เซ็กซ์เซ็งเพราะกลิ่น!


สามีและภรรยาหลายคนมาปรึกษาหมอ เพราะจุดซ้อนเร้นของร่างกายมีกลิ่นแปลกๆ แบบไม่พึงประสงค์จนสุดที่รักถึงกับยื่นคำขาดจะไม่นอนด้วย ทำเอาชีวิตคู่และชีวิตเซ็กซ์เซ็งไปเลย อย่างนี้ไม่รีบแก้ไขไม่ได้แล้วค่ะ


กลิ่นกระตุ้นเซ็กซ์…จริงหรือ ?

สำหรับบ้านเรายังไม่มีงานวิจัยเรื่องนี้ แต่ในยุโรปเขาพบว่าสิ่งที่น่ารังเกียจอันดับหนึ่งที่ทำฝ่ายชายหมดความสนใจทางเพศ คือ กลิ่นตัวที่เหม็นของฝ่ายหญิง โดยชายชาวสเปนจะรังเกียจมากที่สุดถึง 43% ถัดมาเป็นชายชาวฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมัน ส่วนชาวอังกฤษเป็นผู้ที่ทนต่อกลิ่นเหม็นได้มากที่สุด

และจากการสำรวจในผู้หญิงพบว่า สิ่งที่น่ารังเกียจอันดับหนึ่งจนทำให้ฝ่ายหญิงหมดความสนใจทางเพศก็คือ กลิ่นตัวที่เหม็นของผู้ชาย ซึ่งสาวชาวสเปนรังเกียจมากที่สุดถึง 65% ถัดมาเป็นสาวชาวอังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาลี ส่วนสาวชาวเยอรมัน เป็นผู้ที่ทนต่อกลิ่นเหม็นได้มากที่สุด

ขณะที่กลิ่นตัวที่เหม็นมีผลทางลบต่อเซ็กซ์ ในทางกลับกันกลิ่นตัวที่หอมตามธรรมชาติหรือชโลมด้วยน้ำหอมก็มีผลทางบวกต่อเซ็กซ์เช่นกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รับรู้และมีบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยโบราณ เช่น การใช้น้ำหอมที่สกัดจากกุหลาบของพระนางคลีโอพัตรา แม้แต่กลอนของสุนทรภู่ เรื่องพระอภัยมณีก็ยังกล่าวไว้ว่า “คือรูปรสกลิ่นเสียงเคียงสัมผัส เกิดกำหนัดลุ่มหลงในสงสาร”

แต่อย่างไรก็ตาม ได้มีการทดลองในประเทศเยอรมัน พบว่าทั้งหญิงและชาย 76.4% มีความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้นเมื่อได้กลิ่นฟีโรโมนที่สกัดออกจากเพศตรงข้าม อีก 45% มีความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้น เมื่อได้กลิ่นตัวที่พรมน้ำหอม แต่เมื่อพูดถึงกลิ่นเฉพาะที่กลับพบว่าฝ่ายชายมีความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้น 31.9% เมื่อได้กลิ่นอวัยวะเพศของฝ่ายหญิง 23.1% เมื่อได้กลิ่นรักแร้ และ 21.3% เมื่อได้กลิ่นเต้านม

สรุป…กลิ่นมีผลต่อการกระตุ้นเซ็กซ์จริง…ฟันธง!


กลิ่นตัว…เกิดจากอะไร

ความจริงแล้ว กลิ่นที่มีผลต่อเซ็กซ์ไม่ได้มาจากอวัยวะของมนุษย์แต่ละคนจะมีกลิ่นเฉพาะตัวไม่เหมือน ซึ่งเกิดจากต่อมสร้างกลิ่นที่เรียกว่า อโปไครน์ (Apocrine glands) พบมากที่อวัยวะเพศ รักแร้ และเต้านม ซึ่งตัวนี้จะหลั่งสารคล้ายมูก (Sialomucin) ที่ไม่มีกลิ่นออกมา แต่แบคทีเรียชนิดธรรมดาที่ผิวหนังใช้สารเหล่านี้เป็นอาหารและขับถ่ายสารที่มีกลิ่นออกมา จึงกลายเป็นกลิ่นตัวพิเศษเฉพาะบุคคล ในวัยหนุ่มสาวฮอร์โมนเพศทำให้ต่อมขยันมากเป็นพิเศษ จึงสร้างกลิ่นธรรมชาติที่มีพลังยั่วยวนทางเพศหรือ ฟีโรโมน (Pheromons) มากกว่าวัยอื่นๆ

สงสัยไหมคะว่าถ้าทุกคนมีกลิ่นแล้วทำไมเราไม่ค่อยได้กลิ่นจากญาติพี่น้อง

คำตอบ คือคนในครอบครัวเดียวกันมักจะไม่ได้กลิ่นซึ่งกันและกัน ห่างเป็นคนต่างพันธุกรรมจะสามารถแยกกลิ่นฟีโรโมนได้และเป็นตัวสนับสนุนให้มีเพศสัมพันธ์ในคนต่างพันธุกรรมขึ้น ซึ่งแต่ละคนก็มีปฏิกิริยาต่อการได้กลิ่นฟีโรโมนต่างกัน กลิ่นหอมของคนหนึ่งอาจเป็นกลิ่นเหม็นของอีกคนหนึ่งได้ค่ะ

ดังนั้น คำจำกัดความว่าหอมและเหม็นจึงขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนด้วยค่ะ


