เมื่อเอ่ยชื่อโรคไต คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นเฉพาะในผู้ใหญ่หรือคนสูงอายุเท่านั้นก็แหม
เจ้าตัวเล็กกำลังเติบโตแข็งแรงอวัยวะภายในร่างกายคงยังไม่เสื่อมสภาพง่ายๆ หรอก แต่ความจริงแล้วโรคไตเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย ไม่เว้นแม้แต่เด็กแรกเกิดค่ะ
พญ.เอมอร วิไลชนม์ กุมารแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคทางเดินปัสสาวะในเด็ก มีคำอธิบายเกี่ยวกับโรคนี้และวิธีดูแลที่ถูกต้องค่ะ
หน้าที่ของไต
ไตมีรูปร่างคล้ายถั่ว อยู่บริเวณบั้นเอว 2 ข้าง ประกอบด้วยเนื้อไต กรวยไต และท่อไตลงมาทั้ง 2 ข้าง แล้วจึงมาเชื่อมต่อกับกระเพาะปัสสาวะ จากนั้นของเสียจะถูกขับถ่ายมาตามทางเดินปัสสาวะนั่นเอง
ตรงบริเวณเนื้อไตจะมีหน่วยการกรองเล็กๆ ซึ่งจะทำหน้าที่ต่างๆ ดังนี้
1. รักษาสมดุลของน้ำในร่างกาย ไตจะเป็นตัวบอกว่าจะรับน้ำเข้า หรือขับน้ำออกเพื่อที่จะให้ความเข้มข้นของเลือดคงที่ เช่น ถ้ามีภาวะท้องเสีย ร่างกายมีการสูญเสียน้ำไตจะบอกให้ร่างกายเก็บน้ำไว้
2. รักษาความเป็นกรดและด่างให้อยู่ในภาวะสมดุล ถ้าร่างกายมีภาวะกรดมากเกินไป ไตก็จะบอกให้ขับสารที่เป็นกรดออกมาร แต่จะเก็บสารที่เป็นด่างเอาไว้
3. จัดสมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย เช่น โซเดียม (เกลือ) โปตัสเซียม คลอไรด์ แคลเซียม ฟอสเฟต แมกนีเซียม และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเกลือแร่เหล่านี้จะถูกควบคุมตรงบริเวณท่อไต (tubular mechabnism)
4. ควบคุมปริมาณของเสียในร่างกาย ปกติร่างกายจะเก็บโปรตีนเอาไว้ และขับของเสียอย่างอื่นออกมา ปกติแล้ว คุณหมอจะวัดของเสียออกมาเป็นค่าต่างๆ เช่น ยูเรีย ค่าครีอะตินีน (cteatinine) ถ้าตรวจปัสสาวะพบค่าเหล่านี้สูง นั่นแสดงว่าไตต้องทำงานหนักมากๆ เลย และอาจถึงขั้นไตวายได้
โรคไตในเด็ก
โรคไตนั้นเกิดได้กับทุกช่วงอายุ ไม่เว้นแม้แต่เด็กตัวเล็กๆ มีแยกย่อยได้หลายโรคพอจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ซึ่งจะมีความรุนแรงแตกต่างกันไปด้วย
1. ความผิดปกติที่หน่วยไตการกรอง (Glomerular disease) ตรงบริเวณนี้จะมีแผ่นกรอง ซึ่งปกติเวลาโปรตีนผ่านมาจะเก็บโปรตีนเอาไว้
1.1 กลุ่มที่เรียกว่า เนโฟรติก ซินโดรม (Nephrotic Syndrome) กรณีนี้จะมีโปรตีนรั่วออกมาจากปัสสาวะมากจนทำให้ระดับโปรตีนในเลือดต่ำ ร่างกายก็จะไปบอกตับให้สร้างโปรตีนกับไขมันเยอะขึ้นซึ่งก็จะส่งผลให้คอเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้นตามไปด้วย
