อาการเจ็บป่วยของลูกเป็นเรื่องใหญ่ที่พ่อแม่แทบไม่เป็นอันกินอันนอน ยิ่งเป็นกับลูกที่ยังพูดอธิบายไม่ได้ยิ่งทุกข์ใจกันไปใหญ่ อาการมีไข้ตัวร้อนของลูก ถ้าร้อนถึงขั้นชัก ยิ่งต้องรู้วิธีการแก้ไขอาการเบื้องต้นก่อนที่จะพาลูกไปพบคุณหมอค่ะ ลองมาดูกันว่าจะมีวิธีการอะไรบ้างที่ช่วยเมื่อลูกเป็นไข้แล้วชัก
การชัก คือการเคลื่อนไหวร่างกายที่ผิดไปซึ่งมีสาเหตุมาจากการที่สมองสั่งงานผิดปกติทำให้กล้ามเนื้อที่คอยรับคำสั่งจากสมองทำงานผิดปกติ เกิดอาการกระตุก เกร็ง ร่วมกับมีอาการน้ำลายฟูมปาก มีอาการตาเหลือก กัดลิ้นและอาจมีอุจจาระ ปัสสาวะ ราดร่วมด้วย หลังการชักเด็กมักมีอาการอ่อนแรงหลับไป การชักในเด็กมีได้หลายสาเหตุ คือการชักเนื่องจากไข้เป็นตัวกระตุ้น และการชักเนื่องจากมีความผิดปกติทางระบบประสาท การชักจากไข้หรือทางการแพทย์เรียกตรงตัวว่า Febrile convulsion เป็นการชักที่เกิดในเด็กที่มีไข้สูง ความร้อนในตัวเด็กจะมีผลโดยตรงต่อเซลล์สมอง ทำให้การสั่งงานออกผื่น ประมาณร้อยละ 50-70 ของเด็กจะมีอาการชักเพียงครั้งเดียว เด็กที่จะสรุปว่ามีอาการชักจากไข้คือ เด็กที่อยู่ในข่ายดังต่อไปนี้
- เด็กที่ชักอยู่ในช่วงอายุ 6 เดือน ถึง 3 ปี
- อาการชักเกิดขึ้นพร้อมกับการมีไข้สูงและการชักจะเป็นในช่วงเวลาสั้นๆ
- ลักษณะการชักเป็นแบบเกร็งกระตุกทั้งตัว
- เด็กจะต้องไม่มีอาการผิดปกติทางระบบประสาท เช่น มีกล้ามเนื้อแขน ขา อ่อนแรงหรือชาตามผิวหนัง ทั้งก่อนและหลังชัก
- มีประวัติของคนในครอบครัวชักเมื่อมีไข้สูง
ถ้าลูกหรือเด็กเล็กในบ้านมีอาการชัก อย่าเพิ่งตกใจ คุณพ่อคุณแม่ควรตั้งสติให้ดี เพราะการช่วยเหลือเบื้องต้นในขณะชักจะช่วยเด็กได้มาก โดยทำตามขั้นตอนดังนี้
เมื่อเห็นเด็กชักควรรีบดูแลการหายใจ พยายามให้เด็กหายใจได้สะดวก โดยทั่วไปควรจับให้อยู่ในท่าตะแคงหน้า, ศรีษะต่ำ ในอดีตมีความเชื่อกันว่า เมื่อเด็กชัก ให้เอาช้อน หรือไม้กดลิ้น ใส่เข้าไปในปากเพื่อป้องกันการกัดลิ้น แต่ปัจจุบันไม่ทำกันแล้ว เพราะจากการรวบรวมสถิติพบว่า โอกาสที่เด็กชักจะกัดลิ้นนั้นน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกันอันตรายที่เกิดจากการพยายามนำของแข็งใส่เข้าไปในปาก เช่น อาจเกิดฟันหักหรือเป็นแผลที่ปาก เป็นต้น ดังนั้นในปัจจุบันเมื่อเด็กชัก ก็ไม่ต้องสอดเข้าไปในปากเด็ก ถ้ามีเสมหะ อาหาร หรือสิ่งของอื่นๆ อยู่ในปากก็ให้ล้วงออกให้ได้มากที่สุดเพื่อให้ไม่ไปขวางทางเดินหายใจหรือสำลักลงปอด แต่ถ้าเด็กไม่อ้าปากก็ไม่จำเป็นต้องงัดเพื่อเปิดปากนะคะ
