แม้ว่าข้อมูลของโรคติดเชื้อฮิบในเมืองไทย โดยเฉพาะโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบและโรคติดเชื้อในกระแสเลือดในเด็กไทยมีจำนวนน้อยกว่าต่างประเทศมาก แต่โรคจาการติดเชื้อฮิบ (HIB) ก็มีความรุนแรงมากถึงขั้นทำให้เด็กเสียชีวิตหรือมีความพิการได้ จึงทำเอาหลายๆ คนวิตกและกังวลใจครั้งนี้หมอเลยถือโอกาสมาคลายความสงสัยเรื่องเชื้อฮิบให้คุณแม่ครับ
ฮิบเป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่มีชื่อเต็มว่า เชื้อฮีโมฟิลุสอินฟลูเอนเซ ชนิดบี (Hemophilus Influenza Type B, HIB) เชื้อฮิบนี้เป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และโรคอื่นๆ พบบ่อยในเด็กอายุ 0-5 ปี ความรุนแรงของโรคจะขึ้นอยู่กับชนิดที่เป็นด้วยครับ
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนนะครับว่า ความเสี่ยงของการติดเชื้อฮิบจนเกิดโรคนั้นมีอยู่ 2 ประการสำคัญ อย่างแรกก็คือเกิดจากตัวลูกเอง ซึ่งจากการศึกษาพบว่าเด็กเล็กอายุ 0-5 ปี โดยเฉพาะ 2 ขวบปีแรกจะเป็นวัยที่เสี่ยงกับการติดเชื้อฮิบได้ง่ายและบ่อยที่สุดเพราะระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายของลูกยังไม่แข็งแรงพอ และในเด็กที่มีโรคประจำตัวบางอย่างทำให้ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ติดเชื้อ HIV ไม่มีม้าม ฯลฯ ซึ่งจะมีโอกาสป่วยจากเชื้อฮิบเพิ่มขึ้นและมีความรุนแรงของโรคมากกว่าในเด็กที่แข็งแรงดีมาก่อน
ส่วนความเสี่ยงอีกปัจจัยหนึ่งเกิดจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวครับ เพราะเชื้อฮิบจะพบได้บ่อยในสถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมากมาอยู่รวมกัน โดยเฉพาะถ้ากลุ่มคนเหล่านั้นเป็นเด็กเล็กก็จะมีการแพร่กระจายของเชื้อได้มากกว่าเด็กโต เพราะเด็กเล็กไม่รู้จักวิธีการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ และการป้องกันตัวเองให้รอดพ้นจากการิดเชื้อจากคนอื่นได้
โดยปกติเชื้อฮิบจะก่อตัวอยู่ในจมูกและลำคอตอนบน ซึ่งจะมีการแพร่กระจายสู่คนอื่นผ่านทางเดินหายใจ การไอจามรดกันหรือมีการสัมผัสกันอย่างใกล้ชิดกับผู้ที่มีเชื้อฮิบอยุ่ ยิ่งถ้าคุณแม่จำเป็นต้องพาลูกเล็กไปในสถานที่ที่มีเด็กอยู่รวมกันมากๆ อย่างเช่น สถานรับเลี้ยงเด็ก เนิร์สเซอรี ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ ลูกก็จะมีความเสี่ยงในการรับเชื้อเพิ่มขึ้นครับ
- โรคที่เกิดอละอาการที่เป็น
ฮิบเป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคหลายๆ โรค และเชื้อฮิบจะทำให้เกิดกลุ่มโรคที่สำคัญอยู่ 3 กลุ่ม คือ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคติดเชื้อในกระแสเลือด และโรคติดเชื้อในทางเดินหายใจ ซึ่งได้แก่ โรคปอดอักเสบ โรคหูชั้นกลางอักเสบ และโรคไซนัสอักเสบ นอกจากนั้นการติดเชื้อฮิบยังอาจทำให้เกิดการติดเชื้อของกระดูกและข้อได้ด้วย แต่โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และโรคติดเชื้อในกระแสเลือดถือเป็นดรคที่มีความรุนแรงถึงขั้นทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตหรือมีความพิการได้ และมีความสำคัญในแง่การใช้วัคซีนป้องกัน ส่วนโรคติดเชื้อในทางเดินหายใจจะพบบ่อยกว่าโรคอื่นๆ แต่มีความรุนแรงของโรคน้อยกว่ามาก เพราะสามารถรักษาให้หายขาดได้ง่ายและวัคซีนมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคได้ไม่มากนัก
