ตอบมาทีก็ไม่รู้เรื่อง หน้านิ่งๆ ไปจนถึงหน้าบูดหน้างอ ชอบเดินหลบเข้าห้อง ก็เป็นเรื่องธรรมชาติ ยิ่งลุกไร่เขามากก็ยิ่งหน้าง้องอ

หากคุณพ่อคุณแม่รู้ว่าพฤติกรรมเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมชาติก็จะใจเย็นลงบ้าง แล้วจะพบว่าโดยไม่ต้องทำอะไร ตอนบ่ายๆ เย็นๆ บางทีเขาก็ดีขึ้นเอง ยิ้มแย้มแจ่มใสพูดจาทักทายไปจนถึงช่วยลดน้ำต้นไม้ได้เหมือนเดิม หากคุณพ่อคุณแม่รู้ว่าเป็นเรื่องธรรมชาติก็จะไม่ใช่ยุทธศาสตร์เรียกร้องความฉงฉาน

คุณพ่อบางคนเบรกแตกพูดว่า “สอนอะไรก็ไม่ฟัง ดูแลตัวเองก็แล้วกัน”

อันนี้เป็นยุทธศาสตร์ประชด ซึ่งนอกจากจะไม่ได้ผลแล้วยังเข้าทางวัยทีนเต็มๆ จากนี้ไปเขาอาจจะออกนอกบ้านโดยไม่บอกกล่าวทั้งที่แต่เดิมยังบอกบ้างว่าจะไปไหน อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ยังคงกลับมากินข้าวบ้านเสียเป็นส่วนมาก หากไม่ใช่เพราะงกก็เพราะไม่มีเงินจริงๆ แต่มองในอีกแง่หนึ่งคือเขากลับบ้านเพราะคิดถึงบ้าน

คุณพ่อบางบ้านไม่เพียงเบรกแตกแต่ยางระเบิดไปเลย “ออกไป ไปหาที่อยู่เอง ดูแลตัวเอง ดูซิว่าจะมีปัญญามั้ย” เชื่อมั้ยครับว่าคำพูดนี้กลับไม่สามารถเรียกได้ว่าเข้าทางวัยทีนเหมือนแบบแรกคำพูดแบบนี้ทำให้หัวใจสลายได้ง่ายๆ หัวใจทุกคนสลาย ไม่ว่าจะเป็นของลูก ของแม่ หรือของพ่อเอง

ลูกๆ อาจจะมึนไปเลยก็จริง แต่หลายคนก็จะออกจากบ้านไปจริงๆ เสียด้วย คราวนี้สถานการณ์จะยุ่งยากมากกว่าเดิม ทำนองแก้วแตกแล้วจะประสานคืนได้อย่างไร เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องเตือนตนเองเสมอว่าอย่าตัดหางปล่อยวัดเป็นอันขาด ตัดแล้วเขาไปจริงก็ยุ่ง ตัดแล้วเขาไม่ไปก็บาดเจ็บทุกฝ่ายอย่างรุนแรง

…แล้วคนเป็นพ่อแม่ทำอะไรได้บ้างเวลาลูกๆ เปลี่ยนไป ?

ก่อนอื่นก็ให้ยอมรับว่าตนเองหมดเวลาและหมดอำนาจที่จะชี้นิ้วบงการเขาได้ตามใจชอบ ยอมรับเสีย จะได้เลิกเซ้าซี้พวกเขา

ถ้าอะไรพอยอมรับเขาได้ก็ยอมรับซะ อย่างที่บอกว่าหลายเรื่องเป็นเรื่องธรรมชาติผ่านมาเดี๋ยวก็ผ่านไป เช่น เรื่องหน้างอกับพ่อ แช็ตบ่อยกับเพื่อน ห้องส่วนตัวรกรุงรัง เป็นต้น

แต่บางเรื่องก็ไม่ควรปล่อยให้นานและเกินเลย เช่น หน้างอตลอดเวลาไม่มีตรง แช็ตนานสี่ชั่วโมง ห้องมิใช่รกด้วยขยะแห้ง แต่เริ่มมีขยะเปียกสะสม เช่นนี้แล้วคุณพ่อคุณแม่ควรแทรกแซง

ยุทธศาสตร์แทรกแซงคือพูดให้ชัดว่าจะให้เขาทำอะไร ชัดคือชัดแจ๋วจริงๆ อย่ากลัวลูก อย่าเกรงใจลูก อย่า ดะ ดะ ดะ ได้มั้ยจ๊ะ ลูกจ๋า

อยากให้เป็นอย่างไรก็พูดจากใจจริง เช่น “แม่รู้ว่าลูกอยากอยู่ส่วนตัว แต่บางทีแม่ก็อยากเรียกหาลูก แม่จะเคาะประตูบอกนะ” (โปรดสังเกตว่าคำแนะนำคล้ายๆ ลูกเราจะปัญญาไม่ดีหรืออย่างไร เรื่องเท่านี้ก็ตกลงกันล่วงหน้า) หรือ “แม่รู้ว่าลูกชอบความสงบ แต่เวลาแม่คิดถึงลูกจะหาลูกได้ยังไงจ๊ะ” (อันนี้เป็นยุทธศาสตร์หาทางออกแบบมีส่วนร่วมคือช่วยแม่คิดหน่อย)

“แม่รู้ว่าลูกรับผิดชอบการเรียนได้ แต่แม่ไม่อนุญาตให้ลูกแช็ตนานเกินหนึ่งชั่วโมงค่ะ” …พูดให้ตรง

“บ่ายวันนี้ทำความสะอาดห้องด้วยค่ะ ไม่ให้ทำอย่างอื่นให้ทำความสะอาดห้องก่อน” …พูดให้ชัด


(update 12 มีนาคม 2007)
[ ที่มา.. teen&family Vol.11 No.127 October 2006]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600