เจ็บไข้วัยเด็ก

ชุติมา สมสืบ เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ นพ.ปริยุทธิ์ เจียรพัฒนาคม



1% คือจำนวนเด็กแรกเกิดที่ขาโก่งเพราะเป็นโรคแต่ที่เห็นว่าเด็กแรกเกิดส่วนใหญ่ขาโก่งนั้นเป็นพัฒนาการตามวัยปกติ !


ลูกเล็กขาโก่งเรื่องไม่ธรรมดาที่ (อาจ) ธรรมดา

หลายปีที่ผ่านมานี้ คุณพ่อคุณแม่ให้ความสำคัญกับเรื่องขาโก่งขึ้นค่ะ สังเกตได้จากจดหมายที่เขียนเข้ามาถามในนิตยสาร Modern Mom คุณหมอเองก็ถึงกับออกปากว่ามีพ่อแม่มาปรึกษาเรื่องขาโก่งกันมากขึ้นผิดหูผิดตาเจ็บไข้วัยเด็กฉบับนี้เลยรวบรวม FAQ เรื่องขาโก่งไปพูดคุยกับ นพ.ปริยุทธิ์ เจียรพัฒนาคม เพื่อไขข้อข้องใจให้คุณแม่กันมากค่ะ


กังวลว่าลูกตัวเองขาโก่ง

เป็นอีกคำถามหนึ่งที่ถูกคุณแม่ถามเยอะมากว่า ทำไมลูกเล็กถึงขาโก่ง แต่จริงๆ แล้วจะเรียกว่าขาโก่งก็ไม่ถูกต้อง เพราะขาเด็กเล็กจะไม่ตรงในลักษณะเดียวกันกับขาผู้ใหญ่ ถ้าคุณแม่มองด้วยตาเปล่าแล้วจะดูคล้ายๆ โก่งเสมอ ซึ่งมาจาก 2 สาเหตุด้วยกัน

คุณหมอบอกว่าสาเหตุแรก ขาที่ดูเหมือนโก่งนั้น เป็นการโก่งของกระดูกเข่า มักพบในเด็กวัย 2 ปีแรก และอีกสาเหตุคือ กระดูกขาส่วนอื่นไม่ว่าจะเป็นกระดูกเท้า กระดูกหน้าแข้ง หรือกระดูกท่อนขาท่อนใดท่อนหนึ่งหรือทั้ง 3 ท่อน มีลักษณะบิดเข้าใน เวลานอนเหยียดขาก็จะมีช่องอยู่ตรงกลางระหว่าง 2 ขา ทำให้มองดูคล้ายโก่ง แต่ถ้าเกิดจาก 2 สาเหตุนี้คุณหมอจะถือว่าขาปกติดี เพราะเป็นการโก่งตามพัฒนาการของขาตามวัย


ขาที่ดูเหมือนโก่งจะหายเป็นปกติไหม

ถ้าจะใช้คำว่าหาย คงไม่ถูกต้องเสียทีเดียว เพราะขาที่โก่งนั้นเป็นเพราะรูปร่างของเด็กและผู้ใหญ่ที่แตกต่างกัน เมื่อเด็กโตเป็นผู้ใหญ่เขาก็จะมีลักษณะของขาเหมือนกับเรา แต่ขณะที่ตอนเด็กๆ ก็จะมีรูปร่างแบบของเขา

สำหรับระยะเวลาของลูก ที่ดูเหมือนโก่งจะกลับมาดูเหมือนปกติต้องดูว่าเกิดจากสาเหตุอะไรค่ะ ถ้าเกิดจากกระดูกตรงเข่าโก่ง หลังลูกอายุ 2 ปีไปแล้วก็จะเริ่มกลับมาตรงปกติ แต่ถ้าเกิดจากระดูกที่บิดเข้าในจะเป็นปกติได้ช้าหน่อย และขึ้นอยู่กับว่าเป็นกระดูกส่วนไหนที่บิดด้วยค่ะ ถ้าเป็นกระดูกเท้าและบิดไม่มาก เมื่อลูกอายุประมาณหนึ่งปีก็เริ่มหาย แต่ถ้าเป็นกระดูกหน้าแข้งบิด ส่วนใหญ่จะเริ่มหายเป็นปกติเมื่อลูกอายุ 3 ปีไปแล้ว ส่วนกระดูกต้นขาบิดนี้จะต้องใช้เวลานานที่สุด คือต้องรอหลังจากลุกอายุ 10 ปีขึ้นไปและที่ว่าเริ่มดีขึ้นคุณหมอว่านี้หมายถึงเริ่มเปลี่ยนแปลงไปนะคะ แต่กว่าจะตรงหรือปกติดีเต็มที่ต้องใช้เวลา 2-3 ปีค่ะ


