เรื่องเพศ คำถามที่ไม่อยากตอบ


พอพูดถึงเรื่องเพศพ่อแม่หลายคนคงเริ่มคิ้วขมวดคิดว่าจะต้องมาเล่าเรื่องเซ็กซ์ให้ลูกฟังตั้งแต่ยังเด็กแต่ที่จริงแล้วเรื่องเพศสำหรับลูกวัย 0-6 ปีนั้นหมายถึง Gender Relation หรือบทบาททางเพศ ที่ลูกสาวลูกชายควรจะเป็นมากกว่าค่ะ


0-1 วัยขวบปีแรกพัฒนาการทางสติปัญญาและร่างกาย
ยังไม่กระตุ้นให้ลูกสนใจเรื่อเพศ หญิงชายเลยไม่แตกต่าง


จำเป็นไหมที่ลูกต้องรู้เรื่องเพศ

จำเป็นค่ะ เพราะธรรมชาติของเด็กมักมีความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องต่างๆ อยู่เสมอ ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องเพศ คุณแม่เชื่อหรือไม่คะว่ามีนักวิชาการได้ศึกษาและยืนยันแล้วว่า การเรียนรู้เรื่องเพศของลูกนั้นเริ่มต้นตั้งแต่วันแรกที่เกิดมา โดยลูกจะรู้ว่าพ่อกับแม่แตกต่างกันอย่างไรผ่านสัมผัสน้ำเสียง และกลิ่นกายที่แตกต่างกัน

ฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรให้ความรู้เรื่องเพศแก่ลูกอย่างถูกต้องเหมาะสมตามวัยตามพัฒนาการของลูก และควรเริ่มตั้งแต่วัยก่อนเข้าเรียนยิ่งดี เพราะช่วงวัยอายุระหว่าง 18 เดือนถึง 3 ปี เป็นวัยสำคัญที่ลูกเริ่มรับรู้ว่าตัวเองเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย และเริ่มลอกเลียนแบบลักษณะทางเพศ คุณพ่อคุณแม่จึงต้องคุยเรื่องเพศ (Gender Relation) กับลูกค่ะ


เพศไม่แตกต่าง

ในช่วงขวบปีแรก เจ้าตัวเล็กของคุณแม่แทบจะไม่สนใจเรื่องเพศเลยล่ะค่ะ วันหนึ่งๆ หมดไปกับการกิน เล่น และพัฒนาทักษะทางด้านร่างกายเป็นหลัก ส่วนพัฒนาการด้านสติปัญญาและร่างกายที่จะกระตุ้นหรือเอื้อให้สนใจใคร่รู้เรื่องเพศนั้นยังน้อยจนกระทั่งอายุสัก 10 เดือน โน่นล่ะค่ะถึงจะเริ่มแสดงออกลักษณะเฉพาะเพศของตนเองออกมา โดยมีลักษณะสำคัญคือลูกสาวจะมีพฤติกรรมคงเส้นคงวา มีสมาธิในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ รู้เรื่องมากกว่า และพูดได้เร็วกว่าลูกชาย แต่จะยังไม่รู้ว่า 2 เพศนี้แตกต่างกันอย่างไร

How to do : คุณพ่อคุณแม่และสิ่งแวดล้อมมีส่วนสำคัญในการกำหนดลักษณะทางเพศให้ลูก เพราะฉะนั้นการเลี้ยงดูลูกให้เป็นไปตามเพศที่ร่างกายกำหนดมา และไม่ยักเยียดให้ลูกเป็นเพศที่พ่อแม่คาดหวังไว้จึงเป็นเรื่องสำคัญค่ะ


พ่อแม่…ต้นแบบของลูก

เป็นคำพูดคลาสสิกค่ะว่า “พ่อแม่คือครูคนแรกของลูก” ที่สอนพื้นฐานทุกอย่างให้ลูก ไม่เว้นแม้แต่การเป็นผู้สอนและเป็นตัวอย่างการเรียนรู้บทบาททางเพศที่นอกจากบทบาทของผู้ชายและผู้หญิง ดังนั้นต้นแบบที่ดีของพ่อแม่จึงถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่ลูกจะได้เรียนรู้และรู้จักขอบเขตทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม ด้วยการค่อยๆ ให้ลูกซึมซับสิ่งดีๆ ไปตั้งแต่เล็ก จนกระทั่งลูกเติบโตและกลายเป็นต้นแบบที่ดี มีคุณภาพต่อไปในอนาคต


1-3 เด็กวัยนี้เข้าสู่ช่วงของนักสำรวจและช่างสังเกต
ลูกจะรู้แล้วล่ะว่า…ผู้หญิงกับผู้ชายแตกต่างกันอย่างไร


หญิงชายแตกต่างกัน

พอสักขวบครึ่งลูกก็จะเข้าสู่วัยนักสำรวจและช่างสังเกต ถึงวัยนี้ลูกจะเริ่มสังเกตเห็นแล้วว่าผู้หญิงกับผู้ชาย หรือเด็กหญิงกับเด็กชายนั้นมีรูปร่างลักษณะ การทำงานการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันและด้วยวัยช่างสำรวจนี่เองที่ทำให้ลูกอาจจะไปเจออวัยวะเพศของตัวเองได้โดยบังเอิญแต่จะไม่สนใจถึงขั้นว่าสิ่งนี้ต่างจากคนอื่นอย่างไร ลูกแค่รับรู้ว่าอวัยวะนี้แตกต่างจากอวัยวะส่วนอื่นๆ ของร่างกาย

