ป่วยไข้… ที่ไม่ธรรมดา


อาการเล็กๆ น้อยๆ อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงโรคร้ายที่แฝงอยู่ในตัวลูก ไม่ว่าจะอาเจียน ผื่น เป็นไข้ เหงื่อออกมาก และเซื่องซึม ซึ่งเราไม่ควรมองข้ามค่ะ


  • ผื่น

    ผื่นเป็นอาการผิดปกติที่ผิวหนัง เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ติดเชื้อไวรัส แพ้สารเคมี หรือแมลงสัตว์กัดต่อย แม้ว่าจะไม่มีอันตรายร้ายแรงอะไร นอกจากทำให้ผิวลูกระคายเคือง แต่ก็ใช่ว่าผื่นจะเหมือนกันหมดทุกประเภท เพราะผื่นบางชนิดก็ไม่ธรรมดาเพราะมาพร้อมกับโรคร้าย เช่น

    มะเร็งเม็ดเลือดขาว ผื่นจะมีลักษณะเป็นจ้ำเลือดเล็กๆ หากกดเบาๆ บริเวณที่เป็นผื่นแล้วจ้ำเลือดยังไม่หายไป บวกกับลูกมีอาการซีด เหนื่อยง่าย หายใจเร็ว สิ่งนี้กำลังบ่องบอกถึงอาการของโรคร้าย อย่างมะเร็งเม็ดเลือดขาวอยู่ก็ได้ ซึ่งถ้าจะให้แน่ใจก็ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยจากคุณหมออย่างละเอียดค่ะ

    โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคนี้อาจจะมีหลายๆ อาการ เช่น มีผื่นเป็นลักษณะจ้ำเลือดแดงๆ และมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น มีไข้ เหนื่อยหอบง่าย ตาไม่ค่อยสู้แสงร้องกวนงอแงผิดปกติ และมีอาการกระหม่อมโป่งในช่วงที่กระหม่อมหน้ายังไม่ปิด ลูกอาจเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบบางชนิดอยู่หากสังเกตอาการลูกแล้วเข้าข่ายที่ว่ามา รีบพาเขาไปหาคุณหมอด่วนค่ะ


  • อาเจียน

    เพราะร่างกายของเด็กนั้นยังอ่อนแอ หากมีอาการป่วยนิดๆ หน่อยๆ หนูน้อยก็อาจอาเจียนได้แต่เรื่องเล็กๆ อย่างอาเจียนอาจมีเรื่องใหญ่ๆ แฝงอยู่ก็ได้ค่ะ เช่น

    โรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ หากลูกอาเจียนร่วมกับอึบ่อยๆ ถ่ายเหลวเป็นน้ำหลายครั้งบวกกับมีไข้ และเบื่ออาหาร อย่าได้รอช้านะคะ รีบพาลูกไปหาคุณหมอด่วน เพราะลูกอาจจะป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ ตัวการอาจเป็นเชื้อโรคโรต้าไวรัส ซึ่งเป็นไวรัสที่ติดต่อจากการหายใจและแพร่จากเบบี๋ สู่เบบี๋ได้อย่างรวดเร็ว

    โรคลำไส้กลืนกัน หากลูกอาเจียน ถ่ายออกมีมูกปนเลือดเหมือนเยลลี่สีแดง และร้องไห้เพราะปวดท้องแทบทนไม่ไหว สาเหตุเกิดจากส่วนของลำไส้เล็กม้วนเข้าไปอยู่ในลำไส้เล็กส่วนถัดไปและพอผนังของลำไส้กดทับกับปุ๊บก็เกิดการบีบตัว อุดตัน ทำให้ลูกเจ็บปวด อาการอย่างนี้ ปล่อยไว้ไม่ได้นะคะ ต้องได้รับการดูแลรักษาจากคุณหมอโดยเร็วค่ะ

    โรคปลายกระเพาะอาหารตีบ ในช่วงอายุ 1 เดือน หากแม่สังเกตเห็นว่าว่าลูกอาเจียนพุ่งแรงเกิน 3 ครั้งหลังกินนมได้ 10-20 นาที และมีลักษณะคล้ายนมที่ย่อยแล้ว อาเจียนบางส่วนมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ลูกมีอาการอ่อนเพลียไม่มีแรง กระสับกระส่ายและท้องผูก นั่นอาจเป็นเพราะอาการของโรคปลายกระเพาะอาหารตีบก็ได้ค่ะ ต้องรีบรักษา เพราะอาจเกิดการขาดน้ำเนื่องจากภาวะอาเจียนซึ่งจะทำให้ลูกขาดอาหาร ไม่เจริญเติบโตตามปกติค่ะ


  • เป็นไข้

    ไข้ คืออาการที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงกว่า 37 องศาเซลเซียส แม้การมีไข้ของลูกจะเป็นอาการเจ็บป่วยพื้นฐาน แต่ในขณะเดียวกันการมีไข้นั้นก็เป็นอาการของโรคใดโรคหนึ่ง (ที่ร้ายแรง) ได้ด้วยเหมือนกัน เช่น