สังเกตอย่างไรว่าเป็นขาโก่งปกติตามวัย

คุณพ่อคุณแม่สังเกตได้ง่ายๆ ค่ะ เพราะถ้าลูกขาโก่งตามพัฒนาการของเด็กปกติก็มักจะเป็นตั้งแต่เกิด และขาทั้งสองข้างจะโก่งเท่าๆ กัน คือถ้าเห็นขาซ้ายโก่ง ขาขวาก็ต้องโก่ง จากนั้นก็ให้คุณแม่คอยสังเกตต่อไปเรื่อยๆ นะคะ เมื่อลูกเริ่มโตขึ้นจะเห็นว่าขาของลูกดีขึ้นอย่างช้าๆ แต่ปัญหาอย่างหนึ่งอยู่ตรงที่คุณพ่อคุณแม่เห็นลูกทุกวันเลยไม่รู้ถึงความเปลี่ยนแปลง คุณหมอจึงแนะนำว่าให้ถ่ายรูปลูกสวมกางเกงขาสั้นที่โชว์ช่วงขาปีละครั้งค่ะ เพราะจะเห็นได้ชัดเจนว่า แต่ละปีขาของลูกมีพัฒนาการไปในทางที่ดีขึ้น จนกระทั่งลูกครบ 2 ปีขาก็จะตรงเหมือนขาผู้ใหญ่แล้วล่ะ

Myth

ดัดขาหลังอาบน้ำช่วยให้ขาตรง

Truth

ถามว่าควรไหม คุณหมอไม่ห้ามค่ะ เพราะถ้าขาโก่งจากพัฒนาการตามช่วงวัย ดัดหรือไม่ดัดขาลูกก็ตรงเป็นปกติได้อยู่แล้ว การดัดขาลูกเล็กหลังอาบน้ำก็ไม่ได้เสียหายอะไร เพียงแต่คุณแม่อย่าดัดแรง ส่วนแรงแค่ไหนนั้นดูว่าลูกร้องหรือเปล่า พอปล่อยมือขาลูกแดงหรือไม่ ถ้าลูกร้องหรือขาลูกแดงแสดงว่าคุณแม่ดัดแรงเกินไปแล้วล่ะ คงต้องเบามือกว่านั้น

Myth

ผ้าอ้อมสำเร็จรูปทำให้ขาโก่ง

Truth

ไม่เป็นความจริง แต่กลับช่วยซะด้วยซ้ำ เพราะมีโรคกระดูกชนิดหนึ่งที่เรียกว่าโรคสะโพกเคลื่อนตั้งแต่กำเนิด ซึ่งวิธีรักษาคือใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสองชั้น เพื่อให้ขาลูกกางมากๆ จึงจะทำให้สะโพกเคลื่อนเข้าที่ได้ และถ้าคุณแม่สังเกตจะเห็นว่าลูกแรกเกิดจะนอนแบะขา เพราะลักษณะการเจริญของกระดูกสะโพกจะดีต้องอยู่ในท่ากางขา


ขาโก่งที่ไม่ปกติเกิดจากอะไร

สาเหตุหนึ่งที่พบว่าเป็นต้นตอของขาโก่งคือโรคกระดูกค่ะ แต่ถ้าลูกขาโก่งเพราะโรคกระดูก ลูกมักจะมีสัดส่วนของร่างกายส่วนอื่นผิดปกติด้วย เช่น ลูกอ้วนมากจะมีโอกาสป่วยเป็นโรคกระดูกที่มีงอเกิดขึ้น ขาก็โก่งด้วย ถ้าลูกของคุณแม่อ้วนและคุณแม่เองก็ไม่แน่ใจว่าลูกขาโก่งเพราะอะไร ก็ควรพาลูกไปพบคุณหมอเพื่อตรวจดูสักนิดจะดีค่ะ

ต้อตอโรคกระดูกบางโรคเกี่ยวข้องกับการกินอาหารร่วมด้วยก็มีนะคะ คราวนี้ไม่ใช่กินเยอะจนอ้วน แต่เด็กบางคนแม้จะ 6 เดือนไปแล้วยังกินนม และขนมเป็นอาหารหลัก ทำให้กินอาหารอื่นน้อยมากๆ ก็จะขาดวิตามินซี พอขาดวิตามินซีการสร้างกระดูกก็จะไม่ดี เพราะวิตามินซีเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างคอลลาเจน คอลลาเจนก็เป็นส่วนหนึ่งของกระดูกอีกที ปกติกระดูกของเด็กก็อ่อนมากอยู่แล้ว ยิ่งสร้างเนื้อของกระดูกไม่ได้เมื่อลูกยืนหรือเดินก็โก่งงอ และทำให้ลูกรู้สึกปวดข้อหรือบางทีข้อบวม เพราะมีการสร้างกระดูกที่ผิดปกติค่ะ