จนกระทั่งลูกอายุสัก 2 ขวบ ซึ่งช่วงนี้ลูกจะเปิดตัวเองสู่โลกภายนอก เริ่มเดิน-วิ่งได้คล่อง และมีพัฒนาการทางภาษามากขึ้นและเริ่มตั้งคำถามเพื่อให้เข้าใจร่างกายของตัวเองมากขึ้น เช่น หนูมาจากไหน นี่คืออะไร ฯลฯ รับรองว่าช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่จะเจอคำถามที่ไม่อยากตอบมากขึ้นค่ะ

How to do : คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องเข้าใจในธรรมชาติและพัฒนาการของลูกวัยนี้ และน่าจะดีใจว่าการถามของลูกนี้เป็นข้อมูลพื้นฐาน ที่ช่วยเริ่มเปิดประเด็นคุยกับเจ้าตัวเล็กเรื่องเพศได้ง่ายขึ้น


อาบน้ำกับลูกได้มั้ย

ได้ค่ะ ถ้าจะถอดเสื้อแต่ยังใส่กางเกงชั้นในอาบน้ำกับลูก คุณพ่อคุณแม่ต้องไม่เปิดเผยอวัยวะทุกอย่างให้ลูกเห็นหมด ถึงพ่อแม่ลูกเล่นกันได้แต่ต้องมีขอบเขต และอวัยวะเพศนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่จะบอกขอบเขตของการเป็นส่วนตัว แต่การที่พ่อแม่เห็นของเขาหรือดูแลให้เพราะตอนนี้ลูกยังเล็ก แต่ถ้าพ่อแม่เปิดลูกก็เปิด จะทำให้ลูกไม่รู้สึกว่าส่วนนั้นเป็นสิ่งที่ต้องสงวน และลูกจะไม่เรียนรู้ว่าอะไรเป็นของส่วนตัว เมื่อลูกโตขึ้นแล้วเห็นว่าอวัยวะนี้ไม่ควรปกปิดคงไม่ดีแน่


3-6 ลูกวัยนี้ยังรู้จักเปรียบเทียบ
และอยากรู้ความแตกต่างของตัวเองกับคนรอบตัว


สนใจใคร่รู้

ลูกรู้จักชื่อส่วนต่างๆ ของร่างกายรวมทั้งอวัยวะเพศ และมีความรู้พื้นฐานแล้วว่าอวัยวะแต่ละส่วนนั้นทำหน้าที่อะไร เด็กวัยนี้จึงมีความสนใจเกี่ยวกับเรื่องเพศมากขึ้น โดยอาจจะแสดงออกตรงๆ ว่าสนใจอยากรู้ หรืออาจแสดงออกโดยอ้อม เช่น บางคนอาจจะแอบดูอวัยวะเพศของตัวเองหรือเล่นอวัยวะเพศ เป็นต้น

ด้วยความที่ลูกถึงวัยมีสังคมและเริ่มไปโรงเรียนแล้ว จึงทำให้รู้จักเปรียบเทียบและอยากรู้ความเหมือนความแตกต่างของตัวเองและคนรอบตัว เช่น ทำไมน้องไม่มีจู๋ ทำไมแม่นมใหญ่กว่าพ่อ ฯลฯ คุณแม่อย่าเพิ่งผงะหรือตกใจกับคำถามที่ยากแก่การตอบของลูกวัยนี้ เพราะเด็กช่วงวัย 3-6 ปี จะมีคำถามหรือสงสัยเรื่องเพศที่เจาะจงไปมากกว่าลูกวัย 1-3 ปีแน่นอน

How to do : อย่าเอะอะโวยวายหรือตำหนิ เมื่อเจ้าหนูจำไมมาตั้งคำถามเรื่องเพศที่ยากจะตอบ เพราะจะทำให้ลูกเข้าใจผิดว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องต้องห้าม คุณแม่ควรทำความเข้าใจกับลูกว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แล้วใช้ท่าทีที่ดีในการอธิบายและบอกให้ลูกรู้ไปตามพัฒนาการของวัยที่ลูกจะเรียนรู้ได้


ผิดไหมที่ลูกเล่นอวัยวะเพศ

ไม่ผิดค่ะ เพราะการที่ลูกเล่นอวัยวะเพศเป็นอักพฤติกรรมที่พบบ่อย เมื่อลูกถูกปล่อยให้อยู่คนเดียว เล่นคนเดียว แล้วอาจไปค้นพบอวัยวะเพศโดยบังเอิญ พอได้สัมผัสก็รู้สึกเพลินๆ แต่รับรองได้ว่าลูกไม่ได้เชื่อมโยงกับความรู้สึกทางเพศเหมือนผู้ใหญ่แต่คุณแม่ไม่ควรปล่อยให้เด็กคุ้นเคยกับพฤติกรรมนี้นะคะ

เมื่อเห็นลูกเล่นอวัยวะเพศหรือนั่งหนีบขา ให้คุณแม่รีบเบี่ยงเบนความสนใจ เช่น ให้ลูกหยิบของมาให้ พาเดินเล่น หรือถ้าลูกโตแล้วก็บอกตรงๆ ว่าเล่นอวัยวะเพศไม่ได้และคนอื่นไม่ทำกัน พร้อมทั้งบอกเหตุผลที่เข้าใจง่ายๆ ว่าการเล่นแบบนี้จะทำให้เจ็บแล้วฉี่ไม่ออก และคุณแม่ควรอยู่ใกล้ชิดลูกให้มากๆ ไม่ใช่เพื่อจับผิดแต่ชวนลูกทำกิจกรรมอื่นๆ แทนค่ะ

การเรียนรู้เรื่องเพศและอวัยวะเพศไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่จะเป็นพัฒนาการที่สำคัญต่อชีวิตของลูกที่ควรเรียนรู้ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องจะเป็นพื้นฐานในการกำหนดบทบาทของตัวเองต่อไปค่ะ


(update 7 มิถุนายน 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.12 No. 138 April 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600