ฟีโรโมน…เพิ่มเสน่ห์

ฟีโรโมนเป็นไปตามวัย ธรรมชาติ พันธุกรรม ความแข็งแรง ของร่างกาย และฮอร์โมนที่หมุนเวียนในกระแสเลือด โดยในคนวัยหนุ่มสาวจะมีฟีโรโมนในระดับสูง ช่วงกลางเดือนหรือช่วงไข่ตกของผู้หญิงจะมีฟีโรโมนมากที่สุด และเป็นฟีโรโมนที่ชักวนให้มีเซ็กซ์ตามธรรมชาติ เพื่อเพิ่มจำนวนประชากรไงล่ะค่ะ นอกจากนี้เรายังเสริมฟีโรโมนได้โดยกลิ่นหอมสกัดจากธรรมชาติ

แต่…ฟีโรโมนจะถูกบดบังได้โดยกลิ่นเหม็น และจะลดลงเมื่อมีปัจจัยต่างๆ ดังนี้
1. การรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เช่น นม เนย เครื่องเทศ กระเทียม หอมหัวใหญ่ ฯลฯ จะทำให้เกิดกลิ่นตัวแรงลดกลิ่นฟีโรโมน มากกว่าอาหารจำพวกผัก ผลไม้ ธัญพืช เต้าหู้ หรือมังสวิรัติ

2. ความเครียด วิตกกังวล ไม่ได้พักผ่อน ไม่ได้ออกกำลังกายภูมิต้านทานร่างกายไม่ดีก็มีผลต่อฟีโรโมนเช่นกัน

3. ร่างกายไม่แข็งแรงผอมมาก อ้วนมาก มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคภูมิต้านทานบกพร่อง โรคตับ โรคไต โรคปอด โรคเบาหวาน โรคภูมิแพ้ โรคมะเร็ง ฯลฯ หรือ เป็นโรคในช่องปาก เช่นโรคเหงือก โรคฟัน โรคเพดานปาก

4. มีปัญหาท้องผูก ระบบย่อย และระบบขับถ่าย

5. มีเชื้อโรคหรือแบคทีเรียตัวร้ายที่ผิวหนังใกล้ต่อมสร้างกลิ่นตัวอย่างเช่น เป็นฝีที่ผิวหนัง รักแร้อักเสบ ช่องคลอดอักเสบ จากแบคทีเรีย

6. อากาศร้อน อบอ้าว อับชื้น ทำให้แบคทีเรียตัวร้ายเมจำนวน จึงสร้างกลิ่นตัวแรงและไม่ลดกลิ่นฟีโรโมน

7. ช่วงเป็นประจำเดือน คุณผู้หญิงจะมีกลิ่นแรงเพราะความอับชื้น มีการเพิ่มแบคทีเรียตัวร้าย บางท่านมีโพรงมดลูกอักเสบร่วมด้วย หรือเป็นความสกปรกหมักหมม อับชื้น ไม่อาบน้ำ ไม่ทำความสะอาดเฉพาะจุดให้ดี ล้างให้สะอาดหลังขับถ่ายอุจจาระ ไม่ซับให้แห้งหลังปัสสาวะ ล้วนส่งผลทั้งสิ้นค่ะ

กำจัดกลิ่นไม่สดใส… "ตรงนั้น"

หากคุณๆ ไม่อยากให้เกิดกลิ่นทางลบ ควรดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพในช่องปากให้ดี ไม่ปล่อยให้น้ำหนักมากหรือน้อย การเลือกรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผักสด ผลไม้ ธัญพืช ฯลฯ งด ของหมักของดอง ของหวานจัด เหล้า บุหรี่ เพราะการดูแลดังกล่าว จะช่วยเพิ่มแบคทีเรียชนิดดีในร่างกาย ลดแบคทีเรียชนิดร้าย ที่มาของกลิ่นอันไม่สดใส

การดูแลความสะอาดเฉพาะที่ก็เป็นสิ่งสำคัญ ไม่ควรปล่อยให้บริเวณนั้นหมักหมม อับชื้นนานๆ การอาบน้ำวันละ 2 ครั้ง ปกติก็เพียงพอแล้ว ส่วนการใช้น้ำยาอนามัยสำหรับคุณผู้หญิงและ คุณผู้ชาย แม้ไม่จำเป็น แต่ทางการแพทย์ไม่ได้ห้าม ถือว่าเป็นการชอบส่วนตัวค่ะ ซึ่งก็ไม่ควรล้างบ่อย หรือสวนล้างภายในเพราะจะไปทำลายแบคทีเรียชนิดดี เหลือไว้แต่ชนิดที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ โดยปกติแบคทีเรียแต่ละชนิดจะรักษาสมดุลซึ่งกันและกันอยู่แล้วค่ะ

แต่หากดูแลรักษาเป็นอย่างดีแล้วยังมีกลิ่นเหม็นอยู่ ควรไปพบแพทย์จะดีกว่านะคะ เพราะอาจจะมีโรคซ่อนอยู่ เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคตับ โรคไต หรือมีการอักเสบภายใน

ถ้าไม่อยากให้คู่ของคุณสวมคอนเวิร์ตอย่าลืมดูแลสุขภาพกายสุขภาพใจ และที่สำคัญคือสุขภาพของจุดซ่อนเร้นด้วยนะคะ


(update 24 มีนาคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 25 ฉบับที่ 289 กุมภาพันธ์ 2550 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600