ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อกับการบาดเจ็บจากการทำงาน


ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ

หลายคนอาจมีความเข้าใจว่าการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นในระบบนี้คือการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อและกระดูก แต่ความเป็นจริงแล้วการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นอาจเป็นผลมาจากระบบอื่นๆ ด้วย เช่น ระบบไหลเวียนเลือดและน้ำเหลือง ระบบประสาท ระบบย่อยอาหารและขับถ่าย และระบบฮอร์โมนและต่อมไร้ท่อ เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นจะขออุปมา อุปไมย ดังนี้
  • หากจะสร้างแขนหุ่นยนต์ที่ขยับเขยื้อนได้ เราต้องมีเหล็ก 2 ท่อน มาประกอบชนกันเป็นข้อต่อ โดยมีลวดหรือสลิงเป็นตัวยึด เปรียบเหมือนกับเรามีกระดูกแขน 2 ท่อน ท่อนล่างและท่อนบน มาต่อเป็นข้อศอก โดยมีเส้นยึดให้ข้อศอกแข็งแรง

  • ถ้าเราต้องการให้เหล็ก 2 ท่อนนี้ขยับได้เราก็ต้องใส่กลไกการขยับเข้าไปนั้นคือมีมอเตอร์หรือเครื่องยนต์ ต่อกับแกนไฮโดรลิก ซึ่งก็เหมือนกับคนเรามีกล้ามเนื้อและเอ็นที่ขยับให้แขนงอได้

  • การมีมอเตอร์ เครื่องยนต์หรือกล้ามเนื้อก็ยังไม่สามารถทำให้แขนขยับได้ เพราะยังขาดเชื้อเพลิง นั่นคือต้องใส่กระแสไฟ หรือน้ำมันเข้าไป ซึ่งถ้าเป็นร่างกายของคนเรา เชื้อเพลิงเหล่านั้นก็คือสารอาหารที่ส่งต่อมาตามระบบหลอดเลือด

  • หากมีพร้อมดังที่กล่าวมาทั้งหมดแล้ว แขนนั้นก็ยังไม่สามารถขยับได้อยู่ดี เพราะยังไม่มีการสั่งการ การควบคุม นั่นคือต้องมีการเปิดเครื่อง หรือบังคับให้ทำงานไปในทิศทางที่ต้องการ คนเราก็ต้องมีระบบประสาทคอยสั่งการ ขณะเดียวกันระบบประสาทของคนเรายังทำหน้าที่เพิ่มขึ้นคือรับรู้เพื่อที่จะตอบสนองต่อตัวกระตุ้นได้ ซึ่งหุ่นยนต์อาจมีได้คือต้องมีระบบเซนเซอร์คอยตรวจจับความเคลื่อนไหว

  • อย่างไรก็ตาม ระบบร่างกาย ของเรายังมีระบบอื่นๆ ที่นอกเหนือจากหุ่นยนต์คือ ระบบย่อยอาหารและขับถ่าย และระบบฮอร์โมนต่างๆ เป็นตัวสร้างพลังงานและทำให้การทำงานราบรื่น ซึ่งในเครื่องยนต์ เครื่องจักร อาจมีแค่ระบบขับถ่ายของเสีย เช่น ควัน และ น้ำเท่านั้น
จะเห็นได้ว่าระบบของร่างกายเหมือนกับระบบเครื่องจักรกล แต่มีความพิเศษกว่า หากพิจารณาถึงความสัมพันธ์กันในตัวระบบที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวได้นั้น จะพบว่า เพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวที่สมบูรณ์ ทุกระบบต้องทำงานประสานกัน หากมีระบบใดระบบหนึ่งทำงานบกพร่อง จะส่งผลต่อการเคลื่อนไหว คือเคลื่อนไหวไม่ได้ ติดขัด หรือเคลื่อนได้ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ เช่น เมื่อกระดูกหักหรือร้าว หรือกล้ามเนื้อฉีกขาด ก็จะทำให้มีปัญหาต่อการเคลื่อนไหว เช่น เดียวกันกับการขาดเลือดหรือสารอาหารไปยังบริเวณกล้ามเนื้อที่ทำการเคลื่อนไหว ก็ทำให้กล้ามเนื้อไม่มีพลังที่จะขยับเขยื้อนข้อต่อได้ หรือหากว่าเส้นประสาทบาดเจ็บ ก็จะส่งผลต่อการนำคำสั่ง เปรียบเสมือนคนเป็นอัมพาต ที่อยากให้แขนขาขยับแต่ไม่สามารถสั่งการให้ขยับได้