นอกจากนี้โปรตีนยังทำหน้าที่เก็บน้ำไว้ในร่างกาย ถ้าโปรตีนรั่ว น้ำก็จะรั่วออกมาจึงทำให้มีอาการตาบวม ตัวบวม ขาบวม หรืออาจบวมทั้งตัว
1.2 กลุ่มอ่าการเนไฟรติส ซินโดรม (Nephritis Syndrome) สำหรับกรณีนี้โปรตีนจะรั่วออกมาเพียงเล็กน้อย แต่จะเกิดการอักเสบของไต ทำให้เด็กปัสสาวะเป็นเลือด บางครั้งเป็นสีโค้ก ไตทำหน้าที่กรองได้ไม่ดีพอ จึงขับของเสียและน้ำในร่างกายออกมาได้ไม่มาก สุดท้ายของเสียและน้ำก็คั่งอยู่ในร่างกาย
สิ่งที่ตามมาคือร่างกายจะรักษาระดับสมดุลของน้ำและเกลือแร่ไม่ได้ เกิดความดันโลหิตสูงหรือภาวะน้ำท่วมปอดได้
สำหรับเด็กเล็ก อาการกลุ่มนี้มักเกิดจากไตอักเสบหลังจากการติดเชื้อ (APSGN) สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ถ้าเป็นในเด็กที่เข้าสู่วัยรุ่นแล้ว ก็อาจจะมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ตัวเองได้ (SLE) หรือร่างกายปฏิเสธเนื้อเยื่อของตัวเองจนทำให้ไตเกิดอักเสบอยู่บ่อยๆ ทั้งที่ไม่ได้มีการติดเชื้อ
2. ความผิดปกติบริเวณท่อไต (Tubularinterstitial Desease) ท่อไตจะควบคุมเรื่องการดูดซึมกลับของน้ำ เกลือแร่ และกรดด่าง ถ้าท่อไตผิดปกติก็จะเกิดโรคในกลุ่มที่เรียกว่า Renal tubular acidosis (RTA) เด็กจะมีอาการเลี้ยงไม่โต เป็นโรคกระดูกอ่อน ภาวะเลือดเป็นกรด ดังนั้น ถ้าเด็กน้ำหนักและส่วนสูงไม่ขึ้นตามเกณฑ์ก็ควรจะพาไปพบคุณหมอเพื่อตรวจเลือดและตรวจปัสสาวะโดยด่วน แต่คุณหมอก็บอกนะคะว่าความผิดปกติในลักษณะนี้เจอไม่บ่อยนักหรอกค่ะ
3. ความผิดปกติของไตโดยกำเนิด (Congenital Anomaly) พบมากในเด็กเล็กเกิดจากการสร้างไตที่ไม่สมบูรณ์มาตั้งแต่ตอนอยู่ในท้อง ทำให้ไตมีรูปร่างผิดปกติ เช่น ไตผิดสัดส่วน ท่อไตตีบหรืออุดตันในบางส่วน วาล์วปิดเปิดรั่ว
ในกรณีนี้เด็กจะมีอาการติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะ หรือบางทีก็ไม่มีอาการอะไรเลย คุณหมอจะพิจารณาว่าถ้าไตรูปร่างผิดปกติแต่ยังทำหน้าที่ได้ดีก็ไม่จำเป็นต้องรักษา แต่ถ้าเกิดวาล์วรั่วหรือตีบตันจนการไหลของปัสสาวะไม่ดี และจะทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะได้ง่าย ก็รักษาตามอาการค่ะ
ดังนั้นถ้าเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 5 ปี มีอาการติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะคุณหมอต้องรีบหาสาเหตุทันที เพราะอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะรวมทั้งไตได้ หากปล่อยไว้เด็กจะมีอาการติดเชื้อซ้ำๆ จนเกิดแผลเป็นที่ไตทำให้เนื้อไตทำหน้าที่ได้ไม่สมบูรณ์ และเป็นการเพิ่มโอกาสเป็นความดันโลหิตสูงจนถึงขั้นไตวายได้