จากนั้นควรรีบเช็ดตัวลดไข้ และให้ยาลดไข้โดยเร็ว ถ้าให้ยาลดใช้ทางปากไม่ได้อาจต้องให้ยาเหน็บทางทวารหนัก ส่วนในเด็กเล็กที่มีตัวเย้นผิดปกติควรจะต้องหาผ้าห่มเพื่อให้ตัวอุ่นขึ้น และควรนำไปพบแพทย์โดยเร็ว เมื่อถึงโรงพยาบาล คุณหมอก็จะตรวจร่างกายเด็กโดยละเอียด อาจฉีดยากันชักให้ ในรายที่ชักครั้งแรกคุณหมออาจจะรับเข้าไว้หาสาเหตุของการชักในโรงพยาบาล และอาจต้องเจาะเอาน้ำไขสันหลังออกมา ตรวจดูว่ามีการติดเชื้อของสมองที่ทำให้เกิดอาการชักหรือไม่ ถ้าเป็นอาการชักที่เกิดจากไข้และไม่มีอาการชักอีก คุณหมอมักจะให้กลับบ้านได้ในวันรุ่งขึ้นและให้ยากันชักมากินอีก 1-2 วัน ส่วนถ้ามีอาการชักที่รุนแรง หรือเกิดอาการชักขึ้นอีกอาจจะต้องนอนโรงพยาบาลต่อจนกว่าจะควบคุมอาการชักได้ หรือหายจากไข้
อันตรายจากการชัก
- ในระหว่างที่เกิดอาการชักที่เป็นแบบทั้งตัว และเด็กมีอาการหมดสติ ศรีษะ หรือ แขนขา อาจเกร็งกระตุก ไปฟาดกับของแข็งทำให้เกิดการบาดเจ็บได้
- เกิดการสำลักขณะชัก สิ่งที่สำลักอาจไปอุดกั้นหลอดลม ทำให้สมองขาดออกซิเจนได้
- การชักที่เกิดเป็นระยะเวลานาน มักจะควบคุมยาก และอาจจะก่อให้เกิดความผิดปกติของสมองส่วนอื่นๆ ได้
การป้องกันการชัก
วิธีง่ายและสะดวกที่สุด คือการที่คุณพ่อคุณแม่ดูแลลูกน้อยอย่างใกล้ชิดเมื่อลูกป่วยมีไข้ โดยการเช็ดตัวและให้ยาลดไข้ที่ถูกวิธีนั้นสำคัญมาก ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรศึกษาให้เข้าใจเป็นอย่างดี ส่วนเด็กที่มีอาการชักซ้ำกันหลายครั้งแพทย์จะให้ยากันชัก มารับประทานติดต่อกันเป็นเวลา 2 ปี และควรไปพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ (ถ้าลืมกินยามื้อใดมื้อหนึ่ง เมื่อนึกได้ ให้รีบกินยาทันที การกินยาไม่สม่ำเสมอ จะทำให้เกิดผลเสีย เช่น เกิดอาการชัก เนื่องจากระดับยาในร่างกายต่ำเกินไป
หวังว่าคุณพ่อคุณแม่ควรจะได้รับความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องการชักเมื่อเป็นไข้กันไปบ้าง สำคัญที่สุดเลยคือขอให้ตั้งสติให้ได้โดยเร็วถ้าเกิดเหตุการณ์ที่ว่านี้ขึ้นมา และขอฝากเอาไว้ว่าควรเช็ดตัว และให้ยาลดไข้ทุกครั้งเมื่อลูกเป็นไข้ ป้องกันเอาไว้ดีกว่าค่ะ
(update 26 กุมภาพันธ์ 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.161 December 2006 ]
|