การทำงานกับการบาดเจ็บจากการทำงาน

การบาดเจ็บจากการทำงานสามารถเกิดได้ 2 วิธีหลักๆ คือเกิดจากอุบัติเหตุ มีลักษณะเฉพาะคือ มีเหตุการณ์เกิดที่ชัดเจน มีกลไกการเกิดที่ชัดเจน เช่น สะดุดล้ม เครื่องจักรหนีบ ค้อนหล่นทับ การเกิดอุบัติเหตุนี้ก่อให้เกิดการบาดเจ็บโดยตรงต่อกระดูก กล้ามเนื้อ เอ็น หลอดเลือด หรือเส้นประสาทได้ นั่นคือ ส่งผลต่อการเคลื่อนไหว ในขณะที่วิธีที่ 2 เป็นการบาดเจ็บจากการทำงานในขณะที่ทำงานอยู่ในท่าทางใดท่าทางหนึ่งนานๆ หรือทำงานในท่าหนึ่งๆ ซ้ำๆ กันตลอดเวลาซึ่งการบาดเจ็บในลักษณะนี้ จะไม่สามารถบอกเวลาหรือกลไกการเกิดได้อย่างชัดเจน จะรู้ตัวก็ต่อเมื่อมีอาการเกิดขึ้นแล้ว

อาจมีคำถามว่าทำไมการทำงานซ้ำๆ กัน หรือทำงานอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานๆ สามารถส่งผลต่อการบาดเจ็บได้ คำตอบคือ การทำงานในลักษณะดังกล่าวกล้ามเนื้อต้องทำงานอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อการบาดเจ็บของตัวกล้ามเนื้อ และเส้นเอ็นโดยตรง หรือจากการไหลเวียนของเลือดไม่สะดวกเนื่องจากกล้ามเนื้อเกร็ง ทำงานคงค้างอยู่ หรือแม้แต่เส้นประสาทถูกรั้งจากการทำงานของกล้ามเนื้อนั้นๆ ส่งผลทำให้เกิดการบาดเจ็บต่อหลอดเลือดและเส้นประสาท และส่งผลย้อนกลับมาที่การทำงานของกล้ามเนื้อแย่ลงได้

อย่างไรก็ตาม ร่างกายคนเรามีระบบป้องกันภัยที่พิเศษและแตกต่างจากเครื่องจักรกล นั่นคือ เมื่อมีการบาดเจ็บเกิดขึ้น ร่างกายจะแสดงอาการออกมารูปแบบของอาการเจ็บ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าขณะนี้อวัยวะหรือเนื้อเยื่อนั้นๆ ต้องการการดูแลรักษาและการพักผ่อน

นอกจากนี้ยังป้องกันตัวเองด้วยการให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวเพื่อปกป้องอวัยวะหรือเนื้อเยื่อนั้นๆ ไม่ให้ถูกกระทบกระเทือนหรือการบาดเจ็บเพิ่มขึ้น การเกิดเหตุการณ์นี้เป็นไปเพื่อการรักษาตนเอง และเมื่อร่างกายรักษาตนเองหายดีแล้ว อาการเจ็บและการเคลื่อนไหวที่บกพร่องไปก็จะกลับคืนสู่ปกติหรือใกล้เคียงปกติ แต่หากผู้ป่วยนั้น กลับไปทำงานตามเดิม โดยที่ลักษณะงานเป็นแบบเดิม อุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆ เหมือนเดิมก็อาจส่งผลทำให้ผู้ป่วย ป่วยกลับมาด้วยลักษณะอาการแบบเดิม และหากเป็นเช่นนี้ซ้ำๆ กัน จะทำให้อวัยวะหรือเนื้อเยื่อเหล่านั้นอ่อนแอ ไม่แข็งแรงเท่าปกติและหายยากกว่าเดิม


สมรรถภาพของร่างกายกับการบาดเจ็บจากการทำงาน

ร่างกายเราทุกคนมีจุดหรือช่วงเวลาที่มีสมรรถภาพสูงสุดในวัยหนุ่มสาว และถดถอยลงเรื่อยๆ ตามอายุหากระดับสมรรถภาพนี้ถดถอยจนไม่สามารถรองรับระดับความหนักของงานหรือกิจกรรมที่ทำอยู่ตลอดเวลาก็ได้ ก็จะทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ง่าย ดังเห็นได้จากผู้ป่วยทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ที่พบบ่อยจะมีอายุในช่วง 40 ปี ขึ้นไปซึ่งเป็นช่วงอายุที่ร่างกายถดถอย และเป็นช่วงที่ระดับของงานอาจหนักขึ้นเนื่องภาระงานต่างๆ มากขึ้น

ดังนั้น เพื่อให้ห่างไกลจากโรคที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องส่งเสริมสุขภาพร่างกาย ให้แข็งแรงอยู่เสมอเพื่อให้ระดับสมรรถนะภาพของร่างกายสูงกว่าระดับความหนักของงานที่ทำอยู่ และทำการป้องกันการเกิดโรคด้วยการปรับสภาพงานให้เหมาะสมซึ่งเปรียบเสมือนว่าเป็นการลดภาระการทำงานลง.


(update 12 เมษายน 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ 28 ฉบับที่ 333 มกราคม 2550]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600