    โรคหลอดลมอักเสบ และโรคหลอดลมฝอยอักเสบ ถ้าลูกมีไข้พร้อมกับอาการหายใจถี่ๆ หรือหายใจลำบาก ไอแห้งๆ มีเสมหะสีเขียวหรือสีออกเหลืองๆ พร้อมกับริมฝีปากมีสีเขียวคล้ำแล้วล่ะก็ลูกอาจกำลังเป็นโรคหลอดลมอักเสบหรือโรคหลอดลมฝอยอักเสบอยู่ก็ได้ค่ะ

    โรคหูชั้นกลางอักเสบ หากลูกมีไข้สูงพร้อมกับชอบเอามือจับหรือดึงบริเวณหูบ่อยๆ อาจเป็นอาการของโรคหูชั้นกลางอักเสบอยู่โรคนี้จะทำให้ลูกปวดหู ทรมานมาก และหากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้หูของลูกหนวกได้ค่ะ

    โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ถ้าลูกมีไข้บวกกับเจ็บต้นคอ ซึ่งคุณแม่อาจสังเกตได้จากเวลาที่ลูกก้มศรีษะแล้วร้องไห้งอแงมากกว่าปกติและตาก็ไม่สู้แสงจ้าเหมือนเคย ลูกอาจเป็นโรคนี้อยู่ก็ได้


  • ฉี่กะปริดกะปรอย

    ที่เห็นลูกฉี่บ่อยๆ หรือฉี่แบบกะปริดกะปรอย คุณแม่อาจคิดว่าเป็นธรรมชาติของเด็กๆ ที่ยังควบคุมการฉี่ได้ยังไม่ดีพอ แต่ทั้งนี้ก็อย่าลืมสังเกตอาการอื่นๆ ด้วยนะคะ ว่ายังมีอาการร่วมที่มากกว่าแค่ฉี่บ่อยๆ อยู่ด้วยรึเปล่า

    โรคติดเชื้อระบบทางเดปัสสาวะ ถ้าลูกร้องไห้โยเยเพราะรู้สึกเจ็บหรือแสบเวลาฉี่ และฉี่ของลูกมีลักษณะขุ่นหรือมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ มีไข้สูง และหนาวสั่นด้วย นั่นอาจเป็นอาการของโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

    สาเหตุอาจเป็นเพราะหลังที่ฉี่หรืออึแล้วทำความสะอาดไม่ดีพอ เชื้อโรคจึงติดเข้าสู่ท่อปัสสาวะทำให้ติดเชื้อที่ไต กรวยไต กระเพาะปัสสาวะ หรือท่อปัสสาวะได้ ซึ่งนับเป็นโรคที่ร้ายแรงทีเดียวสำหรับเบบี๋ เพราะอาจนำไปสู่ภาวะเลือดเป็นพิษได้ค่ะ


  • เหงื่อออกมาผิดปกติ

    ไม่ว่าจะยามร้อนหรือหนาวเหงื่อของลูกก็ออกได้ตลอด แต่อย่าสรุปว่าเป็นเพราะอากาศเมืองร้อนที่ทำให้ลูกมีอาการแบบนี้ เพราะไม่ได้มีสาเหตุนี้อย่างเดียวนะคะ

    โรคหัวใจ นอกจากจะมีเหงื่อออกมากผิดปกติแล้ว ถ้ามีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ดูดนมแล้วเหนื่อยหอบง่าย ต้องพักบ่อยจนทำให้กินนมได้น้อยกว่าเด็กคนอื่นๆ แถมยังเป็นหวัดและไอบ่อยผิดปกติลูกอาจกำลังเผชิญกับโรคหัวใจ


  • เซื่องซึม

    เด็กๆ จะเซื่องซึมไปบ้างก็คงไม่เป็นไร เพราะเขาจะง่วงนอนจึงไม่ค่อยร่าเริง แต่ขณะเดียวกันอาการเซื่องซึมของลูกก็อาจแฝงโรคร้ายไว้ด้วย

    โรคสมองอักเสบ หรือ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ถ้าอาการเซื่องซึมของลูกเกิดขึ้นหลังจากที่เพิ่งหายป่วยจากโรคติดเชื้อต่างๆ พร้อมทั้งคุณพ่อคุณแม่ยังสังเกตเห็นว่าลูกมีอาการปวดศรีษะ และต้นคอ นั่นหมายถึงลูกอาจเริ่มมีอาการของโรคสมองอักเสบหรือโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบโรคร้ายที่อาจคร่าชีวิตของลูกไปจากเราได้เลยทีเดียว

    โรครายส์ซินโดม ลูกจะมีอาการเซื่องซึม บวกกับมีไข้ และอาเจียนรุนแรง ซึ่งเป็นโรคที่ร้ายแรงไม่แพ้โรคอื่นๆ เลยทีเดียวค่ะ เพราะเจ้าไวรัสหรือสารพิษบางชนิดจะไปทำอันตรายต่อเซลล์ในส่วนต่างๆ ของร่างกาย ถ้ารักษาไม่ทันท่วงทีอาจถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็ได้

อย่าลืมนะคะ หากสังเกตแล้วพบว่าอาการของลูกเข้าข่ายที่ว่า หรือยังไม่แน่ใจ ก็ควรพาลูกไปหาคุณหมอทันทีค่ะ


(update 5 กรกฎาคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 25 ฉบับที่ 292 พฤษภาคม 2550 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600