นอกจากนั้นยังเกิดจากโรคของกระดูกบางโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่ต้องบอกก่อนว่าพบค่อนข้างน้อย และถ้าลูกเป็นโรคกระดูกจากพันธุกรรม ก็จะเกิดการผิดปกติอยู่ในเซลล์ เพราะเซลล์แบ่งตัวผิดแล้วมาเรียงต่อกันได้รูปร่างที่ผิดไปจากเดิมเพราะฉะนั้นถ้าลูกขาโก่งเพราะพันธุกรรมมักจะมีแขนหงิกงอผิดปกติด้วย ไม่ใช่แค่ขาโก่งอย่างเดียวค่ะ


ป้องกันหรือแก้ไขขาโก่งได้อย่างไร

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ถ้าลูกขาโก่งไปตามพัฒนาการของขาแล้วล่ะก็ ปล่อยไว้เฉยๆ ให้ลูกได้วิ่งเล่นไปตามปกตินี่ดีที่สุดแล้วค่ะ แต่ถ้าขาโก่งเพราะโรคก็ต้องดูว่าเกิดมาจากโรคอะไร เช่น โรคกระดูกเพราะขาดวิตามินซี ก็ควรกินอาหารที่เสริมสร้างวิตามินซี แล้วกระดูกจะค่อยๆ ปรับปรุงรูปทรงขึ้นมาเองได้ แต่ถ้าเกิดขาโก่งจากน้ำหนักตัวมากแล้วกดให้กระดูกอ่อนตาย ต้องเริ่มจาการลดน้ำหนักก่อน ค่อยดูว่าเมื่อลดน้ำหนักแล้วกระดูกอ่อนที่ถูกกดทับลงไปยอมโตขึ้นมาหรือไม่ ถ้าไม่โตก็ต้องใช้วิธีการผ่าตัดค่ะ แต่ถ้าเป็นโรคทางพันธุกรรมต้องผ่าตัดต่อให้ตรงขึ้นเพียงวิธีเดียว

จริงๆ แล้วขาโก่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุนะคะ คุณแม่จึงควรสังเกตลูกอย่างใกล้ชิดอย่าคิดว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรจนละเลย เพราะถ้าขาลูกทั้งสองข้างดูไม่เท่ากัน บวกกับลักษณะการเดินกะเผลกแล้ว ก็ต้องรีบพาลูกไปพบคุณหมอเป็นการด่วนค่ะ

Myth

อุ้มลูกเข้าสะเอว

Truth

ไม่จริง แต่กลับตรงกันข้าม คือการอุ้มลูกเข้าสะเอวเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะช่วยลดการหลุดของข้อสะโพกลูกได้ดี ทำให้ข้อสะโพกเจริญเติบโตได้ดีมากด้วยแล้วก็ยังมีผลดีต่อคุณแม่ เพราะการอุ้มลูกเข้าสะเอวลดแรงแม่ได้เยอะมาก พ่อแม่อุ้มลูกเข้าสะเอวปั๊บ ลูกจะเอาขาหนีบเอวแม่ปั๊บ คุณแม่ก็ไม่ต้องมาพบคุณหมอเพราะปวดข้อมือข้างที่ใช้อุ้มลูกอีกต่อไป


โรคกระดูกที่พบบ่อยในลูกวัยเบบี๋

โรคกระดูกที่พบบ่อยๆ กับเด็กแรกเกิดก็จะมีสะโพกหลุดแต่กำเนิด เท้าปุกเท้าพับติดกับหน้าแข้ง เข่าเคลื่อนแต่กำเนิด ซึ่งโรคที่เกิดแต่กำเนิดเหล่านี้คุณหมอยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ค่ะ แต่เชื่อว่าปัจจัยหลายอย่างร่วมกัน เช่น กรรมพันธุ์ สิ่งแวดล้อม อาหารการกินของแม่ วิถีชีวิตของแม่และปัจจัยจากการตั้งครรภ์ เช่น น้ำคร่ำน้อย ป่วยเป็นโรคบางอย่างระหว่างตั้งครรภ์ ฯลฯ ก็มีส่วนทำให้ลูกเป็นโรคกระดูกเหล่านี้ได้.


(update 23 สิงหาคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.12 No.141 July 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600