เนื่องจากเชื้อฮิบแพร่กระจายในอากาศได้ เพราะฉะนั้นวิธีการป้องกันไม่ให้ลูกติดเชื้อหรือลดความเสี่ยงหรือไม่พาเขาเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่มีคนมารวมกันเป็นจำนวนมาก และหมอแนะนำว่าถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ไม่ควรส่งลูกเล็กเข้าสถานรับเลี้ยงเด็ก และไม่ควรพาเด็กไปเดินตามห้างสรรพสินค้าปิดปากเวลาไอจาม ใส่หน้ากากเวลาเป็นหวัด หมั่นล้างมือให้สะอาด และทุกวันนี้วัคซีนป้องกันโรคฮิบก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้คุณแม่ป้องกันเชื้อนี้ได้
แต่ถ้าลูกได้รับเชื้อฮิบเข้าไปจนเกิดอาการเจ็บป่วยแล้วล่ะ เมื่อถึงมือหมอก็จะรักษาด้วยการใช้ยาต้านจุลชีพที่เหมาะสมและรวดเร็ว แม้ว่าทุกวันนี้เชื้อฮิบจะดื้อต่อต้านยาจุลชีพบางชนิด แต่ไม่มีปัญหาในการเลือกใช้ยามากนัก สำคัญที่สุดอยู่ที่การวินิฉัยโรคให้ได้โดยเร็ว โดยเฉพาะโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบและโรคติดเชื้อในกระแสเลือด เพราะมีอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตได้
ทุกวันนี้วัคซีนฮิบอยู่ในรูปของวัคซีนเดี่ยวและวัคซีนรวม เช่น รวมอยู่กับวัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน วัคซีนโปลิโอ ชนิดฉีด และวัคซีนตับอักเสบบี ซึ่งตัววัคซีนรวมนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะฉีดวัคซีนหนึ่งเข็มจะได้รับวัคซีน 4-6 ชนิดส่วนราคาของวัคซีนฮิบเดี่ยวๆ นั้นอยู่ที่ประมาณ 500-800 บาทต่อเข็ม แต่ถ้าอยู่ในรูปวัคซีนรวมมีราคาตั้งแต่ 800-1,500 บาท ทั้งนี้แล้วแต่ชนิดของวัคซีนและจำนวนของวันซีนที่รวมอยู่ด้วย โดยฉีดเข้ากล้ามเนื้อจำนวน 3 เข็ม เมื่อลูกอายุ 2, 4 และ 6 เดือน อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับวัคซีนทุกชนิด วัคซีนฮิบไม่สามารถป้องกันโรคได้ 100% แต่ป้องกันได้ประมาณ 95% ขึ้นไป
ทุกวันนี้ประเทศไทยยังไม่ได้จัดให้วัคซีนฮิบเป็นวัคซีนบังคับหรือวัคซีนพื้นฐานที่บรรจุไว้ในแผนเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคของประเทศ เพราะภาครัฐเห็นว่าโรคติดเชื้อฮิบยังมีความสำคัญไม่มาก เมื่อเปรียบเทียบกับราคาที่ยังสูง แต่ถ้าหากมองในแง่ความรุนแรงของโรคติดเชื้ออิบที่อาจจะเป็นการติดเชื้อของโรคเยื่อหุ้มสมอง วัคซีนฮิบอาจมีราคาลดลงและอยู่ในรูปของวัคซีนรวมจึงเป็นไปได้ว่าในอนาคตอาจมีบบจุวัคซีนฮิบเข้าในแผนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศครับ
สำหรับการฉีดวัคซีนฮิบนั้น หมออยากฝากให้คุณแม่พิจารณาถึงความจำเป็นและเป็นคนตัดสินใจเอง แต่ทางที่ดีที่สุดก็คือหลีกเลี่ยงการพาเด็กๆ ไปยังสถานที่เสี่ยง ซึ่งอุดมไปด้วยเชื้อฮิบนั่นเองครับ
| โรค | อาการ |
| โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (พบบ่อยในเด็กขวบปีแรก) | มีไข้ ซึม กระหม่อมโป่งและชัก |
| โรคติดเชื้อในกระแสเลือด | มีไข้ และอาจมีภาวะความดันโลหิตต่ำ หรือพบภาวะช็อกได้ |
| โรคปอดอักเสบ | มีไข้ ไอ และหายใจเหนื่อยหอบ |
| หูชั้นกลางอักเสบ | มีไข้สูงและร้องกวน เนื่องจากเจ็บหู |
| ไซนัสอักเสบ | มีน้ำมูกสีเหลืองเขียวต่อเนื่องเป็นเวลานานเกินหนึ่งสัปดาห์ |
(update 1 ตุลาคม 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.12 No.142 August 2007]
|