เมื่อไตวาย
ไม่ว่าโรคไตจะเกิดจากสาเหตุใดก็ตามหากมีอาการรุนแรงจนไตไม่สามารถทำหน้าที่ได้เลยก็เรียกว่า ไตวาย ซึ่งจะแบ่งออกเป็นแบบเฉียบพลันและเรื้อรังค่ะ
ไตวายแบบเฉียบพลันเกิดได้จาก
1. มีเลือดที่จะไปเลี้ยงไตลดลงอย่างกะทันหัน เช่น เด็กมีอากรท้องเสียรุนแรง อาเจียน หรือมีภาวะช็อก
2. เป็นโรคอื่นมาก่อน เช่น เด็กที่เป็นโรคหัวใจ โรคปอด โรคตับ หรืออาจมีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด เมื่อระบบอื่นๆ ในร่างกายแย่ ก็จะมีอาการไตวายร่วมด้วย
3. ความผิดปกติจากโรคที่หน่วยไต ท่อไต เนื้อเยื่อ อาจเกิดจากการได้รับยาหรือสารพิษ เพราะไตมีหน้าที่ต้องขับของเสียออกมา เพราะฉะนั้นการให้ยาในเด็กจึงต้องคำนวณให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัวเด็ก
4. การอุดตันของทางเดินปัสสาวะ เช่น มีนิ่วในท่อปัสสาวะ หรือมีสิ่งปิดขวางที่บริเวณท่อปัสสาวะส่วนปลาย (Posterior urethral valves) เปรียบเทียบเหมือนกับถ้าเราเปิดก๊อกน้ำแล้วท่อต้นน้ำก็จะมีแรงดันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไปดันเนื้อไตให้บางลง จนทำให้การทำงานของไตเสียได้
แบบนี้เรียกไตวายแบบเรื้อรัง
1. ไตวายเกิน 3 เดือนขึ้นไป ก็เรียกว่าไตวายแบบเรื้อรัง
2. เด็กมีอาการของโรคแบบค่อยเป็นค่อยไปเป็นเวลานาน เช่น ตัวเล็ก เลี้ยงไม่โต เบื่ออาหาร ตัวซีด และความดันโลหิตสูงแต่ยังหาสาเหตุไม่พบ
3. ครอบครัวมีประวัติป่วยเกี่ยวกับไต เช่น ติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะเป็นเลือด ตัวบวมเป็นๆ หายๆ ความดันโลหิตสูง หรือเอกซเรย์แล้วพบความผิดปกติของกระดูกร่วมด้วย
ถ้าเด็กมีอาการไตวาย อัลตราซาวนด์แล้วพบว่าไตเล็ก ก็แสดงว่าเป็นมานานจนเนื้อไตถูกทำลายจนฝ่อ จากสถิติพบว่าครึ่งหนึ่งของเด็กที่มีอาการไตวายแบบเรื้อรังเกิดจากไตที่ผิดปกติตั้งแต่กำเนิดค่ะ
ช่วยชีวิต
ถ้าไตวาย
ถ้าเด็กเป็นโรคไตถึงขั้นรุนแรงชนิดที่เรียกว่าไตวายแล้ว คุณหมอจะมีวิธีรักษาเพื่อช่วยชีวิตดังนี้
1. หาสาเหตุและรีบแก้ที่สาเหตุ เช่น ถ้าเป็นโรคหัวใจที่มีผลถึงการทำงานของไตก็ต้องรีบรักษาโรคหัวใจ แล้วอาการโรคไตจะดีขึ้นตามไปเอง
