การไอสร้างความทรมานให้กับลูกน้อยมากค่ะ พอลูกเกิดอาการไอขึ้นมา คุณแม่มักเร่งหาวิธีการแก้ไขชนิดว่าผิดบ้าง ถูกบ้าง โกโก้จึงขอชวนคุณแม่มาทำความเข้าใจกับกลไกของการไอก่อนว่า หากมีการสำลักสิ่งแปลกปลอมเข้าไป ร่างกายจะมีปฏิกิริยาตอบสนองส่งสัญญาณประสาทจากศูนย์ควบคุมที่สมองลงมาที่กล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจ ให้หดตัวและเพิ่มกำลังในการอัดลมเป่าออกมาอย่างรวดเร็ว เกิดเสียงที่เราเรียกว่า การไอ นั่นเอง
การไอจะขับมูกส่วนเกินในทางเดินหายใจออกไปด้วยความแรงถึง 300 มิลลิเมตรปรอทเลยทีเดียวนะคะ นอกจากนี้การไอจะเกิดขึ้นเมื่อทางเดินหายใจได้รับความระคายเคืองด้วย เช่น เป็นหวัด เจ็บคอ เวลาล้มตัวลงนอน แล้วมีน้ำมูกไหลลงในคอก็จะไปกระตุ้นให้หลอดลมหดตัวและเกิดการไอค่ะ
เสียงไอที่เกิดจากการอักเสบของทางเดินหายใจจะมีความแตกต่างกันตามตำแหน่งที่เป็น
- ไอเสียงแห้งๆ ระคายคอ ควรดื่มน้ำอุ่นให้มากก็พอค่ะ
- ไปเสียงก้องคล้ายเสียงสุนัขเห่า กล่องเสียงอักเสบ ควรพบแพทย์ค่ะ
- ไอแบบมีเสมหะอยู่ลึกๆ หลอดลมอักเสบหรือปอดอักเสบ ควรพบแพทย์ค่ะ
อาการไอเป็นสัญญาณเตือนว่าเกิดปัญหาขึ้นในระบบหายใจ จึงไม่ควรกินยาระงับก่อนจะทราบสาเหตุที่แท้จริงของการไอค่ะ ส่วนใหญ่เด็กที่ไอมักจะเกิดจากมีเสมหะหากใช้ยาหยุดการไอกลับจะทำให้เสมหะคั่งค้าง จึงไม่ได้กำจัดเสมหะที่เป็นสาเหตุที่แท้จริงของการไอ
ยาแก้ไอที่ใช้ในเด็กส่วนมากเป็นยาขับเสมหะและยาละลายเสมหะจะกระตุ้นให้เกิดเสมหะมากขึ้นในระยะแรก ส่วนยาละลายเสมหะจะลดความเหนียวของเสมหะลงเมื่อไอไล่เสมหะง่ายขึ้นและออกหมดจึงจะหยุดไอในที่สุดค่ะ
(update 1 ตุลาคม 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.12 No.142 August 2007]
|