2. ถ้าเป็นที่ตัวไตผิดปกติ คุณหมอจะให้ยาตามอาการ เพื่อรักษาสมดุลของน้ำและเกลือแร่ คือ ยาขับปัสสาวะ ยารักษาระดับความดันโลหิต ยาเพิ่มเลือดไปเลี้ยงไต ถ้ามีอาการบวมมากก็ต้องลดเกลือ ถ้าเลือดเป็นกรดก็ต้องให้ด่างเสริม ถ้าระดับเกลือแร่ผิดปกติก็จะปรับระดับให้สมดุล เช่น ถ้าระดับแคลเซียมต่ำก็ให้แคลเซียมเพิ่ม แต่ถ้าระดับฟอสเฟตสูง ก็จะให้ยาไปจับฟอสเฟตทิ้ง และเพื่อป้องกันภาวะกระดูกอ่อนก็ต้องวิตามินดีเสริมค่ะ
3. เมื่อใช้ยาไม่ได้ผล คุณหมอจะใช้วิธีล้างไต ซึ่งมี 2 แบบ คือ การล้างทางหน้าท้องและฟอกเลือด แต่เนื่องจากเส้นเลือดของเด็กมีขนาดเล็ก ทำให้แทงยากและเด็กจะรู้สึกเจ็บมาก เด็กเล็กจึงมีใช้วิธีล้างไตทางหน้าท้องมากกว่า โดยคุณหมอจะเจาะหน้าท้องเป็นช่องเล็กๆ เพื่อใส่ท่อ จากนั้นก็ใส่น้ำยาล้างไต ทิ้งไว้สักครู่แล้วจึงเทน้ำทิ้ง ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถทำให้ลูกได้ค่ะ
4. การปลูกถ่ายไต ใช้กับผู้ป่วยไตวายขั้นสุดท้าย เป็นไตของเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ได้บางครั้งอาจจะเป็นไตของญาติ หรือผู้เสียชีวิตใหม่ๆ ที่ทำเรื่องบริจาคไว้ แต่ต้องมีเนื้อเยื่อสัมพันธ์กัน สามารถทำได้กับเด็กที่มีน้ำหนัก 10 กิโลกรัมขึ้นไป แต่สำหรับเรื่องสเต็มเซลล์นั้น ยังไม่มีการนำมาใช้รักษาโรคไตในเด็กค่ะ
ดูแลสุขภาพไตให้เจ้าตัวเล็ก
แม้โรคไตวายในเด็กจะไม่ได้พบบ่อยอีกทั้งไตวายเรื้อรังในเด็กก็พบแค่ 4-5 คน ต่อเด็ก 1 ล้านคน แต่ไตเป็นอวัยวะที่สำคัญและมีหน้าที่มากมาย จึงควรมาดูแลไตของลูกไม่ให้เจ็บป่วยด้วยวิธีคัดกรองค่ะ
1. ตรวจก่อนคลอด การอัลตราซาวนด์คุณแม่ จะเห็นการเจริญของไตว่าสมบูรณ์หรือไม่ และคอยเฝ้าระวังได้ทันท่วงที
2. ปกติแล้ว คุณหมอจะคอบสังเกตว่าเด็กแรกเกิดความปัสสาวะภายใน 24 ชั่วโมง
3. สมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยแนะนำว่า เด็กเล็กจะได้รับการตรวจปัสสาวะและวัดความดันโลหิต 2 ระยะ คือ 4-6 ปี และ 11-14 ปี แต่ถ้าในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคไตควรตรวจอย่างสม่ำเสมอหรือถ้ามีนัดฉีดวัคซีนให้ลูกแล้วพบว่าน้ำหนักและส่วนสูงไม่ขึ้น ก็ควรจะตรวจปัสสาวะและเลือดเพื่อดูเกลือแร่และการทำงานของไตไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ
ถึงจะเป็นโรคที่การรักษาค่อนข้างยุ่งยากแต่เชื่อแน่ว่า การรู้ข้อมูล บวกการเอาใจใส่ของคุณพ่อคุณแม่จะทำให้ไตของลูกไม่ป่วยและทำหน้าที่ได้อย่าสมบูรณ์.
(update 29 มิถุนายน 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 25 ฉบับที่ 292 พฤษภาคม 2550 ]
|